Article

ตัวตนที่แท้จริงของศิลปิน กับการสร้าง”อัตลักษณ์” ที่เป็นเรื่องจำเป็นในยุคนี้ (มันแน่นอก ต้องยกออก)

หัตถาครองพิภพ May 13, 2013

         เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ในยุคนี้ว่า  ใครที่มีความแตกต่างมีลูกบ้า  หรือมีจุดจำที่เด่นชัดเจน  ซึ่งรวมไปถึงการเป็น “ข่าว”  บ่อยๆนั้น  เป็นสิ่งที่จำเป็นในการ present ตัวเองต่อสายตาของผู้ชมผู้ฟังที่จะเสพผลงานของบุคคลผู้นั้น  กล่าวคือ ใครยิ่งมีเอกลักษณ์ จุดเด่น และเป็นข่าวบ่อยๆนั่นแหละ จะทำให้ผลงานนั้นเป็นที่สนใจไปด้วย   พูดกันตรงๆก็ปฏิเสธไม่ได้แหละครับว่าในยุคนี้มันเป็นแบบนั้นไปแล้ว ไม่ได้ตัดสินกันที่ความยอดเยี่ยมของผลงานอย่างเดียว ซึ่งเอาจริงๆแล้วส่วนตัวผมคิดว่า  ทั้งสองสิ่งนี้ต้องควบคู่ไปด้วยกันอย่างมีชั้นเชิงและมีศิลปะในการโปรโมท  ทั้งความโดดเด่น และคุณภาพของงาน ศิลปินที่ดีๆและดังๆควรจะมีทั้งสองอย่าง
 
          ศิลปินต้นเรื่องที่ผมได้แรงบันดาลใจให้มาเขียนบทความเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องของน้องใบเตย อาร์สยามนั่นเอง ที่เป็นต้นเรื่องได้อย่างดีว่า  ทำไมศิลปินต้องสร้างตัวตนหรือภาพลักษณ์ให้เป็นแบบนั้น  เพื่ออะไร และทำไม ?  กล่าวคือ มันจะทำให้คนสนใจนั่นแหละครับง่ายๆ  เรียกได้ว่า  ช่วงชิงพื้นที่ข่าวได้แบบเนียนๆถ้าศิลปินคนนั้นๆมีกระแส หรือเป็นข่าวเรื่อยๆ  คนก็จะเม้าท์กันปากต่อปาก  โดยเฉพาะพวกสาวๆที่นิยมเล่นไลน์แชทต่างๆก็จะเอาประเด็นพวกนี้ไปคุยกันในกรุ๊ปอย่างสนุกปากนั่นแล   คนที่มีความน่าสนใจ  คนจะอยากตามข่าว  อยากรู้ความเคลื่อนไหวแบบช็อตต่อช็อตว่า เธอหรือเขาคนนั้นทำอะไรได้บ้าง  มันส่งผลต่อการที่เวลาออกผลงาน  ความสนใจต่องานของบุคคลนี้ก็จะ sensitive มากเรียกได้ว่า  มีงานปุ๊บ  คนจับตามองทันทีอย่างแน่นอน   ดังนั้น   ความดังในแง่ของการเป็นข่าว  สำคัญมากในวงการบันเทิงไทยสมัยนี้จริงๆ   ในเรื่องของอัตลักษณ์ หรือ เอกลักษณ์เฉพาะบุคคลนั้น  สามารถสร้างกันได้ ด้วยการวางแนวทางของบุคคลผู้คุมทิศทางศิลปินหรือที่เรียกกันว่า Director หรือรวมถึง ผู้จัดการศิลปิน  ผู้อำนวยการค่าย  ทั้งหลายแหล่เหล่านี้  มีส่วนต่อการpresentออกสู่สายตาสาธารณะชนของศิลปิน  ในแง่ขอความเป็น Product ของค่ายนั้นๆด้วย  
 

         ดังนั้นจากจุดนี้เราจะเห็นได้ว่า   การที่ศิลปินนั้นแสดงออกไม่ว่าจะเป็นข่าว พฤติกรรม หรือการแต่งตัว  ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ต้องดูแล้วคิดว่า  นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของเขา/เธอ เหล่านั้น   หรือเป็นสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในแง่ความสนใจของสังคม  ซึ่งบางครั้งเรื่องแย่ๆบางอย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันเยอะๆ อย่างเรื่องการแต่งตัวนั้น  เป็นเรื่องที่สามารถปรุงแต่งได้ว่า  ศิลปินจะแต่งตัวแบบไหน  คอสตูมจัดให้ยังไง  อย่างเช่นกรณีน้องใบเตยที่ผมยกเคสนี้มาว่า เมื่อก่อนนี้เธอถูกปรามและค่อนขอดเยอะมากในเรื่องของการแต่งตัวที่ล่อแหลม และโป๊อุจาดเกินกว่าหลายๆท่านจะรับได้  อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นของหัวข้อที่เราพูดถึงนี้  
 
         ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแล้ว  อยากให้ย้อนกลับไปถึงเรื่องที่ผมเกริ่นเอาไว้ว่า  เรื่องราวเหล่านี้  มันอาจไม่ใช่ “ตัวตน” ที่แท้จริง หรือสิ่งที่เขาเธอผู้นั้นอยากทำเอง  แต่มันคือ “งาน” และการปรุงแต่งทีเกิดขึ้นเพื่อเรียกกระแสและสร้างเป็นจุดเด่นเป็นตัวตนของเขาคนนั้น  แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องล่อแหลมอย่าง “ไม่สั้นเสมอหู อย่าเรียกหนูใบเตย”  ก็ตาม   ซึ่งถ้าเจาะกันเฉพาะเรื่องน้องใบเตยนี่  ส่วนตัวผมยังรับได้นะ  มันยังไม่โป๊เกินไปเท่าไหร่นัก ยังพอได้อยู่ เพียงแต่ว่า หลายๆครั้งก็อาจต้องดูกาลเทศะบ้าง เวลาไปงานที่ไม่เหมาะสม   กล่าวคือ “โป๊ได้ แรงได้ แต่ให้ถูกที่ถูกทางพอ”  ซึ่งตัวผมเองเข้าใจในเรื่องของน้องใบเตย หลังจากที่ได้ดูข้อมูลและเรื่องราวชีวิตของน้องเขาแล้ว  และดูเอาจากคลิปที่เป็นคลิปสัมภาษณ์เวลาเขาไม่ได้แต่งตัว ไม่ได้แต่งชุดโปรโมท   ก็พบว่า สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้มันก็ไม่ได้เป็นตัวตนที่แท้จริงของเขาทั้งหมด  ทั้งเรื่องที่เขาต้องต่อสู้ในการเดินสายประกวดเวทีต่างๆมา(แถมชนะมาด้วยซ้ำ)  และการที่พยายามออกผลงานต่างๆมา ซึ่งผมเองก็เห็นและตามมาตั้งแต่โปรเจคก่อนๆของน้องเค้าตั้งแต่ The Message แล้วเป็นต้น  ก่อนที่จะพบว่า  ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นนี้ มันคืออัตลักษณ์ที่ถูกเสริมสร้างปรุงแต่งขึ้น เพื่อความสำเร็จ และ “ชัยชนะ”  ที่ทุกๆวันนี้น้องใบเตยเธอทำได้สำเร็จไปแล้ว  อยากบอกว่าขนลุกจริงๆด้วยความที่เห็นสิ่งที่คนๆนึงพยายามทำและต่อสู้มา จนกระทั่งถึงวันที่เธอได้ทุกอย่าง นั่นคือ ทั้งกระแส และความสำเร็จ  รวมถึงการยอมรับในคุณภาพผลงานด้วย
 
 
 
       เรื่องนึงที่ไม่ได้พูดถึงนั่นก็คือ การเปลี่ยนแนว หรือ ปรุงแต่งอย่างที่ว่า เพื่อกระแสนั่นแหละครับ  เพราะหากใครจะไปลองย้อนดูผลงานเธอ เธอมีเพลงที่แต่งตัวน่ารักๆ ร้องเพลงออกแนวใสๆมาก่อนแล้วด้วยซ้ำ  แต่เรื่องของเรื่องก็คือมันไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรนั่นแหละครับ  เมื่ออายุอานามและวัยถึง  การเปลี่ยนลุคมาเป็นSexyและทำเพลงแรงตามสมัยนิยม  ถึงว่าเป็นการเดินที่ถูกทางในการสร้างตัวตนและเรียกกระแส รวมถึงการสร้างข่าวต่างๆด้วย  ทุกอย่างส่งเสริมและsupportกันทั้งหมด  พอหลังจากได้กระแสแล้ว  หลังจากนี้คือสิ่งสำคัญที่ควรควบคู่กับเอกลักษณ์เฉพาะตัว  นั่นก็คือ “คุณภาพของงาน”  ที่ผมกล่าวไว้แล้วว่ามันควรควบคู่กัน  ซึ่งเราสามารถเห็นได้แล้วจากเพลงเดี่ยวของเธอหลายๆเพลงอย่าง เช็ดแล้วทิ้ง หรือ เช็คเรตติ้ง  และล่าสุดกับเพลงที่เป็นกระแสระดับ Big Impact เพราะเพลงมันดังโคตรพ่อ อย่างเพลงที่มาfeaturingกับ 3.2.1 อย่างเพลง รักต้องเปิด(แน่นอก) Splash Out  ซึ่งทั้งเสียงร้องของเธอที่ร้องได้อารมณ์สะเด็ดสะเด่าขั้นสุดยอด  กับการลงอักขระ ออกเสียงภาษาไทยอย่างชัดเจน  ตัวควบกล้ำเป๊ะ อย่าง ร เรือ ล ลิง และตัวสะกดต่างๆ ออกเสียงภาษาไทยได้ชัดเจนมากๆอันนี้ผมโคตรชื่นชมในฐานะคนไทยคนนึงเลย  และรวมถึงPerformance การเต้นของเธอใน MV ที่แรงได้ใจ  เพราะถ้าไม่เต้นแรงขนาดนั้น เพลงอาจไม่ดังขนาดนี้ก็ได้
 
            ทุกอย่างที่ผมเล่ามานี้ แม้จะยืนพื้นบนเรื่องของใบเตย อาร์สยาม แต่เมนหลักของมันก็อยู่ที่เรื่องของการ ปรุงแต่งอัตลักษณ์ของศิลปินเหล่านี้ว่า  ทุกสิ่งที่เราเห็น มันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้  เขาอาจจะไม่ได้โรคจิตชอบเปิดหวอนั่งโชว์ของสงวน หรือเปิดอกโชว์นมอะไรเยอะแยะ  แต่ทั้งหมดทั้งมวล มันคือ “งาน” และสิ่งที่เบื้องบนสั่งมาเท่านั้นเอง  ดังนั้นผู้ชมอย่าได้ตั้งอคติหรือตั้งธงอะไรกันเยอะ พิจารณาผลงานและวิพากษ์ตามเนื้อผ้ากันดีกว่าครับ ^^
 
 

รักต้องเปิด, ใบเตย , อาร์สยาม, แน่นอก, 321