อรอรีย์ - สักวัน : ดำดิ่งหกด้าน กับพลังงานในเสียงเพลงอันทรงพลังของตำนานราชินีกรันจ์แห่งยุคอัลเทอร์เนทีฟครองพิภพ!!

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

         ถ้าพี่ได้มาอ่านบทความนี้  อยากบอกว่าไม่ต้องเขินอายนะครับ ผลงานพี่เป็นตำนานอยู่ในใจของคนฟังเพลงจำนวนมากจริงๆและควรคู่กับการยกย่องเป็นราชินีกรันจ์แล้วฮะ ที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่แน่วแน่ในแนวทางและตัวตน สร้างงานเพลงกรันจ์ร็อคเจ๋งๆโดดเด่นขึ้นมาหนึ่งเดียวจริงๆในยุคสมัยแห่งอัลเทอร์เนทีฟที่เฟื่องฟูสมัยนั้นที่ผมอยากจะเรียกและยกให้มันเป็นยุคแห่งความ”โรแมนติค” ที่ปัจจุบันจะเกิดแบบนั้นได้อีกครั้งในบ้านเรานี่ถือว่ายากมากๆด้วยวงจรของธุรกิจ แนวเพลงมันก็จะวนในอ่างอยู่เดิมๆในเรื่องของการทำเพลงที่เน้นขาย เน้นความเป็นproductแต่ไม่มีความเป็นartที่มีตัวตนอันควรจะแฝงอยู่ในงานเลย และคิดว่าน่าเสียดายมากที่เด็กๆวัยรุ่นใหม่ๆจะไม่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบในเหมือนเราๆท่านๆที่มีอายุหน่อย ได้ผ่านและก้าวล่วงเลยเวลาเหล่านั้นมา (ไม่ได้แก่นะ!!!) 

        อย่างที่บอกมาแล้วว่า พี่อร(ขอเรียกเช่นนี้นะครับ)ก็มีงานออกมาแล้วอยู่ตั้งแต่สมัยนู้นแล้ว เริ่มจาก EP อรอรีย์ งานอัลบั้ม Natural High และหลังสุดปี41 กับอัลบั้ม Peel งานเธอเป็นกรันจ์ร็อคชั้นดีของประเทศไทยจริงๆ หาได้ยากที่จะมีคนทำได้ถึง แถมเธอเป็นผู้หญิงซะด้วย  คือวงในยุคนั้นนี่ ดนตรีทางเลือกกำลังมาแรง และกรันจ์ร็อคที่มีความเข้มแข็ง มีความดิบอยู่ในตัวก็ถูกนำมาถ่ายทอดได้อย่างยอดเยี่ยมชนิดที่เรียกว่า เจ๋งสะเด็ดอีเก้งมากๆ (ภาษาอะไรเนี่ย- -) มันส์  สะใจ  ดิบ  เท่  ทุกอย่างรวมอยู่ในนักร้องหญิงท่านนี้ พี่อรนี่เอง .. เอาง่ายๆที่สุด  สำหรับคนฟังเพลงทั่วๆไปแบบผมแล้ว  เพลงที่โดนและเป็นจุดจำมากที่สุด  ก็คงหนีไม่พ้นเพลง “แล้วเธอ”  นั่นเองที่เป็นกรันจ์ร็อคเข้มข้น  ดนตรีนี่โคตรมันส์  เมโลดี้ติดหูมากโดยเฉพาะท่อนฮุค  ที่มันฝังในหัวผมมากๆ ตั้งแต่ตอนเด็กๆที่ได้ฟังเลย ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากมายหรอก รู้แต่ว่าฟังเพลงๆๆๆ  แต่เพลงนี้เป็นเพลงที่ติดอยู่ในความทรงจำมาตลอดว่า “แมรร่งโคตรเจ๋ง”  แต่ผมก็ไม่ได้รู้จักหรอกว่าใครร้อง ศิลปินชื่ออะไร สารภาพตามตรงเพราะด้วยความเด็กมาก  แต่พอโตขึ้นมาก็ค่อยๆตามฟังเพลงเก่าๆ จนถึงได้มารู้จักว่า ศิลปินชื่อ อรอรีย์ นี่เอง (มีเกร็ดเล็กๆน้อยๆที่พี่ๆน้องๆเค้าไปสืบค้นเจอกันมา ผมเลยเอามาบอกต่อว่านักดนตรีลูกหาบของพี่อรสมัยนั้น  มีมือกีต้าร์ระดับที่คนในปัจจุบันเรียกเค้าว่า พี่โต้ง P.O.P และมีมือเบสหน้าละอ่อนในสมัยนั้น คือพี่โป้ YKPB โอวชิท!สมัยก่อนพี่แกเดบิวต์นั่นเอง )
 

         แต่นั่นคือแค่เบื้องต้น  งานของพี่อรนี่ เป็นอะไรที่โคตรน่าศึกษามาก  ถ้ามีโอกาสก็ต้องลองไปหาอัลบั้มเก่าของพี่เค้ามาฟัง  เพราะแนวแบบนี้ประเทศไทยไม่มีเลย ลองหาฟังดู เพราะผมฟังแล้วก็ยังรู้สึกว่า  งานเพลงของเธอมันได้รับเลือดผีดิบ คือเป็นอมตะไปแล้ว   ฟังแล้วซาวด์ไม่ได้โบราณเลย  ทำได้ไงไม่รู้ทั้งๆที่ผ่านมานานแล้ว  คือถ้ามีคนอำเด็กๆแล้วบอกว่าเป็น new single ก็เนียนกริ๊บอ่ะง่ายๆ  งานเก่าๆของพี่อรนั้นมีเยอะมากไปศึกษากันเอาเองอย่างที่บอก สำหรับคนไม่เคยฟัง  ที่น่าสนใจๆตอนนี้ก็มีที่น่าแนะนำหลายเพลงอย่างเพลง “ระหว่างเรา(Between Us)” ที่เป็นเพลงขึ้นหิ้งอีกเพลงไม่แพ้ แล้วเธอ เลยจริงๆ .. มีเรื่องตลกๆอยู่ว่า  เด็กบางคนได้ยินพี่อรร้องเพลงนี้แล้วก็คิดว่า ผู้หญิงคนนี้ใครวะ  ไปเอาทำนอง Flure มาทำไม .. เอิ่ม.. น้องครับ  เพลงนี้ปีไหนครับ แล้ว PoplifeของFlureนี่ปีไหน(2546) แหม่ .. 
 

         เรื่องนี้หลายท่านน่าจะรู้ ว่าระหว่างเราของ Flure เป็นเพลงเก่าของพี่อรนั่นแหละ  แล้วด้วยความที่ ผมกำลังจะเกริ่นเรื่องราวของพี่อรต่อไปว่า  ด้วยคำแนะนำจากเพื่อนซี้จากเบเกอรี่ คือพี่สุกี้ ได้แนะนำสองศิลปินคือ เท็ดดี้ และ วิ วง Flure ให้พี่อรรู้จัก  สองคนนี้จะเรียกว่า “ติ่งอรอรีย์”  ก็ว่าได้ตามภาษาสมัยนี้ ฮ่าๆ  สองท่านนี้มีแรงบันดาลใจจากงานเจ๋งๆของพี่อรในอดีตนั่นแหละครับ  ในที่สุดจึงได้มาฟอร์มวง ได้มาทำงานด้วยกัน ได้ไปขึ้นเล็กชิ้นสดของFlureและรวมถึงงานอื่นๆอย่างของ FAT ด้วย  สุดยอดมากๆ  เรียกว่าคุยกันถูกคอนั่นล่ะ  และถ้าสังเกตดีๆ  งานเพลงของ Flure นั้น  มีกลิ่นอายของกรันจ์ต้นแบบจากพี่อรเยอะมาก  ในเรื่องของบรรยากาศเพลง .. กลิ่นอายนั่นแหละครับที่เราคุ้นเคยกัน  รวมถึงเมโลดี้  และอารมณ์ของดนตรีในเพลง  คือได้กลิ่นอายมาจากพี่อรแน่นอน  ..

         คือเรื่องราวตรงนี้มันเกิดขึ้นหลังจากที่พี่อรคิดจะหันหลังให้วงการเพลงไปแล้วเนื่องจากแนวความคิดของพี่อรที่ว่า เพลงนั้นคือศิลปะ  แต่ปัจจุบันนั้นมันถูกครอบด้วยกรอบแห่งธุรกิจ พี่อรจึงทิ้งทุกอย่างเลยแต่ก็ยังติดต่อกับพี่สุกี้ พี่น้อย พี่เมธีMD อยู่เรื่อยๆจนได้แนะนำเท็ดดี้+วิ มานั่นแหละครับ  พวกเราๆถึงมีโอกาสจะได้ฟังงานใหม่ๆของพี่เค้าอีกในปัจจุบันนี้  ซึ่งผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพราะเหตุใดจึงห่างหายไปด้วยเหตุผลนี้  เพราะปัจจุบันมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆแหละ  เพลงขายไม่ได้ในวงกว้าง ค่อยๆล้มตาย ค่อยๆหายไปทีละศิลปิน เหลืออยู่แต่คนที่ทำเงินได้เท่านั้น .. ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าพอสมควรเพราะวงการเพลงไทยจะเสีย “ศิลปิน” จริงๆไปเยอะมากเพราะสู้กับกระแสตรงนี้ไม่ไหวนั่นเอง .. พูดแล้วก็สะท้อนใจเพราะตัวเองก็ต้องพยายามแต่งเพลงเพื่อตลาดเหมือนกัน - -* 

           เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกต่อ .. นี่ผมยังไม่ได้รีวิวเพลงเลยนะเนี่ย ฮ่า  พี่อรเป็นลูกสาวคนเล็กของคุณสุชาดี มณีวงส์ คุณแม่ผู้เป็นเจ้าของเสียงสุดคลาสสิคในรายการ “กระจกหกด้าน” นั่นแหละครับ ซึ่งก็เป็นธุรกิจของครอบครัวเธอในนามบริษัททรีไลอ้อนส์นั่นเอง และเธอก็เป็นกรรมการบริหาร และรวมถึงมาเป็นบก.ของ กระจกหกด้านแมกกาซีนออนไลน์ด้วยที่ปรับตามเทคโนโลยีปัจจุบันของสังคมนั่นเอง  คือเรื่องราวพวกนี้ก็เป็นอีกหนึ่งชีวิตของเธอหลังจากหันหลังให้วงการเพลงนั่นเอง ซึ่งถ้าคิดถึงงานเก่าๆของเธอก็ไปตามล่าหาฟังกันเอาได้ อย่าง แล้วเธอ  ระหว่างเรา อย่างที่เกริ่นไปแล้ว  และอีกหลายๆเพลงที่มีกลิ่นอายเฉพาะตัวค่อนข้างสูงมาก อย่างเพลง  เรา  นี่เป็นเพลงที่ปรี๊ดด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก  ชัดเจนสุดๆด้วยอารมณ์เพลงแบบดำดิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ   หรือเพลง  ที่ที่ฉันมีเธอ  นี่ก็น่าสนใจดนตรีดีมากๆ  พร้อมด้วยเสียงเอื้อน และหางเสียงอันน่าสนใจของเธอนี่แหละ  เอาเป็นว่านอกจากนี้ลองไปหาฟังกันดู
 

          ทีนี้ เราได้เข้าเรื่องกันสักที เรื่องการรีวิวซิงเกิลใหม่ของเธอที่มีชื่อว่า “สักวัน”   คือผมอยากเขียนประวัติเรื่องราวเสริมไปในการรีวิวซิงเกิลครั้งนี้เหมือนเป็นการtributeให้ศิลปินในตำนานของบ้านเราด้วยท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ทำเพลงมาให้เราได้ฟังกันบ่อยมากนัก  เพลงเดียวเขียนสามหน้า+หาข้อมูลเพื่อความชัวร์อยู่เป็นชั่วโมง เพื่อให้มันสมกับที่พี่อรเค้าตั้งใจปล่อยเพลงนี้ออกมาเพื่อแฟนๆนั่นแหละครับที่มีค่ายิ่งกว่าอะไร  ได้มีโอกาสอ่านสิ่งที่พี่อรเขียนโพสต์เอาไว้ในFacebookว่า  เพลงนี้ทำไว้ ก็คือแต่งไว้ตั้งแต่ปี 2006 (ปกติพี่อรจะกินรวดทั้งเนื้อร้องทั้งทำนอง เป็นปกติอยู่แล้วดังนั้นลายเซ็น กลิ่นอายเพลงพี่อรจะเข้มข้นมาก) มีริฟกีต้าร์ที่แต่งไว้  ใส่ลงไป  จากนั้นก็ ลูปกลอง และรายละเอียดของดนตรีอื่นๆ แล้วก็เรียบเรียงกับวงไว้จนเสร็จ และพี่อรก็เปิดเพลงนี้ฟังอยู่เรื่อยๆนั่นแหละครับเวลาที่ท้อแท้ ฟังแล้วก็มีกำลังใจ ฮึกเหิมขึ้นมา คือเจ๊แกเก็บไว้ฟังคนเดียวมา7ปีแล้วว่างั้นเถอะ (ใจร้ายกับคนฟังจัง ฮ่า)และพี่เค้าก็ให้เพลงนี้เป็นเพลงของทุกคนในที่สุดด้วยการปล่อยออกมาให้เราฟังเพื่อเป็นกำลังใจ ความหวัง และหลายๆอย่าง เรียกว่าเพลงมันมีคุณค่ามีอิทธิพลกับชีวิตเราทุกคนมากจริงๆ  ยิ่งคนชอบฟังเพลงจะยิ่งรู้คุณค่าของกำลังใจจากเพลงที่เราชอบนั่นล่ะ  เป็นการปล่อยออกมาให้แฟนๆหายคิดถึงไปก่อนระหว่างรอพี่อรทำอัลบั้มเต็มให้เสร็จสมบูรณ์นั่นเอง   พูดถึงเพลงนี้  ยังมีความเป็น “อรอรีย์”  อยู่แบบเต็มเปี่ยม   ไล่ตั้งแต่ส่วนตัวคนร้องเลย พี่อร  ระดับพี่นี่  ผมไม่อวยเว่อร์นะ แต่นี่คือ The Special One คนนึงในวงการเพลงไทยเลย  ถ้าฟุตบอลยุโรปมีมูรินโย่  สยามประเทศก็มีอรอรีย์นี่แหละ .. คือเอาง่ายๆ  เสียงแบบนี้สไตล์แบบนี้   หาไม่ได้ในวงการเพลงไทยปัจจุบันแล้ว  มีคนเดียวจริงๆ  ฟังปุ๊บนี่ กดปุ่มตอบได้เลยว่าเสียงใคร ใครร้อง .. จุดเด่นของเสียงพี่อรที่เจ๋งสุดคือเป็นผู้หญิงที่มีเสียงร้อง “เข้มแข็ง”  มากๆ  คือเสียงเธอแข็งแรง  ฟังแล้วเต็ม   ไม่ใช่ว่าร้องร็อคนะครับ แต่เนื้อเสียงเธอเต็มจริงๆ  แข็งแกร่งหนักแน่น  นิ่งมาก  เนื้อเสียงมีสัมผัสที่อ่อนนุ่มภายใต้ไดนามิคที่แข็งแรงนั้นของมัน   อันนี้แหละจุดเด่นสุดๆ

          Lyrics & Melody ยังคงเป็นคนเดิม  ไอ้ที่เป็นกลิ่นอายเฉพาะตัวนี่แหละครับ  ที่มันสร้างยากยิ่งกว่าอะไร และเป็นสิ่งที่คนเราไม่มีทางและไม่ควรที่จะลอกเลียนแบบกัน  นี่คือลายเซ็นเฉพาะตัวของอรอรีย์อีกอันนึงที่  เนื้อเพลงและทำนองจะค่อนข้างฉุดให้คนฟังนั้นถลำลึกลงไปกับมิติที่ลึกมากของมันในนั้น  มันมีอารมณ์หม่นๆภายใต้แสงอาทิตย์ที่ถูกเมฆบัง  คือเป็นความดาร์คอ่อนๆแต่ว่าอบอุ่นนั่นล่ะ  เพลงนี้ยังคงเป็นแบบที่เราคุ้นเคย  ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับงานเก่า  ง่ายๆเลยคือจับไปชนกับ “ระหว่างเรา” ได้เลยเพลงนี้ ค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก ถ้าชอบระหว่างเรา  เพลงนี้ก็น่าจะผ่านด่านได้เช่นกัน   ส่วนภาคดนตรีนี่ก็ยังยอดเยี่ยมเหมือนเคย  คือแม้เพลงนี้มันยังไม่ใช่เพลงเร็ว  ถ้าจะเอาแบบ แล้วเธอ มันส์ๆดุๆ อาจจะต้องรอซิงเกิลต่อไป  แต่ให้ตายเถอะ  ขนาดนี่เป็นเพลงช้า  พาร์ทดนตรียังใส่มาได้หนักหน่วงเข้มแข็งอยู่ไม่มีดรอปไปจากก่อนๆเลย   คือดนตรีมันจะค่อยๆบิ๊วขึ้นเรื่อยๆจนถึงท้ายเพลงนี่มาเต็ม  ริฟกีต้าร์แบบดิบๆที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกรันจ์ร็อคนี่  มาเต็มข้อเลยพร้อมด้วยเมโลดี้สวยๆ  โยกหัวตามได้อ่ะ  คือ  ผมขอกล่าวไว้ก่อนเลยก่อนที่จะลืมเขียนว่า  ผู้หญิงอะไรโคตรเท่เลย  เท่จริงๆครับพี่อร   เพลงนี้ดีมากๆในทุกส่วนอย่างที่บอก   ยังไม่ได้พูดถึงความพิเศษของเพลงนี้นั่นคือ  มีการใส่เนื้อร้องภาษาฝรั่งเศสมาในเพลงด้วย ตามเครดิตนี้คือ เพลง สักวัน (Un jour) เนื้อร้องทำนอง – อรอรีย์ , กีต้าร์ – ทีโอดอร์แกสตัน  คุณเท็ดดี้นั่นแหละ ,  เบส วาเลนไทน์ รออด , กลอง จุรีพร  กมลธรรมกุล (กรี๊ดดด มือกลองสาว)  และเสียงรับเชิญ  คริส เดกอง  ..   คือในส่วนของเนื้อร้องฝรั่งเศสนี่ใส่มาได้เหมาะเหม็งลงตัวกับเพลงมากๆ ฟังแล้วเพราะมาก  และขอขอบคุณ official audio ในyoutubeของเพลงนี้ที่กรุณาใส่คำแปลเป็นภาษาอังกฤษมาให้ด้วย ไม่งั้นโง่ๆอย่างผมคงไม่รู้ว่าร้องอะไร แปลว่าอะไร ฮ่า

          สรุปแล้ว เพลงนี้คือความอัดอั้นด้วยความคิดถึงของแฟนเพลง  ที่มาเจอกับความศรัทธาที่ยังคงอยู่กับการสร้างงานศิลปะในรูปของเสียงเพลงตามสไตล์ที่เป็นตัวตนของพี่อร  สร้างด้วยความรัก และเพลงนี้ก็เป็นเหมือนพลังงานให้กับคนฟังได้อีกทางหนึ่งด้วยความหมายแห่งความหวังที่อยู่ในเพลงว่า สักวัน .. นั่นแหละไม่ว่าวันนั้นจะเป็นไปในแบบไหนก็ตาม..
 
Close [×]