Album Review

Ost.Begin Again ถ้ารักคือเพลงรัก หนังเรื่องนี้คือรักที่ยิ่งใหญ่ กับอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เพราะที่สุดตั้งแต่เขียนมา [no spoilers]

หัตถาครองพิภพ July 10, 2014

          นี่คือหนังที่น่าจะเหมาะกับคนดูทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกสายนักดนตรีอย่างผมทั้งหลาย  หรือคนที่ชอบการฟังเพลง หรือวงการเพลง เรื่องนี้มีธีมที่ถูกจริตคุณ(กับผม)เลยแหละ  นั่นคือหนังที่มีชื่อเรื่องว่า “Begin Again เพราะรักคือเพลงรัก”  เหมาะสำหรับคนชอบหนังรัก หรือชอบแนวอื่นก็น่าจะดูได้สนุกเช่นกัน  เรื่องราวหนังคร่าวๆก็มีประมาณว่า เป็นความรักที่เกิดจากการพบกันของคนสองคน คนหนึ่งคือนางเอก สาวช้ำรักที่แฟนที่คบกันมากลายเป็นซุปตาร์นักร้องดังแล้วก็โดนทิ้งจนเกือบต้องทิ้งความฝันเป็นนักดนตรี  ไปเจอกับ อีตาโปรดิวเซอร์หนวดตกอับ สุดท้ายจึงร่วมกันวางแผนที่จะทำเพลงด้วยกัน สตูดิองดิโออะไรไม่ต้อง ไปลุยมันข้างนอกนี่แหละ หาอัดๆเอา ตำรวจมาก็วิ่ง (!?) สรุปนี่มาทำเพลงหรือมาขายเสื้อก็อปกันแน่ฟะ (ฮา) พล็อตประมาณนี้ไม่มีอะไรสปอยล์ ลองไปดูตัวอย่างจาก trailer ของหนังได้ครับ  
 
          หนังเรื่องนี้นำแสดงโดย Keira Knightley รับบทเป็น Greta นางเอกของเรื่อง  คงคุ้นหน้าเธอกันดีจากหนัง Pirates of the Caribbean  และพระเอก ไม่ใช่ใครที่ไหน พ่อหนุ่มฝรั่งลุคเซอสุดๆอย่าง Mark Ruffalo หรืออีตาพี่ฮัลค์จาก The Avengers คนนั้นนั่นแหละ  สภาพโทรมๆของแกเหมาะกับบทโปรดิวเซอร์เพลงเฟลๆแบบนี้ดีจริงๆ (หวังว่าถ้านักร้องเข้าห้องอัดไม่ถูกใจ อย่าแปลงร่างเป็นไอ้ตัวเขียวนะ)  เรื่องราวของสองคนนี้จึงเป็นความผูกพันและความรักที่เกิดขึ้นระหว่างทาง  และร่วมด้วยตัวประกอบระดับนักร้องดังอย่าง Adam Levine ในบทอีหนวดแฟนซุปตาร์ของนางเอก กับ Ceelo Green ที่มาช่วยส่งความฮาความสนุกสนานอีกคน  เรื่องราวหลักๆมีเรื่องของ ”ความฝัน” เป็นแกนเลย คือฝันที่ถูกทิ้งและต้องเดินทางต่อไปได้อย่างดี  มีแต่เสียงชื่นชมหนังเรื่องนี้เยอะจริงๆระดับที่ว่า น่าจะเป็นหนักรักที่ดีที่สุดของปีนี้เลย เป็นเรื่องที่น่าจะสร้างความรู้สึกฟีลกู๊ดให้แบบเต็มอิ่ม  เขียนบทและกำกับโดย John Carney  (รวมถึงเขียนเพลงในหนังเพลงต่างๆเองด้วย สุดติ่งมากคนนี้) ผลงานของตาคนนี้อยากแนะนำให้ลองไปหา ONCE มาดูอีกเรื่องหนึ่งน่าจะชอบเหมือนกัน   
         Begin Again ถูกจำกัดนิยามไว้ว่าเป็นหนังประเภท musical romantic comedy-drama  คือเป็นโรแมนติคคอมเมอดี้นี่แหละที่พวกเราคุ้นกัน แต่มันมีความดราม่าอยู่ และพาร์ทที่เด่นสุดๆคือ musical ที่มีเพลงเป็นส่วนประกอบสำคัญของหนังมากๆ ใครได้ดูตัวอย่างแล้วก็คงจะได้ยินไปเพลงนึงแล้ว เดี๋ยวจะบอกอีกทีว่ามันคือเพลงอะไร  แต่ความเด่นสุดยอดของหนังเรื่องนี้  คือทำหนังเพลง ถ้าเพลงไม่เพราะก็เสียชาติเกิดมาเป็น musical จริงๆ  และหนังเรื่องนี้ทำได้ เพราะว่า  เพลงประกอบหนังเรื่องนี้ “เพราะมาก” ทุกเพลง ขนาดเพลงยิบย่อยยังเพราะเลย  เป็นความรู้สึกที่ผมคิดว่า ใครที่ยังไม่ได้ไปดูหนัง  แค่ฟังเพลงอย่างเดียวก็ฟินหนักแล้ว เพราะเพลงดีจริงๆ  และถ้าได้ไปดูหนังมา แล้วมาฟังเพลง  ยิ่งฟินหนักและเติมเต็มความสุขความอินได้อย่างดีมากๆ  ดังนั้นมันจะมีอะไรที่น่าพลาดอีกล่ะ 
          สำหรับเพลงที่เราจะมาพูดถึงวันนี้มันก็คืออัลบั้มประกอบหนังเรื่องนี้นั่นเอง  ในอัลบั้มนี้นั้นเพลงก็ถูกใช้ในหนัง และก็มีความหมายดีๆทั้งนั้น  ตัวภาคดนตรีนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเพลงป็อปร็อคแบบซอฟท์ๆ ยืนพื้นด้วยแนวนี้เป็นหลัก ดังนั้นเพลงจึงค่อนข้างที่จะฟังง่าย เข้าใจง่าย และสื่อถึงคนดูหนังคนฟังเพลงได้ง่าย (คิดดู ถ้าผจก ทำหนังเพลงธีมแนวดนตรีโฉดๆอย่าง ไซคีเดอลิค  ดัปสเต็ป หรือเดธเมทัล อะไรพวกนี้ คงสื่อสารยากไปอีกระดับล่ะ ฮา..)  ศิลปินหลักๆที่อยู่ในอัลบั้มชุดนี้ ก็คือคนที่แสดงอยู่ในหนังนี่ล่ะ มี Adam Levine ที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า ร้องนำอยู่ Maroon5 เป็นคอมเมนเตเตอร์อะไรก็ทำมาเยอะแล้ว นี่เป็นงาน acting debut ของเค้าเลยในการแสดงหนัง   มี Ceelo Green รวมถึง Cessyl Orchestra ที่จริงๆแล้วก็คือ Gregg Alexander ที่เป็นอดีตฟร้อนท์แมนของ New Radicals นั่นเอง ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้า เพลงหลายๆเพลงในชุดนี้ใครฟังแล้วจะรู้สึกว่าดนตรีมีกลิ่นอายคล้ายๆเพลงดังเก่าๆอย่าง The game of love ของ Santana มาฟีท vocel ด้วยน้องBranch เพราะตานี่ได้รับรางวัลgrammy มาจากเพลงนี้นั่นเอง (แต่งร่วมกับNice Nowelsที่ก็ตามมาเป็นทีมเพลงในBegin Againด้วย) คือเป็นคนแต่งอ่ะ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลย มีหลายเพลงนี่ The game of love นำกลิ่นมาเลย   และสุดท้ายที่สำคัญในอัลบั้มนี้นั่นคือ Keira Knightley ที่ ผมบอกเลยว่า  พวกนักรอ้งอาชีพทั้งหลาย พวกคุณเตรียมหนาวได้เลย  คนนี้ของจริงว่ะ  คือ สวยคม แสดงดี ที่สำคัญ เสียงยังดีอีก  ไม่น่าเชื่อว่าสกิลร้องเพลงจะอยู่ระดับสูงขนาดนี้ คือเนื้อเสียงใสกิ๊งมาก ร้องเพลงแล้วฟังสบาย มีความสุข  โดนแย่งอาชีพแน่พวกเอ็งฮ่าๆๆ สวิฟท์อาจจะมีหนาวได้ล่ะงานนี้
          เราไปฟังเพลงกัน   เพลงชุดนี้ให้พูดกันตรงๆคือ เพราะมากทุกเพลง ฟังสบายๆเพลินๆได้ทั้งอัลบั้มนั่นแหละครับ  ผมกล้าบอกว่านี่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เพราะที่สุดตั้งแต่ผมเขียนรีวิวมาเลย ฟังเพลงมาก็หลายชุดที่เป็น Ost. ฟังยากบ้าง เพราะบ้าง สลับกันไป แต่ไม่มีชุดไหนที่มาตรฐานสูงโหดเว่อร์เท่าชุดนี้ ทั้งๆที่ดนตรีก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่ด้วยโครงเพลงที่สวยงาม จริงใจ และสื่อถึงความรักได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้เพลงชุดนี้เพราะมาก และฟังง่ายๆสบายๆได้เรื่อยๆจริงๆ เริ่มตั้งแต่เพลงเปิดหัวและเป็นเพลงหลักของเรื่องนี้เลย อย่าง Lost Stars  เพลงนี้ส่งประกวดชิงรางวัลได้เลยล่ะ  มีความ simple อยู่ในตัว แต่มีความสวยงามเคลือบอยู่อย่างอิ่มเอม  นอกจากนี้เสียงของ Adam Levine ยังทำให้เพลงๆนี้  ที่เพราะอยู่แล้วเป็นทุนเดิม  กลับมีความพิเศษยิ่งขึ้นไปอีก  ยิ่งฟังเพลงเขายิ่งชัดเจนเลยว่า เสียงของอดัมนี่เป็นสิ่งที่ฟ้าประทานมาให้จริงๆ ยิ่งท่อนเสียงหลบสูงนี่ สุดยอดมากๆ  ในขณะเดียวกัน เวอร์ชั่นของ Keira Knightley ก็มีความสด มีความจริงใจ  และมีสเปซของเพลงที่อยู่เวิ้งอารมณ์นี้ได้อย่างดีเยี่ยม  เนื้อหาและlyrics เพลงนี่เข้าขั้นเยี่ยมยอดเลยจริงๆ  ทั้งๆที่โครงสร้างก็ปกติ มีเวิร์สธรรมดา มีท่อนส่ง ท่อนฮุค  แต่สมบูรณ์แบบอย่างบอกไม่ถูก  ชนิดที่ว่า ผมเชื่อว่าหลายคนเป็น นั่นคือฟังเพลงนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนบัดนี้  แม้จะเขียนรีวิวนี้จบ ก็ยังอยากฟังอยู่เลย ให้ตายเถอะ!
 
MV Lost Stars - Adam Levine


MV Lost Stars - Keira Knightley

          Tell me if you wanna go home  เพลงsoloเดี่ยวของเคียร่าที่แสดงความเป็นศิลปินของเธอออกมาแบบฉายแววมากๆ เพลงฟังง่ายๆ  เมโลดี้เพลงนี้น่ารักดี ให้อารมณ์เนิบๆแต่อบอุ่นเล็กๆในความรู้สึก แถมยังมีเวอร์ชั่นที่ฟีทกับอีน้องหนู Hailee Steinfeld อีก รักใครชอบใครไปฟังได้ 
 
เพลง Tell me if you wanna go home
 
          No one else like you เพลงนี้มีส่วนผสมของคีย์บอร์ดเข้ามาเป็นแกนหลักของไลน์ดนตรีทำให้เพลงมันป็อปขึ้นไปกว่าเพลงอื่น ฟังเพลงนี้แล้ว ใกล้เคียงกับฟีล Maroon5 ดี ตอนนี้ผมก็ยังคิดอยู่ว่า เพลงพวกนี้บางเพลงน่าจะไปรวมในชุดใหม่ของเค้าเนอะ แต่คงไม่น่าเป็นไปได้เพราะคนทำเพลงคนละส่วนกัน แต่นี่เป็นอีกเพลงที่อดัมโชว์เสียงสูงปรี๊ดให้ฟังแบบแสบดาร์กซ์กันอีกครั้ง แต่กรูฟเพลงนี่ มันเท่ มันชิลดีแท้ๆ  ลายเซ็นคนทำเพลงนี่ ชัดมากชัดโคตรๆ ไปตาม Michelle Branch มาร้องให้อีกครั้งยังได้เลย / อีกเพลงของ Adam ที่ผมชอบรองจาก Lost Stars คือเพลง A higher place เพลงนี้ฟังแล้วคิดถึง The game of love เลย  เพลงจังหวะฟังง่ายและสบายกว่าno one elseฯอีก  กลิ่นอายของเพลงมันมีคลาสมากๆเพลงนี้ ไลน์เบสง่ายๆหนึบๆ แต่มีระดับจริงๆ  เพลงนี้ให้คะแนนเต็มอีกเพลง เลิฟเลย
 
เพลง No one else like you

          เพลงของ Cee-Lo มีอยู่สองเพลงคือ Horny และ Woman of the world  ในเพลง Horny มีความยียวนในแบบของซีโลอยู่  ดนตรีนี่มีเครื่องเป่าตามสไตล์ของแก อาจจะไม่ได้เป็นโมทาวน์เลย เพราะเพลงยังคงเกาะธีมหนังอยู่ แต่ก็ให้กลิ่นเรทโทรที่ดีๆอยู่เหมือนกัน  / Woman of the world เพลงนี้ลบความดิบของดนตรีต่างไปจากดนตรีสดของ Horny เลย แต่ออกเป็นเพลงเต้นรำมากกว่าซะด้วยซ้ำ มีจังหวะให้โยกชิคๆได้ 
 
เพลง Horny

            Like a fool เป็นเพลงอะคูสติกน่ารักๆที่ฟังแล้วมีความสุข ยิ้มตามได้เลยเหมือนเดิมอยู่บนปุยนุ่นก้อนเมฆยังไงยังงั้น เคียร่านี่สุดยอดมากๆ ถึงบอกไงครับว่า นักร้องอาชีพมีหนาวแล้วล่ะ เจอคนนี้เข้าไป อีกเพลงนึงคือ coming up roses  เพลงนี้ของเคียร่าจะค่อนข้างมีจังหวะขึ้นมาหน่อยนึงด้วยเครื่องสายที่เข้ามาเติมเต็มให้เพลงมีมิติที่ลึกลงไปอีกขั้นหนึ่ง แก้เลี่ยนเพลงอื่นได้ดี  แต่ที่สุดยอดของสุดยอด น่าจะไม่พ้นเพลงที่จะพูดถึงนี่คืออีกเพลงที่ให้คะแนนเต็มสิบไปเลย และคิดว่าคนที่ได้ดูตัวอย่างหนังคงได้ยินความไพเราะของมันมาบ้างแล้ว นั่นคือ A step you can’t take back เพลงที่ในตัวอย่างนางเอกเล่นอยู่ในบาร์เพลงนั้นแหละครับ เพลงนี้เป็นเพลงที่ดนตรีเด่นมากอีกเพลง ไม่ใช่ว่ามันจะมีรายละเอียดแบบอลังการอะไร แต่มันมีไลน์เปียโนที่สร้างความสุขให้แก่การได้ยินมากๆโดยที่โครงเพลงมันก็ดีอยู่แล้ว เพลงนี้ฟังแล้วสะดุดกึกตั้งแต่ฟังครั้งแรกจริงๆ ชอบมาก หลายๆคนก็ชอบเพลงนี้เช่นกัน ห้ามพลาด
 
เพลง  Like a fool

          Cessyl Orchestra หรือตาเกร็กก์อย่างที่บอกไปแล้ว  นี่เป็นศิลปินที่สร้างบรรยากาศให้เพลง Ost. ชุดนี้ได้ดีมากๆอีกคนเพราะเพลงแกชิลมากจริงๆ มีความดิบอยู่แต่เป็นความดิบที่สวยงาม อย่าง Did it ever cross your mind ช่วงsoloเสียงกีต้าร์มันกรีดดีแท้ๆ ไม่เชื่อลองไปฟัง / into the trance เพลงนี้ฟังแล้วนึกว่า Coldplay ชุดล่าสุดมาเองเลย  ให้อารมณ์เวิ้งว้างที่มีบรรยากาศที่ฟังแล้วโรแมนติคมากๆ  เหมาะกับการฟังไปจิบไวน์ไป(หืมม์?) / The roof is broke เพลงนี้ให้อารมณ์เพลงเรทโทรเก่าๆยุค90sดี  ซาวด์ดนตรีเก่าๆที่เลือกมาใช้มันโดนมากๆ ทำให้เพลงมันดูมีความเก๋ามีระดับจริงๆ  เหมือนR&Bเก่าๆเลย / Intimidated by you เป็นเพลงปิดของตาเกร็กก์ .. เอ๊ย Cessyl Orchestra นามแฝงที่เค้าใช้ เหมือนเป็นเพลงทิ้งทวน จัดมาซะดิบเลย แต่ก็ยังเข้ากับหนังอยู่ดี ดนตรีดีมากๆ
 
เพลง into the trance

          นี่เป็นเพลงประกอบหนังที่ ฟังแล้วไม่อยากวาง วางไม่ลง อยากเปิดหมุนวนให้ครบอัลบั้มอีกหลายๆครั้งอีกนานๆ เพราะเพลงมันเพราะจริงๆ ฟังแค่ Lost Stars สองเวอร์ชั่นก็ฟินแล้ว  ได้ยินครั้งแรกแล้วหลงรักเลย   คือเพลงที่จะทำให้คนฟังเพลง ชอบตั้งแต่ฟังครั้งแรกได้นี่  ต้องเจ๋งจริงๆ อย่างที่บอก เพลงประกอบนี้ ฟังก่อนไปดูหนังก็ได้  และไปดูหนังกลับมาฟัง ยิ่งจะฟินและเต็มอิ่มมากไปกว่าเดิมอีก  พร้อมด้วยเสียงบอกต่อที่ ยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ไม่มีเสียงแตกเลยว่า  หนังเค้าดีจริงๆ  คนชอบฟังเพลงห้ามพลาดเด็ดขาด คนไม่ฟังเพลงยิ่งห้ามพลาด  คนชอบหนังรัก  ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง  สรุปแล้วงานนี้ Begin Again ได้รับการยอมรับแบบสุดๆ และเพลงก็อยู่ในระดับสุดยอดจริงๆ

          ฟังแล้วชีวิตมีความสุขสุดๆ!
 

Begin Again, soundtrack