Ost.Guardians of the Galaxy หนังยอดเยี่ยมแห่งปี กับเพลงประกอบดีๆที่ฟังแล้วโคตรรรรรฟิน สวรรค์ของคนชอบเพลงยุค70sชัดๆ!! [สปอยล์นิดหน่อย]

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

          มันเป็นการเขียนรีวิวที่มีความสุขมากๆครั้งหนึ่งจริงๆครับเมื่อได้เขียนถึง เพลงประกอบภาพยนตร์ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้อย่าง Guardians of the Galaxy หรือเรียกสั้นๆว่า GOTG นั่นเอง  มันเป็นหนังที่ผมต้องบอกว่า สนุกสนาน ครบรส ดูแล้วมีความสุขมากจริงๆ เหนือความคาดหมายไปเยอะ ถ้าใครคิดว่านี่เป็นหนัง Marvel หนังฮีโร่ต่อสู้กันอย่างเดียว ผิดถนัด เรื่องนี้มีหมดทั้งสนุก ตลก เศร้า ซึ้ง บู๊ แอคชั่น และคุณก็จะได้เห็นอะไรประหลาดๆในหนังเรื่องนี้อยู่เยอะพอควรแบบที่ไม่เคยเห็นจากหนังฮีโร่เรื่องไหนๆ (ฮา)  ดูแล้วมีความสุขมากครับ  ทั้งสุขทั้งฮาตลอดเรื่อง  

          เรื่องราวสำคัญจะเป็นยังไงบ้างนั้นผมอาจจะไม่เล่าทั้งหมด แค่เกริ่นๆ คือปกติผมจะเขียนบทความแบบไม่สปอยล์หนัง สนใจแต่เพลง  แต่เรื่องนี้ต้องพูดถึงนิดหน่อยจริงๆ คือ GOTG นั้นเป็นหนังในตระกูลค่าย Marvel ที่ทำออกมาแล้วก็จะมีความเกี่ยวพันกับจักรวาล Marvel อยู่แบบเต็มๆ เรียกง่ายๆว่ามันต่อยอด + ปูพื้นไปสู่ภาคอื่นๆของมาร์เวลด้วย เราอาจจะได้เห็นทีมจอมป่วนห้าคนนี้ไปโผล่อีกทีใน Avengers 3 ก็เป็นได้เพราะมีการปูเรื่องอัญมณีและตัวโหดเบอร์ต้นๆของมาร์เวลอย่างธานอสไว้แบบไม่มีกั๊ก คือได้โยงกับภาคหลังๆแน่นอน  ส่วนใครจะดูเป็นหนังแยก ไม่มีอะไรเกี่ยวเนื่อง ไม่เคยดูเรื่องอื่นๆมาก่อน ก็ดูได้สบายๆอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวพันกับใครเลยก็ยังสนุกกับหนังได้สบายๆ 
          คนดูจะได้สนุกไปกับความเกรียนของ Star Lord หรือ ปีเตอร์ควิลล์ กับโมเมนต์มนุษย์ฟังเพลงย้อนยุค ที่เราจะได้พูดถึงกัน ..จะได้เห็นความน่ารักของ Groot ที่ให้เสียงพากย์โดยวินดีเซลแบบทุ่มสุดตัว ถึงขนาดต่อขาทำตัวสูงๆยืนพากย์กันเลยทีเดียว .. คุณจะได้เห็น แร็คคูน .. หรือแพนด้าแดง หรือ .. เออจะตัวอะไรก็ช่างเถอะ แต่เขาคือ Rocket จอมยียวนอัจฉริยะ เหมือนกับได้ดู Ted ในภาคแรคคูนยังไงยังงั้นจริงๆ อะไรเถื่อนๆแกมีหมด หมดภาพของสัตว์น้อยน่ารักไปเลย (ฮา แต่ผมชอบตัวนี้มากนะ ว่ากันว่าตัวนี้คือตัวละครที่ฉลาดเป็นลำดับต้นๆของMarvelเลยทีเดียว)  ..  Gamora โดย ซูอี้ ซัลดาน่า ที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจนสุดๆคนนึงถ้ายังจำกันได้จากการเป็นนางเอก Avatar ที่ดราม่าแอคชั่นตลอดเว .. และ Drax The Destroyer ที่รับบทโดยเดฟบาทิสต้า ตัวละครจอมพลังดราม่าที่มีเบื้องหลังซ่อนอยู่อีกเพียบ .. ตัวหลักมี5คนประมาณนี้ ผมว่าผมเกริ่นมาเยอะแล้ว เรื่องราวจะเป็นยังไงบ้าง เข้าไปดูกันเอาเองถ้ายังไม่ดู  ผมไม่สปอยล์จุดสาระสำคัญเลย เพราะข้อมูลเบื้องต้นพวกนี้ในทีเซอร์ในgoogleมันมีบอกครบอยู่แล้ว  แต่บอกได้คำเดียวว่า  ฮา สนุก มีความสุขทั้งเรื่องจริงๆ  หนังเรื่องนี้ขึ้นแท่งชิงตำแหน่งหนังประทับใจแห่งปีของคนดูหลายๆคนได้เลยครับ คุ้มเงินแน่นอน

          มาพูดถึงเพลงบ้าง นี่เป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เด่นมากๆในเรื่อง คือผมสังเกตว่า Marvel นั้นมีความพยายามที่จะนำเอาเพลงเก่าในยุค 70s-90s กลับมาให้มีชีวิตอีกครั้ง จากสังเกตในหนังหลายๆเรื่อง รวมถึง GOTG นี้ด้วยที่เพลงยุค 70sมาแบบ เต็มข้อ หนักหน่วงจริงๆ คือ สิ่งหนึ่งที่คนดูเรื่องนี้ชอบมากเช่นเดียวกับผม นั่นคือ ธีมของหนังที่ให้กลิ่นอายย้อนยุคไปแถวๆยี่สิบถึงสี่สิบปีที่แล้ว เหมือนเป็น สตาร์วอร์สของมาร์เวลยังไงยังงั้นเพราะธีมมันอวกาศมากๆ  บรรยากาศในเรื่องมันแลดูโบราณๆแบบคลาสสิคดี ที่สำคัญคือ  เพลงที่มาเปิดระหว่างเรื่องในช่วงเวลาต่างๆในหนังนั้น  มันคือเพลงที่พระเอก ปีเตอร์ควิลล์ หรือ Star Lord นั้นพกติดตัวตลอดเวลา นั่นคือ “เทป” ที่อัดเพลงเก่าๆรวมไว้ในชื่อ Awesome Mix, Vol.1 ที่เป็นเทปของขวัญจากแม่เขานั่นเองที่รวบรวมเอาเพลงเก่ายุคแม่ เอาไว้ให้ปีเตอร์ได้ฟัง หลังจากที่ปีเตอร์ไปจากโลกแล้ว นี่เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขามีความสุข และยังคิดถึงแม่ได้อยู่นั่นเอง .. 
          ซึ่งไอ้เพลงที่ตัวเอกฟังบ่อยๆในหนังตลอดนี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจ และต้องเอามาเขียนรีวิวถึงในวันนี้นั่นเองซึ่งก็คือเพลงประกอบหนังของ GOTG นี่แหละ มีอยู่สองส่วน ส่วนหนึ่งคือสกอร์ของหนัง [original score]ที่มีอยู่29แทร็ค  กับอีกส่วนหนึ่งคือเพลงประกอบหนังโดยตรงนั่นเอง ซึ่งมีทั้งหมด 12 เพลง แต่ละเพลงก็จะออกมาประกอบในช่วงเวลาในหนังต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงเก่าระดับตำนานที่เพราะมากๆในยุค70s-90sล้วนๆเลย จะขอไล่ตามลำดับเวลา และความชอบเลยนะครับ

          I’m not in love ของ 10CC เพลงแรกสุด และเป็นเพลงที่ผมโคตรรรรชอบมากๆที่สุดในอัลบั้มนี้จริงๆ โผล่มาฉากแรกเลยที่พระเอกตอนเด็กกำลังนั่งฟังเพลงอยู่ถ้าใครไปดูมาแล้วคงจำได้ เพลงนี้ฉากนี้เลย ประทับใจมากจริงๆด้วยตัวเพลงที่เพราะมากจนไม่รู้จะเพราะยังไงด้วยดนตรีเพลงช้าๆแบบ Soft Rock ของวงดนตรีสัญชาติอังกฤษอย่าง 10CC ที่เล่นดนตรีแนวป็อปร็อคซอฟท์ร็อคอยู่แล้ว จุดเด่นมากๆของเพลงนี้คือมิติของดนตรีที่มันดูดให้คนฟังลึกเข้าไปในความซึ้งของเพลงได้อย่างดี เหมือนคนฟังอยู่ในห้วงอะไรสักอย่างเวลาฟังเพลงนี้  ชอบมากจริงๆ เชื่อว่าหลายๆคนก็ชอบด้วย เพราะนี่คือเพลงแรกที่โผล่มาในหนัง เราก็ตื่นเต้นแล้ว ไม่เคยฟังมาก่อนจริงๆ แต่ได้ยินปุ๊บก็ชอบเลย และขนลุกจริงๆว่า เราชอบดนตรีย้อนยุคสมัยช่วงนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งได้ฟังเพิ่มอีกยิ่งฟินหนัก ยิ่งได้รู้ว่าเพลงเพราะๆที่เก่าๆยังเหลือให้หามาศึกษาอีกเพียบ  ฟังแล้วขนลุกจริงๆครับ  , I’m not in love นอกจากGOTGแล้วก็ยังถูกใช้ใน เกมส์ GTA และหนังบริดเจ็ดโจนส์อีกด้วย เพลงปี 1975 แต่ยังสามารถสร้างimpactให้คนยุคปัจจุบันที่ได้ฟังได้ .. ผมว่าไม่ธรรมดา
 

          Come and get your love เพลงนี้ก็น่าจะเป็นเพลงประทับใจของอีกหลายคนเหมือนกัน เพราะมันเพราะมากกกกกก โอ้ยพระเจ้าช่วยนี่เพลงเก่าทำไมมันทรงพลังและฟังแล้วขนลุกแบบนี้ ดนตรีดีมากกกก .. คือผมไม่ได้เว่อร์นะครับ เพลงมันดีจริงๆ .. Come and get your love นั้นเป็นผลงานที่โด่งดังที่สุดของวงดนตรีอเมริกันนามว่า Redbone ที่ทำยอดและความฮิตแบบถล่มทลาย ด้วยสไตล์ดนตรีFunkผสมผสานกับR&B  และแน่นอนว่าเคยติด1ใน5ของบิลบอร์ดสมัยปี1974มาแล้วด้วย โอ้วแม่เจ้าตูยังไม่เกิดเลย 5555 เพลงผมฟังแล้ว ขนาด40ปีแล้ว ทำไมซาวด์ยังไม่โบราณไม่เก่าเลย สุดติ่งมากๆ เพลงนี้อยู่ในตอนที่Star Lord เปิดเพลงจากwalkmanฟังระหว่างที่เดิน ช่วงต้นเรื่อง เป็นเพลงเปิดหนังน่ะครับ  ประทับใจมากๆต่อจากเพลงด้านบนเลย  วินาทีนั้นผมก็รู้ละว่า เดี๋ยวต้องได้ฟังเพลงเพราะๆตลอดเรื่องแน่ๆ ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ .. นี่ก็สุดยอดของความฟินอีกเพลง
 

          Fooled around and fell in love ของ Elvin Bishop  เป็นเพลงโรแมนติคในช่วงที่ควิลล์เอาเพลงให้กามอร่าฟังแบบโรแมนติคๆนั่นเอง เพลงนี้เป็นผลงานปี1975 ของมือกีต้าร์บลูสระดับพระกาฬที่ชื่อ Elvin Bishop นั่นเองกับแนวดนตรีบลูส์ร็อคในเพลง สังเกตดูดีๆจะมีพาร์ทที่Soloกีต้าร์ด้วย สุดยอดมาก ฟินสุดๆ เป็นเพลงโรแมนติคเพลงเดียวในอัลบั้มเลยก็ว่าได้ที่เป็นบวกหน่อย เพราะ I’m not in love มันหม่นๆนิดๆ เพลงนี้น่าเอาไปเปิดตอนขอผู้หญิงแต่งงานมากๆ โคตรเพราะเลยครับพี่น้อง ปลาบปลื้ม
 

          Hooked on a feeling ของ Blue Swede ร็อคแบนด์จากสวีเดน.. นี่เป็นอีกเพลงที่เป็นไฮไลท์ของ Ost.เรื่องนี้เลย  ในหนังมันโผล่มาตอนไหนผมก็จำไม่ได้แล้วล่ะ แต่ที่รู้ๆมันเพราะมาก และในทีเซอร์หนัง เพลงนี้เป็นเพลงประกอบเต็มๆเลยไปกดหาดูทีเซอร์ได้ครับ เป็นเพลงสนุกๆอีกเพลงที่เมโลดี้ติดหูมากเหมือนกับ Come and get your love ด้านบนเลย .. แต่บอกก่อนว่า เพลงนี้ไม่ใช่ original นะจ๊ะเพราะต้นตำรับมันออกมาในปี1968 คือปลาย60sเป็นงานของ B.J. Thomas ไปหาฟังกันได้ (อันนี้คือโบราณของจริง ฟังซาวด์ดนตรีดูก็จะรู้เลยว่ามันเป็นของช่วง 60s จริงๆ แตกต่างกับอันที่เราฟังอันนี้มาก แต่ก็เพราะไม่แพ้กัน).. อันที่เป็น cover version และดังมากไม่แพ้กันคือของ Blue Swede นี่เองในปี 1974 ที่เราได้ฟังกันนี่แหละ เพลงโดดเด่นด้วยท่อน ooga chaka ตอนต้นเพลงจากงานของ Jonathan King ที่ผู้ฟังจะจดจำได้แม่นยำ ก่อนที่จะเป็นเมโลดี้เพลงป็อปแบบน่ารักฟังสบายๆในเพลง  ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ และก็ถูกนำมาเป็นเพลงเอกเพลงแรกของ Awesome mix, Vol.1 ของปีเตอร์ควิลล์เรียบร้อย (แม่ปีเตอร์รสนิยมดีชะมัด)
 

          Spirit in the sky ของ Norman Greenbaum เพลงปี 1969 คืออีกเพลงที่ได้ยินแว้บๆตอนทีเซอร์หนัง เป็นเพลงเร้าใจแบบเนิบๆ ฟังแล้วอะดรีนาลีนหลั่งดีแท้เหมือนพร้อมออกรบสงครามอวกาศเลย  เป็นงานเพลง Rock ผสมผสานกับ Gospel ก็คือเพลงคล้ายๆเพลงในโบสถ์ของคริสต์ที่มีการประสานเสียงกันประมาณนั้นละครับ ไม่เชื่อลองฟังดูในเพลงจะมีไลน์ประสานแบบกอสเปลผสมอยู่ด้วย แต่ตัวหลักยังเป็นร็อคอยู่ มีไซคีเดอลิคติดมาเล็กๆเหมือนกลิ่นวาซาบิกับซูชิถ้าไม่จิ้มเยอะ (ฮา) เพลงนี้เก๋าดีผมชอบ ตัวเพลงมีคอนเทนท์ของคริสต์อยู่เยอะ และตัว Norman เองก็เป็น Jewist แต่สุดท้ายแล้วเพลงนี้ก็เป็นเพลงร็อคธรรมดาทั่วๆไปที่เพราะมากๆเพลงนึงนั่นละครับ
 

          Go all the way  ของ The Raspberries เป็นงานเปิดตัวซิงเกิลที่สองของวงเลยทีเดียวกับ Go all the way เพลงนี้ฟังดนตรีแล้วรู้เลยว่าเพลงมันเก่ามาก เก่าจริงๆ  ตัวเพลงนี้มีได้รับinspiration มาจากการดู Rolling Stones เล่นเพลง Let’s spend the night together หรือแปลไทยก็ประมาณว่า คืนนี้อยู่กับฉันนะ.. ซึ่งสุดท้ายแล้วเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่มีอะไรๆเกี่ยวกับsexual อยู่มาก คนเขียนเองก็รู้ดีว่าเกี่ยวกับ sexual นี่เด็กๆอาจจะต้องได้รับมันด้วยเมื่อได้ฟังเพลง แต่มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนัก ท่อนbridge ที่มีท่อนcome on ก็มีการยั่วยวนอยู่กลายๆ คล้ายๆในเพลง Please Please me ของ The Beatles เหมือนกัน  แต่สุดท้ายแล้วเนื่องจากผมแปลไม่ออก (ฮา) เพลงปี1972เพลงนี้ก็จึงเป็นเพลงเก่าเก๋าๆ ซาวด์โบราณ ที่ฟังแล้วก็ยังเพราะมากๆจริงๆ  อย่างที่ข้อมูลบอกไว้น่ะครับ ดนตรีแบบนี้คิดถึงเดอะบีทเทิลส์นั่นแหละ ใครชอบช่วง60sก็ฟังเพลงนี้ได้เลย มาเต็ม แถม Eddie Trunk ก็ให้ทรรศนะไว้ว่า ซาวด์ของริฟกีต้าร์แตกๆในเพลงมันยังชวนให้คิดถึงความเป็น Hard Rock ได้ด้วย (ตั้งแต่อินโทรเลยฟังดู)
 

          Moonage Daydream ของ David Bowie เพลงนี้ธีมเข้ากับหนังชะมัด งานปี1971 ของ David Bowie กับวงในนาม Arnold Corns และ re-recorded อีกครั้งปีถัดมากับวง The Spider from mars เพลงพูดเกี่ยวกับ Alien Messiah และคำใบ้ในการกอบกู้โลกจากภัยพิบัติอะไรต่างๆในเพลงอื่นๆของเขา ..  ตัวเพลงเป็นglam rock ที่เป็นแนวดนตรีที่พัฒนาระหว่างป็อปกับร็อคในช่วงต้น70sจากสหภาพอังกฤษซึ่ง David Bowie เป็นหนึ่งในตองอูของแกลมร็อคเช่นกัน และ Moonage Daydream ก็เป็นอีกเพลงใน ost. GOTH ที่มาแรงแซงทางโค้งด้วยความจัดจ้านของดนตรีที่ต่างออกไปจากเพลงอื่นจริงๆ ต้องลองครับเพลงนี้
 

          Cherry Bomb ของ The Runaways เป็นวงเกิร์ลแบนด์หญิงล้วนที่เล่นแนว Punk Rock ผสมกับ Hard Rock วงนี้น่าสนใจโคตรๆ เป็นผู้หญิงแล้วเล่นแนวนี้มันไม่ใช่ธรรมดาเลย เหมือนสาวๆตัวแสบในยุคนี้สายพังค์นั่นแหละครับ แต่สมัยก่อนเค้าก็ได้อิทธิพลของ Hard Rock กันเยอะ และ Cherry Bomb นี่ฟังแล้วไม่ต้องคิดมากเลยมันคือ Hard Rock ชัดเจนผสมด้วยความเป็นพังค์เข้ามา  แรงได้ใจ ฟังแล้วฮึกเหิมมากๆ  เพลงออกมาในปี 1976 ก็ค่อนมาครึ่งหลังของทศวรรษละ มีความสดใหม่เริ่มเข้ามา เพลงนี้อาจจะไม่ได้เปรี้ยงในชาร์ทของ USมากนัก แต่กลับกัน มันกลับไปดังในญี่ปุ่น และ UKแทน  ซึ่งผมก็ว่ามันมันส์ดีนะ ชอบมากเพลงนี้  หนักแน่นเข้มแข็งแบบฮาร์ดร็อคดี
 

          Escape (The Pina Colada Song) ของ Rupert Holmes เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ชอบมากสุดๆอีกเพลงนึงในอัลบั้ม  ถึงแม้จะจำไม่ได้ว่ามันออกมาตรงไหนของหนัง แต่มันเพราะมากจริงๆ และคงเป็นเพลงที่ใหม่ที่สุดของ Ost. GOTH แล้วเพราะนี่เป็นเพลงปี 1979 (ก็ยังไม่เกิดอยู่ดี ฮ่วย) และเป็นเพลงอันดับหนึ่ง เพลงสุดท้ายของ US ในยุค70s ด้วยล่ะ เอามาครบเลยนะหนังเรื่องนี้  แต่อย่างที่บอก เพลงนี้เพราะมากกกกก ฟังสบายๆ ชิลโคตรๆ  ดนตรีซอฟท์ร็อคนิ่มๆ ชอบมากจริงๆ มีความสุขแบบไม่เบื่อกับเพลงนี้จริงๆ เปิดมาร้อยรอบก็ยังฟังได้อยู่ อ่าห์.. ฟินกับกรูฟเพลงแบบเนิบๆ  ชอบมากครับ  เนื้อหาเพลงก็แปลกๆดีเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่เบื่อความรักที่น่าเบื่อหน่ายเป็นรูทีนแบบเดิมๆ และอยากหาความแปลกใหม่ จึงได้ไปนัดพบสาวที่บาร์เพราะเธอได้ลงแอดฯไว้ว่าอยากพบผู้ชายที่ชอบ pina coladas ซึ่งเป็นคอคเทลรัมที่มีส่วนผสมของครีมมะพร้าวและน้ำสับปะรดนั่นเอง .. ประมาณนี้คร่าวๆ แต่รู้แต่ว่าอีตัวคนเขียนเพลง Holmes น่ะ เกลียดpina coladas จะตาย แต่กลายเป็นเพลงฮิตของเขาไปซะยังงั้น .. ก็เพลงมันเพราะจริงๆให้ตายเถอะ
 
   
          O-o-h Child ของ The five stairsteps หรือวงบันไดห้าขั้น วงโซลจากชิคาโกที่ไม่เคยประสบความสำเร็จเลยจนกระทั่งมาออกเพลง O-o-h Child เพลงนี้นั่นแหละ  เป็นเพลงโซลหนึ่งเดียวในอัลบั้มGOTGนี้เลย ด้วยเสียงเครื่องเป่าทองเหลืองแบบคลาสสิคๆ กับความนุ่มของดนตรีและสไตล์การร้อง ฟินมากๆอีกเพลงด้วยบรรยากาศย้อนยุคแบบนี้  ชอบมาก และเพลงนี้ก็กลายมาเป็น signature song ของวงและเกิดcover อีกมากมาย  ดังไปเลยทีเดียว เพราะเพลงมันก็เพราะมากจริงๆด้วยกลิ่นอายโซลเข้มข้นแบบนี้  มีหรือที่จะไม่หลงรักเพลงนี้
 

          Ain’t No Mountain High Enough ของ Marvin Gaye and Tammi Terrell นี่น่าจะเป็นเพลงที่เก่าที่สุดในชุด Ost. อัลบั้มนี้เพราะมันตั้งแต่ปี 1967 แต่ว่าทำไมผมรู้สึกว่ามันไม่ได้เก่าเลย มันแค่คลาสสิค และเป็นความคลาสสิคที่สมบูรณ์แบบมากๆ ทั้งดนตรีและเมโลดี้เพลงเพราะๆที่สมบูรณ์แบบ ฟังแล้วชอบมากๆ  เป็น R&B ผสมกับ Soul แบบเพราะๆ เวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นที่ทำต่อมาจากของปี1966ของ Tamla Motown และยังฮิตอีกครั้งในปี1970โดย Diana Ross แสดงว่าโครงสร้างเพลงเค้าดีจริงๆ ใครทำก็เพราะ  และ Marvin Gaye ที่เพลงเพราะทุกเพลงอยู่แล้วมาทำ  จึงเกิดความเพอร์เฟ็คท์ขึ้นมาในเพลงแบบยอดเยี่ยมมากๆ  เป็นเพลงปิดอัลบั้มนี้ที่ดีมากๆจริงๆ
 

          แต่เดี๋ยวก่อน!!! ด้านบนมันเป็นเพลงปิดอัลบั้มก็จริง แต่เพลงที่ปิดท้ายหนังใน End Credits จริงๆ เป็นเพลงนี้ครับนั่นก็คือ I want you back ของ The Jackson 5 วงนี้คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมาก  เพลงปี1969เพลงนี้เป็นเพลงที่ฉายแววของนักร้องอย่าง Michael Jackson ที่โดดเด่นตั้งแต่ตอนอายุ11ขวบด้วย เพลงนี้เป็นเพลงเปิดตัวของวงที่ทำให้วงดังด้วยเพลงหนึ่งและรวมถึง Motown ด้วยที่โดดเด่นช่วงต้น70s เป็นเพลง B-Side คู่กับ Who’s lovin you อีกเพลง ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากคำว่า เพราะมากกกกก ดนตรีคลาสสิคบวกกับทำนองที่สนุกสนานสดใส ฟังแล้วอารมณ์ดีจนต้นไม้เต้นตามเพลง  ก็ไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกันนอกจาก หลงรักเลยล่ะ  เป็นเพลงปิดท้ายหนังที่เก๋าและเจ๋งสุดๆ ส่งให้อารมณ์คนดูหนังฟินกลับบ้านกันไปทุกคนจริงๆ มีความสุขมากๆ
 

          หนังเรื่องนี้ใน imdbได้ไปถึง 8.8 ตัวหนังนั้นรอคุณพิสูจน์อยู่ ใครดูแล้วอ่านรีวิวนี้ก็คงจะฟินเพิ่มเข้าไปอีกที่มีที่มาของเพลง ใครยังไม่ได้ดู ก็ไปดูซะ คุ้มค่าเงินแน่นอนครับ ส่วนเพลงประกอบหนังที่หลายๆคนประทับใจกันจากหนังเรื่องนี้  หามาฟังให้ครบทั้งชุดจะฟินไปกับเพลงยุค 70sพวกนี้มากๆ ยิ่งดูหนังประกอบกับเพลงเหล่านี้ยิ่งเยี่ยมเข้าไปใหญ่  GOTG ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นเหมือนประตูเชื่อมต่ออนาคตกับอดีต  เป็นสิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่ๆแบบพวกผม ได้ย้อนไปฟังเพลงดีๆที่เรายังไม่เคยฟัง สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่เราที่เคยประทับใจมาแล้ว บางเพลงแม้อาจจะเคยผ่านหูแต่ก็ไม่รู้จัก .. ผมดีใจในส่วนนี้มากจริงๆ คือหนังดีน่ะมันดีมากๆอยู่แล้วล่ะ  แต่อีกสิ่งหนึ่งคือมันทำให้เราได้ฟังเพลงเก่าๆดีๆที่ยังไม่เคยฟังนี่แหละ คือสิ่งที่ประทับใจสุดๆของหนังเรื่องนี้… และศิลปินเหล่านั้นก็คงดีใจที่เพลงของพวกเขาเป็นอมตะ และส่งต่อให้ถึงคนฟังรุ่นลูกรุ่นหลานด้วย ขนาดเด็กๆตัวเล็กๆที่ไปดูหนังเรื่องนี้ยังชอบเลย แสดงว่ามันไปถึงเจนต่อไปแล้วล่ะครับแบบนี้  เยี่ยมมากๆ  

          ถ้า Begin Again คือหนังรักที่มีเพลงประกอบเพราะมากๆ .. Guardians of the galaxy ก็เป็นหนังฮีโร่ที่มีเพลงประกอบโคตรเพราะมากๆเช่นกัน!!!!
 
Close [×]