ชัช Music Director ขอชี้แจง ในกรณีดราม่า "พืช The Voice"

บทความโดย : YOU2PLAY

                 เรียกได้ว่าเป็นกระแสอย่างต่อเนื่อง หลังจากผู้เข้าแข่งขัน   "พืช The Voice"  เปิดใจผ่านเฟซบุ๊กว่าไม่ได้เลือกเพลงเอง‬ ใน รายการ The Voice Thailand รอบ knock out  โดยเจ้าตัวโพสต์ ถึงเบื้องหลังการทำงาน  หลังจากที่มีการขึ้นข้อความดังกล่าว ก็เกิดคอมเม้นต่างๆ มากมาย
 

 
 
                 จนทำให้  โค้ชแสตมป์  เองก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจง ผ่านเฟซบุ๊ก Stamp Official Club พูดถึงเบื้องหลังการทำงานในรายการทั้งการเลือกเพลงและการเทียบคีย์ เอาไว้เช่นกัน

 

 
 
                 จนล่าสุดนั้น ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องทั้งในรายการ The Voice Thailand และ คนในวงการดนตรี ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้


"ชัช" Music Director รายการ The Voice Thailand

                สวัสดีครับ ผมเป็น 1 ใน 3 คนที่ทำหน้าที่ Music Director รายการ The Voice Thailand นะครับ Season 1,2,3 ครับ เห็นกระแสตอนนี้แล้วจากที่คิดว่าจะเงียบไม่ทำอะไร คิดว่าน่าจะต้องออกมาชี้แจงซักหน่อยในกระบวนการทำงาน (ยาวหน่อยนะครับ แต่น่าจะตอบข้อสงสัยของหลายๆคนได้)
 
                สิ่งที่ทีมงานทุกคนในรายการคำนึงถึงเป็นอย่างแรกนะครับ คือ "ผู้เข้าแข่งขัน สำคัญที่สุดเสมอ" เราทุกคนรู้ดีว่ารายการระดับนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตและอนาคตของผู้เข้าร่วมรายการ มันสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนหนึ่งคนให้กลายเป็นดีมากๆจนถึงเลวร้ายที่สุดได้ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนไหนก็ตาม เรายึดถือสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานครับ
 
                แต่เช่นเดียวกัน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างที่สอง คือ "ความพอดี" ความพอดีนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้รายการนี้สามารถเข้าถึงคนหมู่มากได้ ตอบความต้องการของผู้ผลิต และผู้สนับสนุน ทำให้รายการมีความกลมกล่อม ไม่ดูยากเกินกว่าจะเข้าใจและก็ต้องไม่ดูง่ายหรือตื้นเขินจนเกินไป ผลสุดท้าย "ความพอดี" นี้อาจจะไม่ได้ตอบสนองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้อย่างเต็มที่ แต่อย่างน้อยก็พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ไอ้"ความพอดี" นี่แหละ ที่ทำให้ทีมงานทุกๆคนทำงานด้วยความตั้งใจและความรู้สึกใส่ใจในรายละเอียดและคำนึงถึงทุกๆฝ่าย..
 
                สองข้อนี้ถูกรวมเข้าด้วยกัน จนเป็นหลักการในการทำงานของทุกๆ คนในรายการนี้
                หากจะถามว่า ทำอย่างไรถึงจะสามารถส่งให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนไปได้ไกลและสวยงามที่สุด รวมถึงทำอย่างไรรายการถึงจะมีความพอดีที่สุด สำหรับตัวผมเอง ขอตอบว่า "ไม่ทราบจริงๆครับ" เราไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จริงๆ ทุกอย่างล้วนมีความไม่แน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้คือการระดมทุกความคิดมาช่วยกัน สร้างสรรค์ ทำในสิ่งที่เราคิดว่ามันดีที่สุดเท่าที่เราจะคิดออก หาจุดบกพร่อง และช่วยกันอุดช่องโหว่ ทำทุกๆรายละเอียดอย่างเต็มที่ และน้อมรับความผิดพลาดหากสิ่งที่เราคิดและทำไปแล้วมันเกิดไม่ใช่ เราพร้อมนำไปปรับปรุงแก้ไข
 
                เราทำได้แค่นี้ครับ ทีมงานไม่สามารถพูดได้ว่าเราสร้างสิ่งที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยในทุกกระบวนการ เราพูดได้เต็มปากว่า เราทำมันอย่างดีที่สุด
                ทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น Blind , Battle , Knock out, Live เราก็ใช้วิธีคิดนี้ในการทำงานทั้งสิ้น และแน่นอน ไม่ว่ารอบไหนก็ตาม หากผู้เข้าแข่งขันชัดเจนและยืนยันว่าไม่สบายใจที่จะร้อง ทีมงานทุกคนยินดีที่จะเปลี่ยน ปรับ แก้ไข จนผู้เข้าแข่งขันสบายใจที่จะร้องเพลงนั้นๆ
 
                "มันเป็นเกม" ไม่ได้หมายถึงว่าเรากำลังเห็นผู้เข้าแข่งขันเป็นตัวหมาก หรือวางแผนทำโน่นทำนี่เพื่อให้เกมมันเดินไปในแบบที่เราอยากให้เป็น..
                แต่หมายถึง ด้วยความที่ The Voice คือรายการโทรทัศน์ ที่มีงบประมาณและเวลาในการถ่ายทำจำกัด ดังนั้นการทำงานต่างๆ เวลาในการคิด เลือกเพลง ฝึกซ้อม จนถึงกระบวนการขั้นตอนการถ่ายทำ ทุกๆอย่างล้วนมีองค์ประกอบที่มีโอกาสจะลดทอนความสามารถของผู้เข้าแข่งขันได้ การร้องเพลงท่ามกลางอุปสรรคเหล่านี้ คือ เกม ในความหมายของ The Voice
 
                เกมการแข่งขันย่อมมีแพ้ชนะ แต่การหาผู้แพ้ผู้ชนะในการแข่งขันที่เป็นศิลปะ มันทำกันไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือ ขีดเส้นสมมติขึ้นมาในใจเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสิน เส้นที่ว่านั้นคืออะไร อารมณ์ เทคนิก การร้องที่แม่นยำ เนื้อเสียง พัฒนาการในเพลงนั้นๆ หรือเส้นสมมติอีกนานับที่โค้ชจำต้องขีดขึ้นเพื่อหาคนไปต่อตามกติกาของรายการ..
 
                ผมพูดได้เพียงว่า โค้ชทุกคนรักและผูกพันกับลูกทีมไม่แพ้คุณ อยากให้ลูกทีมได้ไปต่อทุกคนไม่แพ้คุณ หวังที่จะเห็นผู้เข้าแข่งขันทุกคนประสบความสำเร็จในสายอาชีพนี้ไม่แพ้คุณ และเจ็บปวดเมื่อต้องเห็นคนที่เดินตามความฝันต้องผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นในรอบไหนๆ ความรู้สึกของโค้ชที่มีต่อผู้เข้าแข่งขันมันก็ไม่แพ้พวกคุณทุกคนหรอกครับ
 
                ในกรณีที่เกิดกระแสอยู่ตอนนี้นะครับ
หากเงียบไว้ เรื่องก็คงซาลง แต่บางครั้งการเงียบก็อาจทำให้คนดีๆต้องเสียใจ
ผมคิดอยู่นานว่าควรกล่าวถึงไหม..
ขั้นตอนรอบ Knock out เป็นตามที่โค้ชแสตมป์แจ้งทุกประการ
 
                ในลิสต์เพลง มีเพลง Desperado จริงครับ
พี่พืชอยากร้องเพลงนี้มั้ย อยากครับ เราทราบ เพราะเราให้เขียน list เพลงที่อยากร้องมาหลายๆเพลงอยู่แล้ว
พี่พืชอยากร้องเพลง Desperado ที่สุดไหม ไม่ทราบครับ พี่พืชไม่ได้พูดหรือแสดงออกมาในตอนนั้น
 
                พี่พืชไม่อยากร้องเพลงนํ้าตาแสงใต้ อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆครับ แต่ที่ผมจำได้ตอนที่พวกเราเลือกเพลงกัน เพลงนี้อยู่ในลิสต์ที่เราคุยร่วมกัน ซึ่งก็หมายถึงเพลงที่พี่พืชน่าจะมั่นใจที่จะร้องใช่มั้ยครับ
 
                เราเปลี่ยนคีย์ให้เป็นคีย์ที่พี่พืชไม่ถนัดหรือไม่ ผมไม่ทราบเช่นกันว่าพี่พืชไม่ถนัด แต่ในตอนที่เลือกคีย์ เราอยู่ด้วยกันทุกคนครับ มิวสิคไดเร็กเตอร์ทั้ง 3 คน โค้ช และก็ตัวพี่พืชเอง และหลักการเดิมทุกครั้ง คือเราเลือกสิ่งที่ผู้เข้าแข่งขันสบายใจเป็นหลักครับ
 
                ถ้าหากสิ่งที่พี่พืชรู้สึกคือเรื่องจริง ผมก็ต้องขอโทษด้วยที่เข้าใจผิดคิดว่าพี่พืชสบายใจในการร้องเพลงรอบ Knock out นี้ และอยากขอพี่ไว้อย่างนึงว่า หากมีคราวหน้าไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการประกวดที่ไหน ถ้าพี่เกิดรู้สึกไม่สบายใจระหว่างการทำงาน ขอให้แจ้งมาเลย ณ ตรงนั้นตรงๆครับ เราพร้อมแก้ไข ไม่ต้องเกรงใจเพราะเราทุกคนล้วนอยากให้งานออกมาดีที่สุด ดีกว่ามาบอกกันทีหลังในเฟสบุคซึ่งเราแก้ไขอะไรมันไม่ได้แล้วนะครับ ถ้าพี่พืชเกรงใจไม่กล้าบอกตอนนั้น ผมขออนุญาตเรียนตรงๆว่าพี่พืชควรเกรงใจที่โพสต์ออกสื่อแบบนี้มากกว่าครับ (เช่นเดียวกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆในซีซั่นก่อนๆรวมถึงที่จะมาในอนาคตนะครับ ผมจะพูดเสมอทุกๆครั้งว่าเราคือทีมเดียวกัน ชอบไม่ชอบอะไรขอให้บอก หาสิ่งที่ลงตัวที่สุดร่วมกัน พูดกันต่อหน้านะครับ เพื่องานที่ดี และเพื่อตัวคุณเอง พูดทีหลัง งานก็ไม่ได้งานที่ดี แถมตัวคุณเองก็ดูไม่ดีด้วยนะครับ)
 
                ด้วยความเคารพนะครับ ผมนับถือว่าพี่พืชเป็นผู้ใหญ่ และเป็นคนเก่งจริงๆ แต่ที่ออกมาเขียนก็เพราะว่า แสตมป์ เป็นเพื่อนร่วมวงผม เป็นรุ่นน้องคณะเดียวกัน ทำงานฝ่าฟันมาด้วยกันนานเกินกว่า 10 ปี เค้าสำคัญกับผมมากและผูกพันกับผมมานานกว่าพี่ ผมมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ความเข้าใจผิดที่กำลังทำให้คนดีๆกำลังเสียใจและคิดมากอยู่ตอนนี้
 
                ทีมงานทุกคนให้เคยโอกาสในการทำงานกับผม ทำงานร่วมกันมาเป็นเวลากว่า 7-8 ปี นักดนตรีทุกคนเป็นที่รักของผม ทุ่มเทการทำงาน อดหลับอดนอนมาด้วยกัน ผมไม่อยากให้ความเข้าใจผิดเหล่านี้บั่นทอนความตั้งใจที่จะทำงานดีๆของพวกเขา
 
                หากว่ากระแสต่างๆทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจว่ารายการนี้มีเบื้องลึก มีด้านมืดอะไรหรือไม่ ผมขอร้องว่า ก่อนที่ทุกท่านจะตัดสิน ลองมองดูว่างานที่เราสื่อออกไปนั้นมันมีความทุ่มเทและตั้งใจอยู่ในนั้นรึเปล่า หากว่ามันไม่มี พวกเราจะตั้งใจให้มากขึ้นอีกครับ เพื่อสื่อให้ทุกคนเห็นและเชื่อในสิ่งที่พวกเราทุกคนเชื่อว่า ความตั้งใจที่ดีย่อมทำให้เกิดงานที่ดี คนที่ทำงานด้วยความรัก ย่อมทำให้งานชิ้นนั้นสื่อไปถึงคนดูได้ หากว่ามีสิ่งที่ไม่ดีแฝงอยู่ในนั้น มันย่อมไม่สามารถทำให้ทีมงานรวมกันเป็นหนึ่งแล้วสร้างงานที่ดีได้
 
                ผมขออนุญาตยืมคำพูดที่ออกจะนํ้าเน่าของพี่บอย โกสิยพงษ์ มาใช้ในสถานการณ์นี้ว่า "ถ้าหากสิ่งที่เราทำนั้น มันผิดพลาดหรือยังไม่ดีพอ ก็ขอให้โทษที่มันสมองของพวกเราเถอะ อย่าโทษหัวใจของพวกเราเลย"


 
 

"บอย โกสิยพงษ์"
 
จดหมายให้กำลังใจแด่ผู้ตัดสินทุกท่าน
 
                ผมได้มีโอกาสเฝ้าชมการตัดสิน การ comment ของหลายๆท่านในหลายๆรายการประกวดต่างๆ หลายๆครั้งก็มีทั้งเห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้น แต่ก็มีหลายครั้งเช่นกันที่ผมในฐานะผู้ชมก็มีความเห็นที่แตกต่าง แต่ที่ผมเขียนจดหมายนี้ขึ้นมาเพราะได้มีโอกาสติดตามคำาวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆของผู้ชมทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับท่านผู้มีตำแหน่งในการตัดสินเหล่านั้น ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็มีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ก็เห็นว่าหลายครั้งนอกจากเห็นต่างกันแล้วยังมีคำพูดที่พยายามทำลายผู้ที่เห็นต่างกับตนให้จมธรณีกันเลยทีเดียว คล้ายกับ ผู้ตัดสินทำไมถึงเลือกใข่เจียว แทนที่จะเลือกข้าวมันไก่ อะไรอย่างนั้น พูดเหมือนว่าการที่ผู้ตัดสินเลือกไข่เจียวนั้นช่างอยุติธรรม เลวและชั่วร้ายมากเกินที่จะให้อภัยกับความเห็นที่แตกต่างกันอย่างนี้ได้ แล้วพอมีหนึ่งเริ่ม ก็มีสองสามสี่ใส่อารมณ์ตามขึ้นมาอีกเป็นแถว ซึ่งค่อยๆขยายความร้อนของอารมณ์แค้นที่ถูกขัดใจกับผลตัดสินให้รุนแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆ
 
                เพลงก็เหมือนอาหารที่เราทานกันอยู่ทุกวันนีแหละครับแต่รับประทานกันทางหูและทางใจ
แน่นอนสิบคนชอบอีกยี่สิบคนอาจจะไม่ชอบก็ไม่มีใครผิด สิบคนชอบก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็ไม่ควรไปบอกว่าอีกยี่สิบคนที่ชอบข้าวผ้ดหมูไร้รสนิยมหรือโง่หรือไม่ยุติธรรมที่ไปเลือกกินข้าวผัดหมู
 
                เพราะมันเป็นแค่ความชอบส่วนตัว และบังเอิญเขาเหล่านั้นดันได้มีโอกาสตัดสินจากรสนิยมส่วนตัวของเขาออกสื่อเท่านั้น
จึงอยากเขียนจดหมายนี้ขึ้นมาเพื่อจะให้กำลังใจแด่ท่านผู้ตัดสินทั้งหลายที่อาจจะกำลังท้อใจในการทำหน้าที่ที่เผอิญท่านได้รับมอบหมายจากรายการต่างๆ ให้ยืนหยัดเพื่อรสนิยมของตัวเองต่อไป เพราะหน้าที่ของท่านที่ได้รับมานั้นคือการจริงใจต่อการแสดงความคิดรสนิยมของท่านอย่างซื่อตรงและซื่อสัตย์ต่ออาชีพของท่าน ไม่ใช่การมาแสดงความเห็นเพื่อให้ตรงใจใครครับ
สู้ๆนะคร้าบ
 
บอย โกสิยพงษ์
 
                ปล.ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าความคิดใครถูกหรือผิดนะครับแต่หมายความว่าทุกคนมีโอกาสออกความเห็นแต่ไม่ควรคิดว่าความคิดตัวเองเท่านั้นที่ถูกต้อง เพราะมันเป็นเรื่องของรสนิยม ไม่ใช่เรื่องคณิตศาสตร์
 

 

"ฟั่น โกมล บุญเพียรผล"

 
ปกติ ผมไม่ชอบดราม่าอะไร
แต่เรื่องนี้ในฐานะอยู่วงในด้วย
ถ้าหลักฐาน ว่าใครขอขึ้นคีย์ 
ใครบอกว่าร้องได้สบาย
ถูกเผยแพร่ออกไปนี่ 
ผมว่า จะไม่เหลือที่ยืนในสังคมนะครับ
บรรดาแฟนคลับชาวดราม่า จะเงิบกันนะครับ
ทางที่ดี ออกมารับ แบบแมนๆ ลูกผู้ชายดีกว่า
ในฐานะโปรดิวเซอร์ ผมก็ชอบเสียงนะ เชียร์ด้วย
แต่ไม่อยากทำงานด้วยแล้วล่ะ
ผมรู้จัก มิวสิคไดเรคเตอร์ทั้งสามคน กับ แสตมป์
ทั้งสี่คนเป็นคนที่ผมสนุกที่เห็นพวกเขาทำงานทุกครั้ง
ท่ามกลางความจำกัดของเวลา คิด ทำ และ เวลานอนพักผ่อน
แต่หัวใจที่อยากให้งานออกมาดีที่สุดของพวกเขา
มีมากกว่าความจำกัดนั้น
มันทำให้ดนตรีของรายการดีขึ้นทุกๆครั้ง
เชื่อเถอะว่า สามคนนี้ 
ศิลปินหลายๆคนอยากทำงานร่วมกับพวกเขา
แต่โปรดิวเซอร์หลายคนคงไม่อยากทำงานให้บางคนแน่ๆ
นี่ก็เริ่มมีน้องๆบางคน ออกมาบอกพฤติกรรมไม่น่ารัก
หลังจากที่เคยร่วมงานกันแระ
 


 
                ก็ต้องคอยติดตามความคืบหน้ากันต่อไปจากทางรายการ  The Voice Thailand ว่าจะมีการออกมาแถลงข้อเท็จจริงอย่างไร  และสุดท้ายบทสรุปจะออกมาเป็นยังไง ก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆฝ่าย ในการทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด


ที่มา:  "ชัช Music Director" www.facebook.com/chuch.wisawabumrungchai , "บอย โกสิยพงษ์" www.facebook.com/boyd.kosiyabong , "ฟั่น โกมล บุญเพียรผล" www.facebook.com/komolb
Close [×]