Slipknot อัลบั้ม .5: The Gray Chapter คณะหน้ากากรากเลือด กับมาสเตอร์พีซสุดเดือดทะลุปรอทโคตรสะใจ

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

         นี่คือวงในตำนานที่มีสิ่งที่เรียกว่า แฟนบอย เยอะมากกกกกกที่สุดอย่างหนึ่งบนโลกนี้  และเราก็เป็นหนึ่งในนั้นนั่นแหละ  ถามเด็กผู้ชาย โดยเฉพาะยุคๆผม 25-35 นี่จะรู้จักกันดีว่า  นี่คือวงเฮฟวี่เมทัลที่แม่งโคตรเท่จริงๆ  วงที่ใส่หน้ากากเท่ๆดุๆเถื่อนๆกัน 9 คน แม่งไม่มีอะไรเจ๋งกว่านี้แล้ว  เป็นตำนานในหัวใจเด็กผู้ชายทั่วโลกจริงๆ   สมัยนั้นผมไปเล่นดนตรี ตามห้องซ้อมที่ไหนๆ ก็จะต้องมีโปสเตอร์ของ Slipknot ติดไว้ทุกที่จริงๆ  ย้ำว่าทุกที่  และคอฟังเพลงสายฮาร์ดคอร์นี่  ยังไงวงนี้ก็เป็นหนึ่งในศิลปินที่มีอัลบั้มที่อย่างน้อยต้องเคยฟังแน่นอน  แม้ไม่ใช่แฟนเพลงที่ติดตาม คนทั่วๆไปอย่างน้อยก็ต้องเคยได้ยิน Wait and Bleed มาบ้างละน่ะ ..  ตั้งแต่ชุดแรกเมื่อสิบห้าปีก่อน ชุด Slipknot ปี1999 ตอนนี้2014 แล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมาจนในที่สุด วันนี้พวกเขาได้ปล่อยงานอัลบั้มที่ 5 กันแล้วกับชุด .5: The Gray Chapter  ดังนั้นนี่ถือเป็นความดีใจอย่างยิ่งยวดสำหรับแฟนเพลงอย่างเราๆ โดยเฉพาะเด็กผู้ชายผู้ชื่นชอบอะไรที่มัน Extreme สะใจ และโคตรพ่อโคตรแม่เท่แบบนี้  การกลับมาของ Slipknot คือสิ่งที่พวกเรารอคอยมากๆ
         อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ว่างเว้นจากผลงานมานานพอควร ล่าสุดคือชุด 4  All hope is gone ของปี 2008 นู่น อัลบั้มนี้กว่าจะกำเนิดขึ้นมาได้ พวกเขาค่อนข้างลงแรงและเคี่ยวกรำงานชุดนี้มากพอสมควร สาเหตุอย่างหนึ่ง ที่แฟนเพลงพันธุ์แท้คงจะพอทราบกันดีอยู่แล้ว  นั่นก็คือสาเหตุการเสียชีวิตของสมาชิก Paul Gray มือเบสของวงที่จากไปเพราะเรื่องยาเสพติดในเดือนพฤษภาคม ปี2010 และ Joey Jordison ที่แยกออกจากวงไปเมื่อปลายปีที่แล้ว   ซึ่งมันมีเรื่องสะเทือนใจของสมาชิกในวงอยู่ที่ช่วยชีวิตเพื่อนไม่ได้(การเสียชีวิตของเกรย์)  ดังนั้นอัลบั้มที่เรากำลังจะพูดถึงนี้คือการอุทิศให้กับเพื่อนผู้ล่วงลับส่วนหนึ่งเต็มๆด้วย  ในขณะที่โจอี้ที่โดนปล่อยออกจากวงไปก็มีดราม่าอะไรกันพอควร มีทวิตของโจอี้เองด้วย แต่ในขณะเดียวกัน คอรีย์ นักร้องนำก็ได้ให้เหตุผลและรายละเอียดไว้เช่นกัน งานหลังๆนี้โจอี้แทบไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำเพลงเลย และเขาเองก็ไปทุ่มให้กับโปรเจคของเขาในวง Scar the Matyr อันนี้ที่เค้าคาดเดากัน แต่มันก็เป็นเหตุผลภายใน เรื่องส่วนตัวของโจอี้กับ Slipknot นั่นแหละครับ  เอาเป็นว่าไม่ต้องไปซีเรียส ทุกอย่างมีเกิดและแตกดับไป ไม่มีอะไรแน่นอน  

         ซึ่งสุดท้ายแล้ว จากความดราม่า ที่ก่อให้เกิดพลังที่จะทำเพื่อเพื่อน และสุดท้ายกลายเป็น “ปริศนา” ลึกลับที่ทำให้แฟนเพลงอยากค้นหากันอีกแล้วว่า แล้วใครฟะคือสมาชิกใหม่สองคนที่เข้ามาแทนที่ตรงนี้ ..  ในส่วนของมือเบสและมือกลอง  ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าในส่วนของมือเบสนี่คงเป็น อเลสซานโดร เวนตูเรลล่า ซึ่งเป็นข่าวรั่วออกไป ..คือจริงๆต้องบอกว่า มีคนจับได้มากกว่า และดูเหมือนตาคอรีย์จะหัวเสียและเซ็งน่าดูที่โดนเฉลยไปก่อน เพราะมีคนสังเกตเห็นว่า รอยสักบนมือของมือเบส มันuniqueและชัดเจนมากๆ  รายนี้คงจะเป็นอเลสซานโดรแน่แล้ว ไม่งั้นตาพี่รี่คงไม่upsetอะไรขนาดนั้น   ส่วนมือกลองนี่แหละที่ยังอุบเอาไว้ขำๆกันได้ให้เดากันต่อไป ซึ่งคาดเดากันว่าน่าจะเป็น Joe Weinberg มือกลองลูกพี่Maxของ Bruce Springteen  แต่สุดท้ายแล้ว ณ ขณะนี้ที่ผมนั่งเขียนอยู่ เค้าก็ยังไม่ประกาศ Official นะ ก็ยังติดตามค้นหากันสนุกๆต่อไปได้  แต่ที่สำคัญ  หน้ากากทั้ง9ยังเท่เหมือนเดิม  เราจะได้เห็นจากในMV  The devil in I แว้บไปแว้บมา และเขาก็ทำคลิปแนะนำหน้ากากให้ดูกันครบด้วย ไปตามหาดูกันได้  ซึ่งไอ้นี่แหละสำคัญ เพราะหน้ากากที่มีการโมดิฟายด์ ปรับเปลี่ยนรูปแบบ มันก็หมายถึงความรู้สึกและสภาพจิตใจ ณ ตอนนั้นของสมาชิกนั่นเอง  คือปรับเปลี่ยนไปตามเวลา  ถ้าให้เทียบกันผมชอบของชุดแรกมากกว่าอยู่แล้ว อาจะเป็นเพราะว่ามันเป็นเฟิร์สอิมเพรสชั่น  แต่อันล่าสุดนี่ก็หลอนๆหลายอันเลย  ชอบมาก
         เรามาดูเพลงในอัลบั้มนี้บ้าง มีทั้งหมด14เพลง บวกbonus track อีก2เพลงในdeluxe  แนวดนตรีก็ยังเป็น Alternative Heavy Metal ในแบบที่พวกเราคุ้นเคยกันดี  และชุดนี้คอรีย์ก็บอกไว้ว่า มันดาร์คมาก และเป็นส่วนผสมของ Iowa และ The subliminal verses เนื้อหาเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มก็จะพูดถึงเกรย์นั่นเอง   ถ้าให้ผมเปรียบเปรยดนตรีของ Slipknot ผมจะมองเห็นภาพของปืนกลหนัก ที่ยิงรัวหนักหน่วง และต่อเนื่องกันแบบคนฟังเพลงไม่ได้พักเลย ก็เหมือนกับริฟกีต้าร์ดุๆโหดๆและบีท จังหวะของเพลง กลองที่รัวอย่างมันส์ ทุกอย่างนั่นแหละคือปืนกลหนักที่ยิงให้คนฟังเพลงกระจุยคาหูจริงๆ ดังนั้นงานชุดนี้ที่เคี่ยวข้นอย่างดีเพื่ออุทิศให้เพื่อนด้วย  คือจริงๆแล้วผมนั่งฟังเพลงชุดนี้ ก่อนที่จะหาข้อมูลและสืบประวัติซะด้วยซ้ำ ก็พบว่างานชุดนี้ผมเรียกว่า มาสเตอร์พีซ ได้เต็มปากเต็มคำเช่นกันสำหรับงานของ Slipknot คือซาวด์ดนตรีนี่ไม่ต้องพูดถึง จัดมาเต็มอยู่แล้ว  แต่ในขณะเดียวกันในความหนักหน่วง ความอ่อนหวานสวยๆของทำนองเพลงที่มันมีท่อนเมโลดี้สวยๆให้ฟังเสียงคอรีย์ร้อง ก็มีอยู่หลายส่วนเลย  ดังนั้นผมจะบอกว่า “อัลบั้มนี้ฟังไม่ยาก” .. ผมเชื่อว่าถ้าเป็นคนฟังเพลงแท้ๆจริงๆ  น่าจะพูดตรงกันกับผมนะว่า Slipknot นี่มันไม่เรียกว่าหนักนะ  ถ้าจะเรียกว่าหนัก ต้องเป็นพวกเฮฟวี่เมทัลที่โหดและโฉดกว่านี้ ถึงจะเรียกได้ว่าหนักจริง คือฟังแทบไม่ไหวนั่นแหละที่มีคนฟังสายเฉพาะมากๆ  ส่วน Slipknot นี่ คนหูกากๆอย่างผมยังฟังได้  แสดงว่ามันก็ไม่ได้หนักอะไรจนเกินหูคนธรรมดาจะรับได้   ดังนั้น ใครที่สนใจงานชุดนี้  มานั่งฟังได้เลย รับรองว่าไม่ได้หนักเกินไป และฟังได้อย่างมันส์ทั้งอัลบั้ม  เพราะซาวด์ดนตรีจัดมาเต็มจริงๆ แถมรัวไม่ยั้ง  สุดยอดเหมือนเคย

         พูดถึง เพลงที่แนะนำในชุดนี้  จริงๆจะบอกว่าเพลงมันดีและมันส์โคตรๆทุกเพลงเลยนะครับ  ไม่อยากจะแนะนำเพลงไหนเด่นๆมา  แต่ยังไงสุดท้ายมันก็ต้องเขียน เพราะคงพูดถึงหมด16เพลงไม่ได้  .. สองเพลงแรกที่ต้องฟังก่อนใครเพื่อนเลยก็น่าจะเป็น  The Negative One เพลงแรกสุดที่ปล่อยอกมาโปรโมทอย่างดุดันและเมามันส์จริงๆ .. ขอโทษนะครับขอหยาบหน่อย  “แม่งมันส์เชี่ยๆเลย” จริงๆเพลงนี้  ต้องฟัง บอกเลย (รีวิวเพลงสายร็อคมันต้องหยาบๆแบบนี้แหละถึงจะเข้าใจ ขออภัยด้วยครับมันหาคำอะไรมาอธิบายได้ไม่สะใจจริงๆ)  โยกหัวตามตอนฟังเพลงคอแทบเคล็ด 
 

เพลง The Negative One

         The Devil in I เพลงนี้ถูกปล่อยตามออกมา และมีเสียงบ่นจากพวกสายโหดอยู่เยอะพอควรว่า  ทำไมส่วนที่เป็นเมโลดี้มันเยอะจุงเบย  ร้องไม่โหดเบยยยย .. โอ่ยยย จะเอาโหดอะไรสักขนาดไหนคร๊าบ  ผมว่าเพลงนี้เจ๋งดีไม่แพ้เพลงอื่นๆเลย  แน่นอนว่าภาคดนตรีนี่มาเต็มเหมือนเดิม  แม้ว่าภาพรวมมันจะฟังง่ายกว่าเพลงอื่นในชุดที่เป็นขาโหด  แต่เพลงนี้ก็ไม่ได้ทำให้Slipknotเสียลุคอะไรไปแต่อย่างใด  แถมได้ฟังคอรีย์ร้องเมโลดิคเพราะๆด้วย  อันนี้ชอบมาก เสียงดีนะเราน่ะ!  ก็อย่างที่บอกนั่นแหละครับ เพลงนี้เมโลดี้ร้องมันเยอะจริงๆ เยอะกว่าท่อนสำรอก  หลายคนอาจจะไม่ชอบ แต่ผมชอบนะ ฟังได้หมดแหละ  และที่สำคัญ มีMVด้วยจ้า ไปชมกันเลย หน้ากากล็อตใหม่ของThe Knot , รอยสักมือเบสปริศนาที่ว่า  และภาพการฆ่าตัวตายหลอนๆ ที่ก็ไม่ได้ตายจริงหรอกไม่ใช่หนังสยองขวัญ แต่มันออกแนวฟิล์มนัวร์ อึดอัดๆ  ต้องดูน่ะMV เพลงนี้อย่าพลาดเลย
 

เพลง The Devil in I 

         เพลงอื่นๆในชุดถ้าให้พูดถึงจริงๆ ที่ชอบมากๆชอบจัดๆส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่ซาวด์นรกๆสายขาโหดทั้งนั้น (อาห์.. นี่สรุปผมก็เป็นไอ้พวกขาโหดใช่ไหมเนี่ย) เพลงแรกสุด Skeptic เพลงนี้ต้องฟังเลย ชอบตั้งแต่ได้ยินครั้งแรก  แม่งแรงมาก มันส์มากจริงๆ  เมโลดี้ฮุคนี่แม่ง สุดยอดมาก  มึงต้องฟังเลยกูพูดจริงๆ .. (ฮา  นี่ขึ้นมึงกูกับคนอ่านแล้วเรอะ!!! มากไปแล้ว ตบปากสามที ป้าบๆๆ  ขอโทษคร๊าบบบ -/\-  อารมณ์อยากเล่าให้เพื่อนฟังจริงๆว่าชอบมาก)    
 

เพลง Skeptic

         Lech เพลงนี้แม่งแรงหนักหน่วงมาตั้งแต่อินโทรแบบไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงเลย  เพลงนี้ดุมากจริงๆ  โดยเฉพาะพาร์ทการร้องของเพลงนี้ ต้องบอกว่าสะใจมากๆ และมันทรงพลังดีด้วย  คือฟังแล้วรู้สึกแบบ อลังมาก ช่วงSoloนี่กะเอาตาย ไม่ต้องพักกันยันจบเพลงอะ / Nomadic  นี่ก็อีกเพลงที่ท่อนเมโลดี้ร้องของฮุคนี่สวยและน่าสนใจมากๆ ในขณะที่ดนตรีและท่อนอื่นๆนี่ยังสาดกระสุนไม่ยั้งเหมือนเดิม  ซาวด์เฟี้ยวฟ้าวที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์เล็กๆ แม้จะไม่ได้โผล่มามาก แต่มันฉุดความรู้สึกคนฟังให้ตื่นตะลึงพรึงเพริดได้ดีพอควร รวมถึงเสียงเทิร์นเทเบิลที่มาเป็นระยะๆด้วย  ชอบเสียงกีต้าร์Soloเพลงนี้มาก ช่วง2.50 ทั้งหวานทั้งคมกริบ  เพลงนี้ก็ฟิน บอกเลยว่าต้องฟัง!!!
 

 เพลง  Lech 


เพลง Nomadic

         Custer เพลงนี้ผมบอกเลยว่าเป็นรักแรกพบและรักแท้ที่จะจำไปจนตายเหลือแต่เถ้ากระดูกจริงๆ  เพลงนี้คือสุดยอดของสุดยอด เหนือยอดภูเขาน้ำแข็ง ยังมีนกบินไปเกาะยอดเขาได้โดยที่ไม่หนาวตาย  เพลงนี้ก็เป็นหนึ่งในเพลงสุดยอดในอัลบั้มนี้นั่นและ .. Custer นี่มันส์มากเกินคำบรรยาย  และก็อย่างที่บอก ด้านบนๆที่ผมแนะนำมานี่  คือเพลงที่ขาโหดน่าจะชอบ เพราะแม่งมันส์มากทุกเพลง   ผมจะไม่เอาเพลงที่มันป็อปมากๆ และฟังง่ายเกินไป ซาวด์ไม่สะใจมาพูดถึงเลย  (แต่ถึงกระนั้นก็เหอะ มันก็ยังแรงและมันส์ทุกเพลงอยู่ดี)  เพลงนี้นอกจากความดุดันของกลอง ริฟกีต้าร์แล้ว  เอฟเฟคเสียงต่างๆก็ใส่มาบานเอาให้มันส์ตาย5กันไปข้างจริงๆ   สำรอกอย่างมันส์   เพลงแม่งแน่นมากจริงๆ  ยิ่งท้ายเพลงนะหืมมมม์ซี้ดเลย โอยย ตายตาหลับแล้วสาธุ  เสียงกระเดื่องนรกอุดตันในรูหูผมแล้ว!!!
 

เพลง Custer

         เพลงอื่นๆ อย่าง Sarcastrope และ AOV  เป็นสองแทร็คมันส์ๆที่เปิดอัลบั้มได้อย่างดีและสะใจสุดๆ  นอกจากนั้นที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว  เพลงสายเมโลดี้ป็อปๆ  ( Slipknot เป็นวง POP ชัดๆใครว่าฮาร์ดคอร์  ฮา..) อย่าง killpop , The One that kill the least , If rain is what you want ก็เป็นเพลงที่มีสัดส่วนเมโลดี้เข้ามาอย่างน่าสนใจ  แต่ยังมีความโหดและดุดันอยู่เต็มครบถ้วน เพียงแค่ว่า มันอาจจะลดทอนลงมาจากพวกเพลงขาโหดที่ผมแนะนำไว้ด้านบนๆแค่นั้นเอง  อันนี้มันลางเนื้อชอบลางยานะครับ แล้วแต่คนชอบ  ผมชอบซาวด์โหดๆเต็มๆอลังการมากกว่า  ไม่ว่ากัน  สองเพลง Bonus Trackอย่าง Override  และ The Burden คือสองเพลงมันส์ๆที่ ไม่ควรจะพลาดจริงๆ พูดง่ายๆชุดนี้มี 16 เพลงเต็มๆที่ต้องฟัง  ดนตรีดีมาก  จัดมาเต็มเหนี่ยวจริงๆ  ยิ่ง The Burden นี่มันให้ความรู้สึกอะไรบางอย่างที่เป็นมิติที่ใหญ่มากๆ เหมือนกัมตภาพรังสีอะไรสักอย่างกำลังจะรั่วออกมายังงั้นแหละ  อย่าพลาดทั้งชุดเลย ทุกเพลง พูดจริงๆ 
 

เพลง The Burden

         สรุปโดยรวมแล้ว Slipknot  .5: The Gray Chapter ส่วนตัวผมยกให้ชุดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งมาสเตอร์พีซ หรือ ที่สุดของที่สุดของ Slipknot อีกชุดนึงจริงๆ  เพลงดีทั้งอัลบั้ม  และที่สำคัญมันก็ไม่ได้หนักและเสพยากเกินไปด้วย  ฟังง่ายมาก และก็สามารถโยกหัวไปกับเพลงได้เต็มที่จริงๆ   ถ้าให้ผมรีวิวก็เป็นแบบนี้แหละ ยืนยันว่ามันฟังไม่ยากจริงๆ และมันส์สะใจ  สมมาตรฐานของ Slipknot ดีครับ  ก็รีบเสพ รีบซื้อมาเก็บสะสมไว้ซะ เพราะนานๆจะได้ออกอัลบั้มสักทีนะ  กับวงที่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ วงนี้อยู่ใน “ความทรงจำ” ของพวกผมเหล่าเด็กผู้ชายมาโดยตลอด เพราะเราโตมากับมัน  อยู่กับดนตรีของวงนี้มาและก็ได้ต่อยอดเราไปสู่ดนตรีอื่นๆอีกมากมาย  นี่แหละคือวงที่ขึ้นชั้นตำนานได้ในอนาคตเลย

         ว่าแล้วก็ไปหาซื้อหน้ากากมาเก็บดีกว่า!!!
 
Close [×]