Seal Pillow อัลบั้ม Camel Traveling ดนตรีสีวินเทจ และเพลงเพราะแบบไร้ขอบเขต ฟังเพลินอย่างสุขใจ

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

          รอคอยมานานเหมือนกันวันนี้สมหวังแล้วครับ กับวงดนตรีที่ชื่อ Seal Pillow วงนี้ที่ผมติดตามมาพักใหญ่ๆแล้ว และก็ได้ฟังทีละเพลงๆ  วันนี้มาถึงจนได้เมื่ออัลบั้มเต็มออกมาแล้ว  และก็ได้ฟังรวดเดียวหลายๆเพลงทั้งอัลบั้ม   สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีมากที่จะทำให้แฟนเพลงนั้นได้ “รู้จัก” กับ Seal Pillow มากขึ้น  และก็มองเห็นสิ่งที่วงนี้นำเสนอมาให้พวกเราฟังได้ชัดเจนกว่าเดิม  คือถ้าคุณได้ฟังชุดนี้ทั้งอัลบั้มเหมือนที่ผมนั่งฟังไปหลายรอบมากๆ  จะเห็นชัดเลยว่า  แนวทาง  ดนตรี  เอกลักษณ์ และกลิ่นอายของวงดนตรีวงนี้ Seal Pillow มันเป็นยังไงกันแน่  หลังจากที่ฟังทีละเพลงมันยังไม่ชัดเจน  พอมาเป็นอัลบั้มแล้ว ต้องบอกว่า โดนเต็มๆเลย  ชัดเจนยิ่งกว่าHD อีกว่าวงนี้มีลายเซ็นเฉพาะตัวยังไงบ้าง
          สังกัดค่ายปริณามมิวสิค ห้าหนุ่มสมาชิกวงหมอนแมวน้ำมีดังนี้ >>  เฉลิม - ร้อง,ซินธ์ / อารอน – กีต้าร์ / ปกรณ์ – เบส /  มกรา – กีต้าร์ และ อารยา - กลอง  อยากฮาไปอ่านข้อมูลที่page infoของวงได้เลย ยาวมาก มีบอกครบถ้วนสมาชิกในวงเป็นยังไง ใครเป็นFCของดาราคนไหน (ฮา)  มีศิลปินที่ไหนเค้าทำแบบนี้ฟะ มีวงนี้แหละ!! 55555 เอ้า.. ส่วนสไตล์ดนตรีของ Seal Pillow ถ้าถามผม ผมก็เรียกแนวนี้ว่า Indie Pop นั่นแหละครับ ซาวด์ตะวันตกนิยมเลยแหละ โดยที่เครื่องดนตรีเค้าก็จะไม่ซับซ้อนมาก สำเนียงมันก็จะเป็นCollege Sound กรุ๊งกริ๊งฟังง่ายๆนั่นเอง  แต่เจ้าตัว(Seal Pillow)เค้าบอกว่า เค้าคือ โอตาคุPop band .. ก็ว่าตามนั้นแล้วกันแหม่!   
 
          ดังนั้น  สำหรับอัลบั้มนี้ และงานของ Seal Pillow ชุดนี้  ถ้าให้ผมแนะนำ ผมก็จะบอกเลยว่า งานชุดนี้เหมาะกับ คนชอบงานเพลงฟังเพราะๆสายอินดี้ป็อป ลอยๆโปร่งๆ  ดนตรีเบาๆฟังสบาย  และมีซาวด์ที่มีกลิ่นอาย “วินเทจ” ชัดเจนมากๆ  ถ้าคำว่าวินเทจมันยังไม่เห็นภาพ  ผมขอให้นึกถึงภาพถ่ายโพลารอยด์เก่าๆสีนัวๆสักใบนึง  นั่นแหละมันวินเทจแบบนั้นเลย คือเป็นความ”เก่า”ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำที่อบอุ่นอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ตาม   นั่นแหละ คือภาพรวมของดนตรีวงSeal Pillow ที่ถ้าให้แนะนำก็คงต้องบอกแบบนี้  และเชื่อว่าคงไม่ต้องอธิบายเยอะ เพราะคนติดตามและชื่นชอบซาวด์วินเทจของวงนี้น่าจะมีอยู่พอตัวเลยล่ะ  ตอนนี้ยิ่งอัลบั้มออก ผมว่าน่าจะมีคนได้ฟังเยอะขึ้นกว่าเดิมอีก  เพราะว่า  หลังจากที่ผมนั่งฟังครบอัลบั้มแล้ว (และวนหลายรอบหลายวันมากแล้วด้วย) ผมก็กล้าพูดได้เต็มๆปากว่า อัลบั้ม Camel Traveling นี่เพลงเพราะทั้งชุดจริงๆ  อันนี้ยืนยันว่า ขนาดคนไม่เคยฟัง มาได้ยินผ่านSkype ยังบอกว่าเพราะ(ทั้งๆที่ได้ยินเพลงไม่ชัด) อันนี้เรื่องจริงเลย ยังถามอยู่เลยว่านี่วงอะไร  ดังนั้น รับประกันได้เลยว่า ชุดนี้สำหรับคนที่ชื่นชอบอยู่แล้ว ไม่มีผิดหวัง  ส่วนคนที่เริ่มฟัง  ผมบอกได้เลยว่า คุณเจอของดีเข้าให้แล้วแหละ! และถ้ามันไม่เพราะจริง ผมก็ไม่รู้จะชมจะอวยไปให้ได้อะไรนะครับ(ใครจะมาให้ค่านายหน้า เป็นม้ารึ ก็ไม่มี- -*)  ก็เขียนธรรมดาๆไปก็ได้  แต่นี่ผมยืนยันเลยว่าเพลงดีจริงๆ
          อัลบั้มเต็มนี้มีอยู่12เพลงเต็มๆ  น่าสนใจมากๆทุกเพลง แนะนำได้ทุกเพลงจริงๆ ไล่เรียงไปเลยตั้งแต่เพลงแรก  ทัศนศึกษา  เพลงเปิดหัวอัลบั้ม  เพลงเนิบๆ ปล่อยใจไปกับบรรยากาศรอบๆตัว และช่วงเวลาของการเดินทางไปด้วยกัน ซึ่งหลายๆคนน่าจะนึกภาพออกในวันวานเก่าๆที่เราได้ไปทัศนศึกษา ที่มีแต่ความสนุกและความทรงจำที่ดีๆ  มันมีแต่ความสุขจริงๆครับที่ได้เดินทางและเปิดหูเปิดตาไปดูอะไรใหม่ๆในชีวิตด้วยกัน  เป็นภาพความทรงจำที่มีความสุขมากๆเพลงนี้  เมโลดี้ก็ฟรุ้งฟริ้งน่ารักด้วย ดนตรีฟังสบายสุดๆ
 

เพลง ทัศนศึกษา
 
          โพลารอยด์ นี่ก็เป็นอีกเพลงที่ปล่อยออกมาและได้ฟังตั้งแต่แรกๆ นานละ ผมยังจำได้ว่าเหมือนจะได้รีวิวเพลงเอาไว้  ตัวเพลงมีจังหวะขึ้นมากว่าเพลงแรกอีกนิด เป็นจังหวะสนุกๆ  และความหมายน่ารักๆ ที่เป็นการแอบชอบใครสักคนแต่ไม่กล้าบอก  ทำได้แค่เข้าไปขอถ่ายรูปเก็บไว้ปลื้มคนเดียว  .. นั่นแหละครับความทรงจำสมัยอดีตของเราน่าจะมีคนเคยผ่านโมเมนต์แอบปลื้มแบบนี้มาแล้ว  เพลงน่ารักมาก  และภาพเพลงนี้แหละที่ให้ความเป็นวินเทจ เป็นภาพถ่ายเก่าๆสีจางๆที่อบอุ่นอย่างที่บอกจริงๆ  .. สำเนียงการร้องน่ารักและเป็นเอกลักษณ์มากจริงๆ  และฟังมาสองเพลงนี้ก็สามารถนึกภาพต่อเนื่องจากแทร็คแรกได้อย่างสนุกจริงๆ อัลบั้มนี้  ผมชอบมากจริงๆงานที่เป็นคอนเซปต์อัลบั้มนี่
 

เพลง โพลารอยด์
 
          โอ๋  เพลงสั้นๆ แต่น่ารักม๊ากมาก  ฟังแล้วอมยิ้มเลย  เนื้อเพลงนี่ประมาณว่า ไม่ว่าเธอจะเสียใจหรือนอยด์อะไรมา ทุกอย่างฉันจะดูแลและปลอบ  โอ๋เธอ เอาใจเธอให้มีความสุขและหายดี ให้อารมณ์ดีขึ้นมา    เรียกว่าเอาใจกันสุดติ่งกระดิ่งโดราเอม่อนจริงๆ  ตัวเพลงก็น่ารักๆสำเนียงคอลเลจซาวด์นี่แจ่มจรัสมาก  ชุดเมโลดี้เพลงก็น่าร้ากกก เพลงนี้ถึงจะสั้น แต่สร้างความประทับใจมหาศาล
 

เพลง โอ๋
 
          อยากให้  เป็นซิงเกิลฟิล์มนัวร์อย่างแท้จริง  เพลงนี้ดาร์คดีแท้  แต่ขนาดดาร์ค ก็ยังอบอุ่นอยู่ดีวงนี้  เออ.. เอาสิ  เนื้อหาจะวนเวียนอยู่กับภาพเก่าๆที่ยังคงตกค้างและไม่เคยลบเลือนไป  และยังหวังอยู่สักครั้งว่ามันจะกลับคืนมา ไม่ว่าจะวันไหนก็ตาม  เป็นซิงเกิลดราม่าของชุด  อยู่กับการรอคอยจริงๆ   และแน่นอนสิ่งที่เพลงนี้ทำได้ดีมากๆที่ผมรู้สึกจริงๆ คือเรื่องของ “ดนตรี” ที่ทำออกมารับกับความหมายและบรรยากาศของเพลงด้วย  อันนี้เยี่ยมมากๆชอบมากฮะ
 

เพลง อยากให้

          รองเท้าผ้าใบ  นี่เป็นซิงเกิลแรกของวงที่เค้าปล่อยมาเลย (หลังจากนั้นจึงเป็นโพลารอยด์) เพลงนี้เป็นภาพวินเทจจางๆที่กระจ่างชัดอีกแล้ว  เป็นภาพของเด็กผู้หญิงคนนึงที่ใส่เสื้อผ้าและแต่งตัวง่ายๆเซอๆ และก็ใส่รองเท้าผ้าใบด้วย  ซึ่งนักร้องนำแต่งขึ้นมาจากการที่ไปตกหลุมรักสาวใส่รองเท้าผ้าใบ  เพลงก็เลยออกมาเป็นความรู้สึกที่น่ารักๆเบาๆ แบบนี้  ผมสังเกตได้อย่างนึงว่า  เนื้อหาเพลงของวงนี้นั้นให้ความสำคัญกับความรู้สึก และ”ให้เกียรติ” บุคคลในเพลงที่เขียนถึงมากๆ  คือมันสุภาพและจริงใจจริงๆ  อันนี้เยี่ยมมากเลยครับSeal Pillow รักษาตรงนี้ไว้นะฮะมันดีมากๆ ฟังแล้วฟีลกู้ดดี
 

เพลง รองเท้าผ้าใบ

          อิง  เป็นเพลงมีเดียมๆกลิ่นอายยุโรปที่สามารถสื่อสารและบ่งบอกถึงความรู้สึกดีๆที่อยากมอบให้กับอีกฝ่ายได้อย่างเต็มอิ่มมากๆ  คือฟังแล้วฟินกับความรักที่มีแต่การให้จริงๆครับ คือเราก็อยากจะเป็นที่พักพิง เป็นที่พึ่งที่จะดูแลคนอีกคนนึงให้เธอมีความสุข ให้เธอได้พักและแอบอิงที่เราได้  เป็นเพลงที่ฟังแล้วมีความสุขดีแท้ๆครับ  happyกับความรักบริสุทธิ์ๆนี้มาก  .. ในส่วนของภาคดนตรีก็ยังมินิมอล ดนตรีโปร่งๆโล่งๆ แต่น่ารักเช่นเคย  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันเล่นง่ายๆ เล่นกากๆนะครับ  ถ้าฟังดูจริงๆแล้วจะพบว่า  งานดนตรีนี่มันจำเป็นที่จะต้องมี “สไตล์หลัก” ที่เป็นเมนของพาร์ทการเล่นของวง ที่เป็นเอกภาพและชัดเจนอยู่ระดับนึงเลย (ไม่งั้นดนตรีแกว่งนะถ้าฟังหลายๆเพลง  แต่นี่เป็นเนื้อเดียวกันทุกเพลง)  อย่างเพลงนี้ตรงกีต้าร์ที่เป็นท่อนsolo เล็กๆนี่  ฟังดูดีทีเดียวเลย  ผมชอบมาก
 

เพลง อิง

          หนัก  เพลงนี้คืออีกเพลงที่เราได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้ว  และเป็นอีกเพลงที่สื่ออารมณ์ และภาพเพลง ได้ชัดเจนมากๆ  เป็นภาพของคนที่พยายามจะหยุดความรู้สึกชอบ รู้สึกรักคนนึงๆไม่ให้มันมาก และเกินเลยไปกว่านี้เพื่อให้คนๆนั้นไม่ลำบากใจ (เพราะมันเป็นไปไม่ได้)  แต่นั่นแหละครับ  ยิ่งพยายาม อาการมันกลับยิ่งหนักขึ้นกว่าเดิม  เป็นความรู้สึกที่น่าสนใจมากๆ  เพลงนี้เป็นเพลงที่ความรู้สึกของเนื้อเพลงน่าสนใจทีเดียว  ท่อนฮุคติดหูดีด้วยเพลงนี้  คือฟังปุ๊บจะรู้ทันทีเลยว่า อันนี้เพลงหนัก เพลงอื่นมีต้องเงี่ยๆหูฟังแล้วนึกบ้างนิดหน่อย แต่เพลงนี้ฮุคมาปุ๊บรู้เลย  ดนตรีก็ฟังสบายมากๆ   เสียงนักร้องนำนี่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จริงๆ   ..ต้องบอกว่า เสียงโคตรอินดี้ป็อปเลย จะชัดเจนกว่า  เนื้อเสียงเค้าฟังแล้วมันวินเทจ  เก่าๆ แต่จริงใจแบบบริสุทธิ์มากๆ
 

เพลง หนัก 

          รมิตา .. เอริ่ม เพลงนี้ชัดเจนนะฮะว่าใครเป็นเจ้าของ(ฮา)  ถ้าได้ฟังเนื้อเพลงทั้งเพลง  จะรู้ชัดเลยว่า เพลงนี้แต่งขึ้นมาด้วยความรู้สึกยังไง  มันทำให้เรานึกภาพออกเลยว่า  วงนี้เวลาที่เค้าได้เจอกับเจ๊ยิปฯนี่  มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่อยากให้อยู่ด้วยกันให้นานที่สุด  ยืดเวลาให้นานที่สุดไปจริงๆ  คือปกติมันไม่ได้เจอกันบ่อย  แต่เจอกันทีก็อยากkeepไว้นานๆนั่นเอง  เขียนขนาดนี้ผมว่าเจ้าตัว (ยิปโซ) มีเขินนะ   คือมันไม่ได้เขินแบบว่า แอบชอบกัน  ฟังแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น  แต่เป็นความเขินที่เกิดจาก ความรู้สึกดีๆที่อยากส่งต่อและบอกถึงกันว่า คุณเป็นคนที่เราอยู่ด้วยแล้วอยากอยู่ตรงนี้นานๆ ใช้เวลาพูดคุยกันให้นานที่สุดนั่นเอง เป็นผมฟังมีใครมาบอกแบบนี้ให้ก็เขินนะว่า เออเราสร้างความรู้สึกดีๆให้คนอีกคนเนอะ   และเพลงนี้ก็คือของขวัญอันนั้นที่จะส่งเป็นของขวัญให้กับเธอผู้เป็นเจ้าของ  ยิปโซผู้นั้นนั่นเอง .. แม้เธอจะเปลี่ยนชื่อไปแล้ว แต่เห็นว่าเจ้าตัวยิปโซก็บอกเองว่า ให้ใช้ชื่อนี้เป็นชื่อเพลงนั่นเอง   เป็นซิงเกิลลำดับที่6ที่วงนี้ปล่อยออกมา
 

เพลง รมิตา

          ขอเมารักให้หัวปักหัวปำ  เพลงนี้คือแทร็คที่ผู้เขียนขอแนะนำเป็นการส่วนตัวเลย  จริงๆแล้วผมชอบเพลงในชุดนี้มากๆพอๆกันทุกๆเพลงนะ  แต่แทร็คนี้ ขอเมารักฯนี่ ชอบมากเป็นพิเศษจริงๆ  และต้องบอกว่า อย่าพลาดเลย เป็นเพลงฟรุ้งฟริ้งที่ตลบอบอวลไปด้วยความรักจริงๆ   คือแบบว่าเป็นสีชมพูตั้งแต่อินโทรยั้นจบเพลง   บรรยากาศเพลงเป็น New Romanticแบบ ‘80 ที่เป็นสไตล์หลักๆของวง    เมโลดี้ของเพลง ทั้งทำนองเพลงและดนตรีนี่ หวานมากจริงๆ  และยิ่งฮุคนี่  เรียกว่าเป็นท่อนฆ่าคนเลยจริงๆนะ  เพราะมันติดหูมาก ติดแบบเอาไม่ออกด้วย  ฮุคนี่สวดยวดจริงๆ  มันน่ารักมากๆเมโลดี้  แถมยังร้องเสียงหลบแบบน่ารักๆ  พร้อมด้วยดนตรีลูกกวาดๆหวานเจี๊ยบ + เนื้อเพลงระดับมดยกมาทั้งกองทัพนี่   ผมยอมเลยเพลงนี้  ชอบมาก  เอาไปสิบกะโหลก
 

เพลง ขอเมารักให้หัวปักหัวปำ

          แมวหาย!!! นี่ไม่ใช่คำอุทาน แต่เป็นชื่อเพลงว่า แมวหาย .. เอิ่ม ผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรนะ แต่ฟังเนื้อเพลงแล้ว  แมวมันก็หายจริงๆนั่นแหละ  (ถ้าให้ตีความลึกๆอะไรยังไง ส่งข้อความมาบอกที่เพจด้วยนะจ๊ะ!!!! - -*)  คือ.. แมวหาย และหาไม่เจอ  เลยวุ่นวายใจ  แมวหายไปไหน เศร้าใจ  หนีหน้าเรารึเปล่า .. สารพัดความรู้สึกที่ยากจะกล่าว  หากใครไม่เป็นทาสแมว เจ้าไม่มีทางเข้าใจหรอก!!!!!!!  ปล. ดนตรีขนมโก๋น่ารักสุดๆ  ชอบช่วงที่เล่นบรรเลงsoloเพลินๆจนจบเพลงด้วยครับ  อย่างที่บอกแหละว่า ใครว่าวงนี้เล่นไม่ต้องใช้ฝีมือ  มาต่อยกันได้เลยนะ
 

เพลง แมวหาย
 
          แทร็คสุดท้าย กับเพลง “ในตอนนั้น” .. ขึ้นหัวอินโทรมาก็เศร้าแล้ว  ไม่รู้ใช่เสียงฮาโมนิก้ารึเปล่า  แต่เพลงนี้เศร้าๆจริงๆแบบสีเทาๆ จางๆ  เป็นเพลงที่ น่าจะพอเดาได้ว่า เนื้อหามันคือความคิดคำนึงถึงภาพเก่าๆ วันเก่าๆ  ที่เล่นกับมิติของช่วงเวลาเก่าที่มันเคยเป็น เคยมีกันและกันอยู่   หม่นๆตั้งแต่ดนตรี  และทำนองเพลง   และเนื้อหานี่  หนักมากๆในแง่ของความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ข้างใน  คือมันประมาณว่า  ภาพในอดีตของเรามันมีเรื่องราวมากมายที่ให้จดจำและก็ใช้เวลาด้วยกันมา ส่วนความรู้สึกนั้นจะบอกแต่ยังไม่ได้บอก ว่าความรู้สึกแท้จริงในใจมันเป็นยังไง(ตอนเค้าถามก็ไม่ยอมบอกนะ ทำเป็นซึน)  แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างนั้น และทุกอย่างค่อยๆเปลี่ยนไป  ไม่เล่นไม่เจอกันด้วยความรู้สึกเดิมๆ  เมื่ออีกฝ่ายนึงบอกว่าเธอมีใครอีกคนในใจ แล้ว .. เอิ่ม  ดราม่าอะครับดราม่า  มันเศร้าจัย T^T  คือแทนที่จะบอกไปตั้งแต่แรก  แต่พอไม่บอก กลายเป็นว่าโดนอีกฝ่ายยิงdamageก่อน  ดับเลยสิครับทีนี้   สุดท้ายแล้วก็เหลือแต่ความรู้สึกมากมาย ความทรงจำมากมายที่บันทึกไว้เป็นร้อยพัน  แต่ก็ไม่เคยบอกไม่เคยพูดให้เธอฟัง แค่นั้นเอง ..   เป็นแทร็คที่ปิดท้ายอัลบั้มได้ทึมๆหม่นๆเล็กน้อย  แต่เป็นความหม่นแบบที่ยังยิ้มได้และอบอุ่น  เพราะมันคือความรู้สึกของความ”คิดถึง” เรื่องราวในวันเก่าๆที่ยังคงไม่ลืม  และมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงขึ้นมานั่นเอง   เป็นเพลงสุดท้ายที่สามารถตอบคำตอบและบทสรุปของเพลงทุกเพลงในอัลบั้มได้ว่า  การเดินทางมันมาสิ้นสุดตรงจุดไหน 
 

เพลง ในตอนนั้น
 
          หลังจากฟังครบทุกเพลงเรียบร้อยแล้ว ผมมีความรู้สึกอยู่อย่างนึงว่า  เพลงในอัลบั้มนี้มันเหมือนกับว่า ทุกเพลงนั้นแต่งโดยความรู้สึกของผู้แต่ง  ต่อคนๆนึงคนเดียวกันทั้งหมดทุกเพลง (ยกเว้นรมิตาเพลงเดียว)  คือมันเหมือนกับว่า ผู้หญิงในเพลงที่คนเขียนพูดถึงนี้  มันคือคนๆเดียวกันทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเธอที่ใส่รองเท้าผ้าใบ  ใส่รองเท้าผ้าใบแล้วก็ไปทัศนศึกษาด้วยกันอีก  แถมเธอคนนี้ก็ยังเป็นคนที่เขาไม่กล้าสารภาพรักกับหล่อน  เป็นคนเดียวกันกับที่เดินจากไป และเป็นคนเดียวที่แม้ปัจจุบันนี้ก็ยังคงคิดถึงช่วงเวลาในตอนนั้นที่ใช้ด้วยกันอยู่ ..  ก่อนที่จะจากไปก็ยังอยากถ่ายรูปโพลารอยด์เก็บไว้เป็นความทรงจำสีจางๆที่อบอุ่นไว้  .. ทั้งหมดทุกเพลงในอัลบั้มนี้  ผมรู้สึกถึงผู้หญิงคนนี้คนเดียวเลย  ทั้งๆที่จริงๆแล้วผู้แต่งเนื้ออาจจะไม่ได้มีแรงบันดาลใจเป็นคนๆเดียวก็ได้  หรืออาจจะใช่ก็ได้  แต่ถ้าถามผม ผมรู้สึกว่ามันใช่คนๆเดียวกันทั้งหมดนี่แหละในเพลงอัลบั้มนี้  มันน่าทึ่งมากจริงๆ  อันนี้ผมชอบมากๆครับบรรยากาศของอัลบั้มนี้   อย่างที่บอกคือ ยิ่งได้ฟังทีเดียวรวดทั้งอัลบั้ม  มันยิ่งฟินและเห็นภาพชัดมาก  ฟังแล้วมีความสุขมากๆจริงๆอัลบั้มนี้ .. 
 
          สรุปโดยรวมแล้ว อย่างที่เขียนมา  ผมมั่นใจและกล้าบอกจริงๆว่า เพลงของ Seal Pillow อัลบั้มนี้ Camel Traveling ..พี่อูฐนาวิเกเตอร์ชุดนี้  เพลงเพราะทั้งอัลบั้ม  และน่าฟังมากๆ  ด้วยดนตรีฟังสบายๆแบบอินดี้ป็อปแบบตะวันตก  ดนตรีโปร่งๆลอยๆโล่งๆ และเมโลดี้น่ารัก   เนื้อหาเพลงเป็นความจริงใจของความรู้สึก ที่ให้ภาพเก่าๆสีจางของอดีตได้อย่างดีมากๆ  ฟังแล้วคิดถึงความทรงจำสมัยเด็กๆ วัยรุ่นๆของแต่ละคนที่ได้ฟังจริงๆว่า  ชีวิตเราเคยผ่านพบอะไรมา และตอนเด็กๆ ตอนวัยรุ่นเหล่านั้น  เรามีความทรงจำอะไรกันบ้าง   งานอัลบั้มนี้ตอบโจทย์นี้ได้ตรงเป๊ะ  และสร้างความสุขได้มากจริงๆ ..   อัลบั้มนี้น่าอุดหนุนมาก  เป็นเหมือนงานศิลปะสวยๆสีเก่าๆงานนึงที่มีคุณค่าทางจิตใจมากทีเดียว  ชอบมากๆครับลองฟังกันดู  วงนี้น่าสนใจจริงๆ Seal Pillow  คนฟังจะต้องจดจำและติดตามวงคุณไปอีกนานแน่นอนหลังจากได้ฟังเพลงชุดนี้  รับประกัน..
          ปล. นางเอกMVน่ารักมาก แจ่มทุกเพลง!!!!!!!!!
 
Close [×]