Album Review

After Bluesmoon อัลบั้ม Silhouette ถ้าจะหาวงดนตรีหน้าใหม่เพลงเพราะๆฟัง มาทางนี้

หัตถาครองพิภพ December 28, 2014

        เป็นอีกหนึ่งผลิตผลจากเชียงใหม่(อีกแล้ว) จังหวัดที่สร้างวงดนตรีฝีมือเยี่ยมออกมาแบบไม่ขาดสาย และไม่แปลกใจเลยว่าทำไม คอนเนคชั่นของศิลปิน นักร้องนักดนตรีในจังหวัดนี้ถึงได้แข็งแกร่งยิ่งนัก  เมื่อมีต้นแบบ มีวงรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จออกไปสู่ตลาดใหญ่ระดับประเทศแล้วมากมาย  วงรุ่นใหม่จึงถือกำเนิดขึ้นเรื่อยๆเหมือนเชียงใหม่เป็นโรงงานสร้างนักรบไซบอร์กระดับพระกาฬออกมาด้วยเตาพลังงานอนันต์ ไม่รู้จักหมดสิ้น  และวงนี้คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจอีกหนึ่งวง นามว่า After Bluesmoon วงดนตรีป็อปร็อค ที่มีกลิ่นอายของบริท โมเดิร์นร็อคแบบลอยๆชิลๆเพราะๆ  เป็นทางของเค้า(เชียงใหม่)เลย  วงดนตรีที่ประกอบด้วยศิลปิน4ท่านที่โชคชะตา ค่อยๆจับพวกเขาให้มารวมกัน และในที่สุดก็กลายมาเป็น After Bluesmoonในที่สุด จากอดีตชื่อวงเก่าสมัยแรกๆ Summer Improvise นั่นเอง  สมาชิกปัจจุบันของวงพระจันทร์สีน้ำเงินวงนี้ประกอบด้วย คุณเบียร์ - Vocal/Guitar คุณเนม - Guitar Solo /คุณต้อม – Bass และ คุณลุง (ชื่อนะ ชื่อลุง เหมือนพระเอกหนังรถไฟฟ้านั่นแหละครับ )ในตำแหน่ง Drum  ภายใต้สังกัดกลุ่ม No More Belts นั่นเอง 
        ซึ่งแนวดนตรีของพวกเค้านั้น จะไม่แปลกใจเลยถ้าได้นั่งอ่านประวัติเค้าในเพจFB และวงที่เป็นฮีโร่ของ After Bluesmoon นั้นก็เป็นวงที่เราคุ้นเคยกันอย่างดีเช่น Cold Play , Oasis , TDCC , Phoenix แม้กระทั่งสายพังค์สายฟังค์ร็อคก็มีอย่าง RHCP หรือ Green Day ดังนั้นแนวดนตรีของ After Bluesmoon จึงเกิดการตกผลึกและกลั่นกรองออกมาเป็นตัวตนของพวกเขา  ผ่านสายDNAวงดนตรีเชียงใหม่  ออกมาเป็นผลงานนี้ให้เราได้ฟังกัน  ซึ่งกลุ่มแฟนเพลงของวงนี้ก็มีอยู่นะครับ เพราะวงนี้จุดกำเนิดฟอร์มมาตั้งแต่ปี52 ดังนั้นฐานคนฟังมีแน่นอน  ส่วนตัวผมเองซึ่งอยู่วงนอก และเพิ่งได้ฟังเพลงจากอัลบั้มนี้ จึงสบายใจกว่าคนอื่นหน่อยเพราะไม่ต้องคาดหวังอะไรเลย  มาเสพความสดใหม่ของเพลงวงนี้แบบเต็มๆได้ เช่นเดียวกับผู้ที่อ่านรีวิวนี้อีกหลายๆท่าน
 
        อัลบั้มนี้ Silhouette  เท่าที่ได้ฟังมาทั้งอัลบั้ม  รวมแล้ว 12 เพลงนั้น สิ่งที่โดดเด่นของงานชุดนี้คือการคุมโทนของอัลบั้มให้เพลงนั้นอยู่ในห้วงอารมณ์และสไตล์ดนตรีที่เหนียวแน่นเป็นเอกภาพกันดี ไม่มีเพลงไหนแตกโดดไป  ถือเป็นคอนเซปต์อัลบั้มที่เหมือนเป็นหนึ่งสือหนึ่งเล่มหนาๆให้เราได้เปิดอ่านอย่างต่อเนื่อง  คือวางไม่ลง แล้วอ่านจบก็จบแบบ happy ending ด้วยความฟิน .. เป็นแบบนี้จริงๆเพราะว่า งานอัลบั้มนี้ของ After Bluesmoon มีดนตรีเบาๆลอยๆฟังง่ายๆสะอาดหู  ที่สำคัญชิลมากๆ  และเนื้อเพลงก็ค่อนข้างสวยงามจริงๆ   เนื้อหาที่ถ่ายทอด เป็นเรื่องราวความรักที่สัมผัสได้ เกิดกับทุกคน โดยที่หลายเพลงเน้นที่ความรู้สึกที่ตกค้างอยู่ในใจของคนเราทุกคน  ไม่ว่าจะดีหรือร้าย   ในห้วงคิดถึงหรือห้วงเสียใจ .. แต่ถึงแม้จะเป็นเพลงที่ดูเหมือนจะอกหัก แต่ฟังแล้วผมรู้สึกถึงความอบอุ่น  ความสว่างจากเพลงของAfter Bluesmoonได้แบบเต็มๆเลย  คือเป็นเพลงที่ค่อนข้างสว่างมากในทุกอารมณ์ .. ไม่ได้หมายถึงสีสันฉูดฉาดนะครับ แต่ฟังแล้วมันอุ่นๆ สบายๆยังไงบอกไม่ถูก
        เพลงที่แนะนำของอัลบั้มนี้ จริงๆแล้วเมื่อผมฟังจบ ผมชอบหลายเพลงอยู่นะ  แต่เพลงที่โดดเด้งมาเตะหูก่อนเพลงแรกๆเลย คงหนีไม่พ้นเพลง ดาวตก ที่เป็นเหมือนเพลงในตำนานการก่อตั้งของวงเลยตั้งแต่สมัย Summer Improvise เพลงนี้ผมถือว่าเป็นไฮไลท์จริงๆ  ใครคิดจะทำความรู้จักกับวงน้องพระจันทร์สีน้ำเงินนี้  ต้องมาฟังเพลงดาวตกก่อนเลย รับรองว่าฟินแน่ๆ เพลงนี้สมบูรณ์แบบสุดๆ ทั้งภาษาที่สวยงาม เมโลดี้ที่เพราะพริ้ง  และดนตรีลอยๆที่เหมือนพาขึ้นไปบนฟากฟ้ายามค่ำคืน .. โคตรโรแมนติคจริงๆเพลงนี้  ซูฮกเลยยอดเยี่ยมมากๆ  เพลงนี้ขึ้นหิ้งไปได้เลยครับ สิบกะโหลก
 

 
        หลับฝันดี คืออีกเพลงเพราะๆกล่อมนอนที่น่าฟังอีกเพลง  ถ้าชอบดาวตก  คุณต้องชอบเพลงนี้แน่นอน  มันละมุนมากๆ ลองฟังกีต้าร์ดูตั้งแต่อินโทรสิ  แล้วมานั่งฟังเนื้อหาในเพลง  แค่เวิร์สธรรมดาก็ฟินแล้ว  นี่ก็สุดยอดอีกเพลง แถมเพลงนี้มีท่อนแร็พด้วย(ฮา)  เอ้าจริงๆ เป็นสีสันที่ทำให้เพลงมันมีอะไรน่าสนใจเพิ่มขึ้นมาเยอะเลย  เพลงนี้ผมก็ชอบมาก เพราะสุดๆครับ ภาษาสวยจนไม่รู้จะบรรยายยังไง ฟังแล้วฟินนนน
 

 
        แค่เรา คือเพลงที่มีจังหวะหนักแน่น กระแทกกระทั้น(แบบกำลังดี)ด้วยความเป็นร็อคเยอะกว่าเพลงอื่นๆ  และเป็นเพลงที่ผมชอบมากๆด้วย  แม้จะไม่ได้ปิ๊งตั้งแต่แว้บแรก แต่ฟังรอบหลังๆ ฟังแล้วฟังอีก  เพลงนี้เจ๋งเลย(ว่ะ) เอกลักษณ์ของวงนี้คือภาคของภาษาเนื้อร้องจริงๆ  คือเนื้อหาใช้คำสวยงามและล่องลอย  เหมือนเรากำลังอยู่ในภาพฝันอะไรสักอย่าง  .. ถ้าเป็นหนังสืออย่างที่ผมบอก หนังสือเล่มนี้ก็เต็มไปด้วยพรรณนาโวหารที่ใช้คำได้พริ้งเพราเพริศแพร้วมากๆทั้งเล่ม  วจีเอื้อนเอ่ยแต่ละประโยค  กินเต็ม แถมเพลงนี้มีภาคดนตรีเจ๋งๆให้ได้ฟังในสัดส่วนที่เยอะกว่าเพลงอื่นด้วย เพราะtempoมันเร็วกว่าเพลงอื่นๆ ชอบครับ
 

 
        กลับคืนมาได้ไหม คือเพลงที่เล่นกับความรู้สึกของคนฟังได้อย่างมาก  เรียกภาษาชาวบ้านคือ “โดน” โดนคนฟังแน่นอน ยิ่งเป็นพวกอกหัก คิดถึงวันเก่าๆ  จมปลักงมงาย  ต้องฟังเพลงนี้เลย ใช่สำหรับคุณแน่นอน เอาให้ร้องไห้ตายไปเลย(ฮา) ในเมื่อลืมไม่ได้ ก็จงสักมันไว้ในสมองซะ  เพลงนี้ผมก็ชอบครับเพราะดี  และอย่างที่บอก แม้จะเป็นเพลงรอคอย แต่มันก็ฟังแล้วอบอุ่น รู้สึกดีแฮะ
 

 
        ไปจากใจ เพลงนี้ก็เพราะมากกกกก นี่ก็ชอบมากๆอีกเพลง  เมโลดี้เพลงนี้เด่นสุดๆ  หลับตาฟังแล้ว คุณจะฟินกับความเนียนของเพลงมากๆ  ลองคิดถึงตอนที่เพลงนี้มันเป็นกล่องดนตรี(เค้าเรียกว่าอะไรนะ หีบเพลงเหรอครับ) เป็นเสียงกรุ๊งกริ๊ง เพลงนี้จะแจ่มมากๆเลย  จินตนาการเอาจากทำนองเพลงเท่านั้นนะ  และที่สำคัญเพลงนี้โชว์เนื้อเสียงนักร้องนำเต็มๆเลย  เสียงนักร้องเพราะมาก เสียงโคตรรรรหล่อ  เพลงนี้ก็แหล่มฮะ
 

 
        เธอที่เฝ้ารอ เพลงนี้ผมหลงรักเสียงกีต้าร์ตั้งแต่เริ่มต้นเพลงเลย  อันนี้พูดจริง เป็นอินโทรที่สวยที่สุดของชุดนี้เลย  มาเจอเสียงร้องแบบหม่นๆอีก เพลงนี้แค่มีเสียงร้องกับกีต้าร์บางๆสวยๆนี่  ก็จบแล้วนะ  พอละฟิน  เพลงนี้เพราะมาก เพราะจริงๆ รักเลย .. ยิ่งเขียนยิ่งชอบ ยิ่งฟังยิ่งชอบเพลงเหล่านี้มากขึ้น .. [กล่าวคือ ถ้าพูดกันจริงๆแล้ว ฟังรอบแรกสุด คนฟังใหม่ๆอาจจะยังแยกยากอยู่ว่า เพลงอะไรเป็นเพลงอะไร  ลองฟังซ้ำซักสองสามรอบดู จะเริ่มจับอะไรได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วคุณก็จะตื่นตากับเพลงในชุดนี้เหมือนผมแหละครับ]
 
        แม้จะหยุดเวลา  เพลงนี้ดนตรีฟ้องมาแต่ไกลเลย เป็นสำเนียงของวงจากเชียงใหม่จริงๆนะ ทำเป็นเล่นไป  ส่วนใหญ่ซาวด์แบบนี้อารมณ์แบบนี้เลย  ยิ่งกีต้าร์ยิ่งใช่  ฟังไลน์เดินเบสแล้วแบบ  อืมมม์ ใช่ๆๆ CM Sound สุดๆ  เพลงนี้เป็นความรู้สึกสุดท้ายของคนที่ต้องเสียอะไรไปสักอย่าง  แล้วอยากหยุดเวลาให้เค้าได้อยู่กับเราให้นานที่สุด .. เป็นความรู้สึกและการสร้างมุมมองความรักที่ไม่ฟูมฟายและอยู่กับความเป็นจริง  โดยที่ในความเป็นจริงเหล่านั้นที่เขา”ยังอยู่” เราก็แค่ซึมซับช่วงเวลาเหล่านั้นให้นานๆ และเก็บให้มันดีที่สุดนั่นเอง  เพลงนี้ความหมายดีครับ  เหมือนจะเศร้า แต่เศร้าแบบ อบอุ่นกลิ่นอายความรักครั้งสุดท้าย  แต่ถ้าคนกำลังอินๆมานั่งฟัง อาจมีปี่แตกได้
 

 
        ใกล้เธอ  เพลงนี้ถือเป็นทีเด็ดภูธรเลย  มาแอบอยู่ท้ายๆอัลบั้ม แต่ความเพราะของเพลงนี่  ไม่ธรรมดา  เป็นเพลงที่เมโลดี้ฟรุ้งฟริ้งสุดๆ แถมมีเสียงผู้หญิงมาร้องประสานในเพลงด้วยแล้ว  เพลงนี้ยิ่งทวีคูณความเพราะ และความมุ้งมิ้งมากขึ้นกว่าเดิมอีก  ชอบทำนองมันมากๆ และไม่แปลกใจเลยว่าทำไม จึงมีเสียงผู้หญิงเข้ามาเป็นตัวคูณให้เพลงนี้มันเพราะยิ่งขึ้น  ฟังแล้วหลับตาลอยไปกับเพลงเลยครับ  อยากอยู่ใกล้เธอตลอดเวลา .. อารมณ์เพลงมันสร้างได้ตรงกับคำจริงๆนะ ผมไม่อวย  ลองฟังดู  เพลงนี้ชอบมากฮะ ไม่ควรพลาด
 
         สองเพลงที่น่าจะแนะนำเป็นแพ็คคู่ เพราะอารมณ์เพลงคล้ายๆกัน นั่นคือ Yellow Blue กับเพลง จนกว่า สองเพลงที่ฟังแล้วเกิดกำลังใจ เกิดความหวังดีๆให้กับชีวิตและกับความรักของคนสองคนไม่ว่าจะด้วยรูปแบบใด หรือมีอุปสรรคแบบไหน ทั้งระยะทาง หรือกาลเวลา ..  สองเพลงนี้เหมือนเกิดมาคู่กันจริงๆ แต่อยู่ห่างกัน ต้นอัลบั้มกับท้ายอัลบั้ม  ช่างลักลั่นย้อนแย้งสวรรค์แกล้งอะไรเช่นนี้  แต่สองเพลงนี้คือฝาแฝดประจำอัลบั้มอย่างแน่นอน
 

เพลง Yellow Blue
 
        สุดท้ายของสุดท้ายคือเพลง น้อยก็หนึ่ง อารักษ์ อาภากาศ Cover .. ถ้าข้อมูลไม่ผิด ก็ใช่แน่นอนอยู่แล้วว่า เพลงนี้เป็นเพลงเก่าของศิลปินที่คนรุ่นเก๋าๆหน่อยคงไม่ต้องอธิบายเยอะ ส่วนเด็กรุ่นใหม่ๆแบบผมก็คงต้องรับรู้ไว้ว่า นี่คือสุดยอดศิลปินอีกท่านหนึ่งที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านบทเพลงได้อย่างยอดเยี่ยมอีกคน  เจ้าของรางวัลสีสันอะวอร์ดส์ปี2534  ศิลปินผู้เป็นคำตอบของคำว่า ศิลปะที่ไม่จำเป็นต้องเป๊ะตลอดไป แต่การขาดๆเกินๆไม่ต้องทำตามกรอบหรือสิ่งที่คนทำตามๆกันมา บางครั้งมันก็เป็นความยอดเยี่ยมที่มีจิตวิญญาณอันทรงพลังอยู่ในตัวเช่นกัน .. เพลงนี้ น้อยก็หนึ่ง หลายท่านคงรู้จักกันดี และเป็นหนึ่งในเพลงประกอบของภาพยนตร์ ฝันบ้าคาราโอเกะด้วย  ผมขอแนะนำว่า ก่อนฟังแทร็คนี้ ลองไปหาเวอร์ชั่นของอารักษ์ อาภากาศมานั่งฟังก่อน  จะเห็นเลยว่ามันมีข้อแตกต่างกันอยู่  ทางนั้นคือจะดิบoriginalแต่เข้าถึงมากๆ  ส่วนของAfter Bluesmoonจะผ่านการเรียบเรียงใหม่ให้ทุกอย่างมันsmoothและเข้าที่เข้าทางมากขึ้น  แต่สองเวอร์ชั่นมีเสน่ห์กันคนละแบบ  น่าฟังทั้งคู่  ลองฟังดูครับเพลงนี้ เป็นของดีปิดท้ายอัลบั้มนี้เลย
 
        สรุปสุดท้าย อัลบั้ม Silhouette นี้ ส่วนตัวผมไม่เคยรู้จัก After Bluesmoonมาก่อนนะ แค่เคยเห็นชื่อตามชาร์ทเพลงอินดี้แบบแว้บๆ ผ่านไปผ่านมา ไม่ได้สนใจอะไร  แต่ตอนนี้ผมรู้จักพวกเขาดีแล้วล่ะ ผ่านผลงานอัลบั้มนี้เต็มๆ กล้าพูดว่า เพลงอัลบั้มนี้ “เพราะ” จริงๆ เพราะทั้งอัลบั้มเลย  สวยงาม อ่อนหวาน ล่องลอย  และสร้างความสุขให้กับคนฟังได้ต่อเนื่องไปทั้งอัลบั้ม .. ผมว่าแผ่นอัลบั้มนี้ต่อไปน่าจะเป็น rare itemอีกชิ้นนะ  ใครเจอรีบไปสอยด่วน อันนี้บอกเลย  ต่อไปต้องจับตามองแบบเข้มข้นยาวๆแล้ววงนี้  ถ้าไปพัฒนาต่อเนื่องได้ จะเยี่ยมยอดมากกว่านี้อีกเยอะมาก  คือตอนนี้ก็ดีอยู่แล้วนะครับ  ที่ผมเจอข้อติเป็นแค่ข้อเล็กๆบางจุดเท่านั้นเอง อย่างในส่วนของเนื้อเพลงบางจุดที่มันลอยมากเกินไป ใช้คำซ้ำจนความหมายมันลอยเกินไปหน่อยไม่ค่อยมีน้ำหนัก แต่นั่นก็เป็นแค่บางจุดของบางเพลงเท่านั้น  ที่คนเขียนเพลงลองไปศึกษาประโยคและความหมายของมัน แล้วสโคปดูว่า ความหมายมันลอยไหม ถ้าเอามาลองนั่งอ่านกันเฉยๆ  ฟังแล้วจับใจความหรือมีแก่นของความหมายอยู่หรือเปล่า .. ลองไปเช็คดู  แค่นั้นเองครับ  แค่บางจุดเอง โดยรวมผมว่ามันดีมากๆอยู่แล้ว  ดังนั้น วงนี้มีของนะ บอกเลย  ทั้งซาวด์ดนตรีที่โคตรชิล  เนียนมากๆ  และภาษาเพลงที่สวยงามและหรูมากๆ ให้อารมณ์และบรรยากาศการฟังเพลงที่ดี  วงนี้ขอเป็นแฟนเพลงไปอีกยาวๆ
 
 
ผมนี่ฟังแล้วเคลิ้มเลย
 

After Bluesmoon, Silhouette, review, รีวิวอัลบั้ม