25 Hours อัลบั้ม Mom & Popshop ไม่ต้องตามหาไกล สุขาอยู่หนใดอยู่ที่นี่ไงทั้งอัลบั้ม [เพลงโคตรดี]

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

         เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากอีกครั้งที่ผมเขียนรีวิวอัลบั้มเพลง เมื่อผมได้ฟังงานชุดนี้ของ 25Hours จนหมดอัลบั้มไปหลายๆรอบแล้ว ผมก็มานั่งคิดว่า  เรารู้สึกอะไรจากการฟังอัลบั้มชุดนี้  คำแรกที่มันผุดขึ้นมาก็คือคำว่า “ความสุข” จริงๆนะครับ คือฟังแล้วรู้สึกว่า มันใช่นะ อัลบั้มนี้โดยรวมแล้วฟังแล้วมัน happy เกิดความสุขจริงๆ  ผมก็คิดเอาไว้ว่า เอออัลบั้มนี้แหละ เป็นตัวแทนของความสุขได้  แต่ก็ต้องตกใจ เมื่อย้อนเหลือบไปมองเพลงโปรโมทแรกของพวกเขา  มันคือเพลง “สุขาอยู่หนใด”  ผมถึงได้ตกใจไงว่า .. เฮ้ย  จริงเหรอเนี่ย  งานเพลงของพวกเขาชุดนี้มันสร้างความรู้สึกได้แบบนั้นจริงๆ  และบอกก่อนจะรีวิวได้เลยไม่ต้องอ่านต่อลงไปข้างล่างว่า  “ชุดนี้ต้องซื้อเก็บอย่างแรง”  จริงๆจากใจ    เออผมไม่ใช่หน้าม้าแฟนคลับวงนี้นะ  เขียนเชียร์ไปผมก็ไม่ได้ได้ตังค์อะไรเพิ่ม  แต่ยังไงก็ต้องเก็บอ่ะงานดี  ยังไม่ต้องเชื่อก็ได้ ลองอ่านรีวิว และฟังเพลงเหล่านี้ด้วยตัวเอง   แปปเดียวเดี๋ยวก็รู้!
         อัลบั้มใหม่ของวงตาแหลมผู้มีเสียงแหลมเฟี้ยวสูงปรี๊ดเป็นเอกลักษณ์ ผมเรียกตาแหลมแบบนี้มานานละ และจะเรียกต่อไป(555) อัลบั้มใหม่กับบ้านใหม่ จีนี่เรคคอร์ดส์  ผมไปอ่านบทสัมภาษณ์มาจาก The Guitar  คิดว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องเขียนกำกับเอาไว้ เพื่อช่วยทางวงด้วยอีกครั้งว่า  อย่ามองว่าจีนี่เอาอีกแล้ว ดูดวงดังๆเข้าค่ายอีกแล้ว  คือเนื่องจากมันเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ค่ายเก่าที่บีลีฟ ทาง 25hours เลยเลือกที่จะขยับขยายย้ายบ้าน หาทีมงานลุยเพลงต่อไป และก็เดินมาหาจีนี่เองนี่ละครับ ซึ่งอย่างที่รู้ๆกัน  มีหลายวงที่มาอยู่กับที่นี่   และผมจะพูดอยู่เสมอๆซึ่งเป็นความจริงที่ว่า  จีนี่จะไม่ยุ่ง .. (เหมือนที่เรื่องนี้ ริวจิตสัมผัสจะไม่ยุ่ง) จะไม่แตะเรื่องการทำเพลงอะไรมากนัก เขายังให้อิสระศิลปินอยู่  อันนี้ดีมากๆ  และส่วนที่สองก็คือ จีนี่นั้นแข็งแกร่ง และ “มีกำลัง” มากพอที่จะซัพพอร์ตการผลิตงานของศิลปิน ให้มันมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น ด้วยโปรดักชั่นและงบประมาณที่เพียงพอ  ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องจริงเลยที่ บ้างครั้ง  เพชรมันไม่สามารถส่องประกายที่สวยงามได้ถ้าเจียระไนได้ไม่ดีพอ  แต่จีนี่มีเครื่องมือที่ทรงอานุภาพ(!?) ในหลายๆอย่างทางด้านของธุรกิจเพลง มีศักยภาพอยู่ในมือที่จะปั้นและดึงเอาขีดความสามารถของวงออกมาใช้อย่างถึงที่สุดได้ .. นั่นแหละจีนี่ถึงได้เป็นจุดหมายปลายทางของวงหลายๆวงนั่นเอง
         เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับที่ผมพูดไปนี่ก็น่าจะเป็นเรื่องของการร่วมมือของโปรดิวเซอร์มือทองอย่างพี่เจ มณฑล จิรา ด้วยที่แน่นอนได้เฮียเจมาช่วยงาน รับรองว่าซาวด์ดนตรีนี่จะไปไกลโขยิ่งกว่าเดิมเยอะ  ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆแฮะ   ไอ้ตรงนี้มันก็เกี่ยวกับคอสท์ของโปรดักชั่น  ค่าโปรดิวซ์ ค่าห้องอัด มิกซ์ ฯลฯ อีกมากมาย  ซึ่งไอ้ตรงมิกซ์นี่แหละจุดแข็งเลยที่พี่เจช่วยนำงานของ25hoursที่ดีอยู่แล้ว เข้าสู่กระบวนการที่ดีในห้องอัดจากต่างประเทศที่เหมาะสม  ทำให้ผลงานมันออกมาดีเยี่ยมแบบสมบูรณ์แบบ  .. ไอ้ตรงนี้แหละ คือสิ่งที่มันอัพขึ้นมาจากการก้าวกระโดดมาอยู่กับทีมงานคุณภาพนั่นเอง
 

 
         งานเพลงชุดนี้ Mom & Popshop ร้านของชำของ 25hours ที่พวกเขาเป็นผู้ผลิตเพลงเหล่านี้และเลือกเอามาขายให้กับผู้ซื้อ ซึ่งก็คือคนฟังเองโดยตรง ประกอบด้วยเพลงเพราะๆ 10 เพลง ที่ยังคงแนวดนตรีเดิมคือเป็นดนตรีที่อยู่บนพื้นฐานของเพลง โฟล์คร่วมสมัยอยู่  จะบอกว่าเป็น อินดี้โฟล์ค หรือ โฟล์คร็อค หรือ วินเทจโฟล์คก็ว่าไปแต่โดยรวมกลิ่นอายตรงนี้ยังชัดเจนเหมือนเดิม  งานของ 25hours นั้นในส่วนของดนตรีนั้นจะฟังง่ายๆสบายๆมานานแล้ว แต่ชุดนี้การได้เจ มณฑลมาร่วมงานด้วย สิ่งที่เห็นเพิ่มคือไอ้เจ้าพวกเสียงซินธ์นี่แหละ ที่ลองฟังในชุดดูก็จะรู้ว่ามันมีอะไรเจ๋งๆแถมมาด้วยอยู่เยอะเลย เพราะก่อนนี้วงก็ไม่ค่อยมี แต่พอมีจุดนี้เข้ามา ผมว่าดนตรีพวกเขามันแกร่งขึ้นมากเลย  คือแน่นแบบใสๆอย่าง 25hours นี่แหละ  ไม่หลวมไม่ลอย ชอบมาก
 
         จุดแข็งของอัลบั้มนี้ ผมยกให้เรื่องเนื้อหาที่มันพัฒนา มันโตขึ้น และใส่อะไรที่มันเป็นสาระบันเทิงแบบ “เนื้อๆ” มาให้เต็มๆเลย โดยที่ไม่รู้สึกว่า  เขาพยายามหรือยัดเยียดที่จะทำแบบนี้  แต่มันสัมผัสความจริงใจจากเนื้องานได้  กล่าวคือ..ในทุกเพลงของอัลบั้มนี้  มีแก่นสาระของแต่ละเพลงให้ฟัง และคิดตามอยู่ทุกเพลง  ความรู้สึกที่ได้ฟัง ไม่ว่าเนื้อหาจะเป็นด้านไหน ฟังแล้วจะรู้สึกว่า มัน”อิ่มเอม” มากๆจริงๆ  ทั้งในความไพเราะทางกายภาพของตัวเพลง ทั้งพาร์ทดนตรีเมโลดี้เนื้อร้อง  อันนี้มาครบอยู่แล้วรับประกันได้   และในส่วนของเนื้อหาเนี่ย  มันฟังแล้วมันอบอุ่น  มันเต็มอิ่มมากๆ  ผมถึงได้บอกไว้บนหัวบทความว่า อัลบั้มชุดนี้มันคือความสุขอย่างแท้จริงล่ะสำหรับคนฟัง 
         มาดูกันที่เพลงในอัลบั้มกันบ้าง   อย่างแรกก่อนเลยคือ ชอบทุกเพลง  ไม่มีเพลงไหนเป็นช่องโหว่จุดดรอปจุดดับของอัลบั้มเลย  มันให้ความรู้สึกที่สมูธเสมอกันไปจนจบตั้งแต่เพลงแรกถึงเพลงสุดท้ายในแบบคอนเซปต์อัลบั้มที่แข็งแกร่งและเนื้อหาที่เป็นเอกภาพมากๆ  เริ่มกันตั้งแต่เพลงแรกที่พวกเขาปล่อยออกมาอย่างเพลง สุขาอยู่หนใด  ที่ทำดนตรีใสๆน่ารักๆ แต่เนื้อหานี่ เป็นความจริงจังแบบที่ทำออกมาชนิดที่ว่า  กินได้โคตรง่าย ง่ายสุดๆแบบว่า กลืนได้เลย แล้วได้สารอาหารอัดแน่น มันเป็นแบบนั้นเลย  เนื้อหาของเพลงนี้บ่งบอกอะไรให้รู้หลายๆด้านว่า  “ความสุขของคนเรามันไม่เหมือนกัน”  ซึ่งมันทำให้มุมมองในการใช้ชีวิตและมองโกลของแต่ละชีวิตบนโลกนี้มันต่างกันด้วย  แต่คนเราก็ไม่ควรจะเอาความรู้สึกหรือมุมมองของตนมาเป็นตัวตัดสินว่า  เฮ้ยทำแบบนี้ๆนะ  มันถึงจะเรียกว่า “ความสุข”
 
         ซึ่งความสุขของคนบางคน อาจจะต้องแบกเป้ไปให้ไกลถึงสุดขอบโลกแล้วถ่ายรูปชิคๆอัพโชว์ ในขณะเดียวกันความสุขของบางคน อาจจะแค่ฝึกทำลาบหมูจากคลิปยูทูปในเนต  ทำให้ครอบครัวกิน  การมีเงินเดือนที่พอเลี้ยงครอบครัวให้คงอยู่ได้  นั่นก็คือความสุขของเขาแล้ว ในขณะที่บางคน ต้องการชื่อเสียงเงินทองและการยอมรับ  ทางตรงกันข้าม บางคนก็อาจจะขอแค่ พ่อแม่พี่น้อง คนรักของเขา ยอมรับก็พอ .. เพลงนี้บ่งบอกครับว่า คนเรามันมีมุมมองความสุขที่ต่างกัน  และก็มักจะยัดเยียดให้คนอื่นด้วยแฮะว่า  ต้องทำแบบนี้มันคือความสุขนะ  ที่สำคัญ ยุคที่คนบูชาเงิน และคนจิตอ่อนทั้งหลายก็จะโดนหลอกล่อด้วยวาทกรรมสวยหรูให้หาทางรวยขึ้นมา เพื่อเงินเท่านั้น .. เงินมันสำคัญขนาดนั้นจริงๆเหรอ และความสุข..สุขาที่ว่ามันอยู่หนใด มันหายไปไหน … เพลงเนี้ย ตอบโจทย์สุดๆ ผมชอบมากเอาไปสิบล้านกะโหลก (ไม่ได้โม้ววววว)
 

 
         แรงโน้มถ่วง เป็นแทร็คที่สองที่ฟังๆดูแล้วได้กลิ่นอายของเพลงสายยุโรป สายบริทป็อปอยู่ชัดเจน และเนียนกริ๊บ ไม่แปลกใจอยู่แล้วฝีมือพี่เจ เยี่ยมๆๆ  เพลงนี้เนื้อหาของแรงโน้มถ่วง เขาเปรียบแรงโน้มถ่วงคือ “ตัวฉุดรั้ง” สำหรับเรา ซึ่งรวมถึง “อุปสรรค”  “กฏระเบียบ”  หรือแม้กระทั่ง กรอบอะไรบางอย่าง (ของสังคม ของหน้าที่การงาน) มันคือตัวที่จะดึงรั้งเราไว้ เวลาที่เราจะบินออกไปสู่อวกาศที่ไกลแสนไกล  เวลาที่เราอยากจะหลุดจากโลกนี้ไป  เพลงนี้เปรียบเปรยได้ดีว่า ถ้าเราฝันจะทำอะไร  แรงโน้มถ่วงมันต้องทำอะไรเราไม่ได้สิ เหมือนกับว่าการจะปล่อยยานออกไป มันก็ต้องหาวิธีการที่จะใช้เชื้อเพลิงในการส่งกระสวยให้หลุดจากแรงGนี่ให้ได้นั่นเอง   เพลงมีจังหวะขยับๆโยกๆแบบบริทนิยม ชิลๆดี (สังเกตเสียงซินธ์ว่ามันค่อยข้างลอยๆเข้ากับธีมเนื้อหาเพลงด้วย)
 

 
         เธอเอาใจฉันไป  นี่ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของชุดนี้ ฟังแล้วปิ๊งตั้งแต่ครั้งแรกเลยโดยเฉพาะอีท่อน  รักใช่รึเปล่าใช่รักรึเปล่า นี่แหละที่แบบว่า  บียองเซ่มากๆ (ฮา) ติดสไตล์อาร์แอนด์บีมานิดๆ น่ารักมาก แต่ดนตรีนี่โฟล์คมาเต็ม  มีความหนักแน่นเข้มแข็งอยู่ในตัว ภายใต้ฉากหน้าดนตรีน่ารักๆนี่แหละ เนื้อหา.. เอริ่มผมว่าหน่อมแน้มที่สุดในอัลบั้มแล้ว(ฮา) เพราะเป็นเพลงเกี่ยวกับความรักหวานแหวว มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งเหมียวมากๆ  น่ารักครับฟังสบายๆ ชอบมากเมโลดี้น่ารักดี เอาไปล้านกะโหลกเหมือนกัน เพลงนี้ต้องฟัง
 

 
         ยังฟินกับเพลงที่แล้วไม่หมด มาต่อที่เพลงถัดไปที่ต้องยกไว้ว่า เป็น “เพลงยอดเยี่ยม” มากๆอีกเพลงหนึ่งของปีนี้เลย  เป็นเพลงที่ดีที่สุดในอัลบั้มที่ผมสามารถมอบคำจำกัดความให้กับเพลงนี้ได้เลยว่า มันต้อง “สะอึก” แน่ๆ สำหรับคนที่ได้ฟัง  ฟังแล้วก็จะหวนคำนึงและเริ่มระลึกได้ว่า .. เรากำลังมองข้ามอะไรบางสิ่งไปหรือเปล่า ซึ่งกว่าจะรู้ว่ามันสำคัญแค่ไหน อาจจะเป็นวันที่มันไม่อยู่แล้วก็ได้ ถึงเวลานั้นจะเพิ่งมารู้ตัวก็อาจจะไม่ทัน .. เนื้อหาของเพลง ”ไม่เคย” เพลงนี้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเรื่องของความรัก คนรักอย่างเดียว  แต่มันคือ “สิ่งสำคัญทุกสิ่ง” ในชีวิตของคุณ อาจจะเป็นพ่อแม่ ครอบครัว เวลา หรือ โอกาส ของชีวิตคุณที่ไม่ควรปล่อยให้มันผ่านเลยไป  เราจะคิดถึงมันก็ต่อเมื่อมัน “ไม่อยู่แล้ว” นั่นแหละครับ..   
 
         ผมไม่ได้ยกย่องเพลงนี้เพราะบ้าตามกระแสหรืออะไร เพราะวันที่เพลงนี้ปล่อยออกมา  กำลังดังและเป็นที่พูดถึง คนกำลังแชร์กันกระหน่ำเลย  ผมยังไม่มีโอกาสฟังเลยตอนนั้นเพราะไม่ว่าง   เพราะงั้นที่กำลังยกย่องอยู่นี่ มันไม่ใช่เพราะความเป็นกระแสแน่นอนสำหรับผม  แต่มันคือความยอดเยี่ยมของตัวบทเพลงที่  แทบไม่ต้องบรรยายอะไรเพิ่มอีกแล้ว  ยอดวิวตอนนี้เฉียดห้าสิบล้าน คือคำตอบ และยิ่งเห็นภาพชัดยิ่งขึ้น  ผมถึงได้อยากบอกว่า  มีคนรักอยู่จะทำอะไรก็รีบๆทำครับ  ยกตัวอย่าง อย่างคุณพ่อคุณแม่  ทำดีดูแลท่านให้เต็มที่ ถึงจะมีอะไรขัดใจกันบ้างแต่ก็ทำๆเถอะครับ อย่ารอวันที่ตายจากกันแล้ว จะมานั่งหวนคิดว่าทำไมตอนนั้นไม่ทำ  แล้วค่อยทำบุญใส่บาตรไปให้ภายหลังนี่ มันไม่ทันแล้วนะ  ชีวิตมันสั้น จะทำอะไรก็รีบทำเพื่อคนที่เรารักจ้า ^^  เพลงนี้ผมยกขึ้นหิ้งเลย  ที่สุดของที่สุดจริงๆ  
 

 
         เสี่ยง เป็นแทร็คเพลงสนุกๆที่แสดงคาแรคเตอร์ของกลิ่นอายเพลงในชุดนี้ได้เป็นอย่างดี ถ้าใครฟังทั้งอัลบั้มแล้วก็จะพบลักษณะของ “ลายเซ็น” ของเพลงในอัลบั้มชุดนี้ได้ว่ามันเป็นโฟล์คผสมผสานที่มีแนวทางไปทางเดียวกันเป็นปึกแผ่นแข็งแกร่ง และมีความเป็นสากลมากๆอยู่ในตัว ก็อย่างที่พูดนั่นแหละครับ  อย่างวงต่างประเทศที่ผมนึกถึงก็ Momford & Sons นี่แหละที่เป็นวงแนวหน้าของโลกทางสายโฟล์คเหมือนกัน  ฟังแล้วสนุกๆสบายๆ เพลงนี้  ชอบชุดเมโลดี้ท่อนเวิร์สมากๆ มันรัวโดยที่ไม่รกหู และหวานจ๋อยเลย (เสียงจะแหลมไปไหนคู้นนน)
 

 
         มาถึงเพลงหน้าBกันบ้าง .. เด็กสมัยนี้อาจจะงง เพลงหน้าB คืออะไรวะ .. ช่างมันเถอะครับ(ฮา) เพลงถัดมานั่นคือเพลง “ทีใครทีมัน”  เพลงนี้ผมแอบชอบมากกกกก ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ออกจะดาร์คๆซะด้วยซ้ำ  ด้วยเนื้อหาและดนตรีที่ค่อนข้างจริงจังและแสบสันพอควร  และไม่ใสเหมือนเพลงอื่นๆ  แต่ผมชอบอ่ะมันแกร่งดี เนื้อหาสะใจดีแท้ว่า   เออมันเหมือนปมเชือกสองปมที่ผูกอยู่ด้วยกัน  วันนี้เป็นทีของเอ็งข้าไม่ว่า .. (ไปมีใหม่แล้วสินะ)  ต่อไปข้างหน้า ทีข้าเอ็งอย่าโวย!!!  ชอบท่อนฮุคมาก โดดเด่นและมีจุดจำที่ดีมากๆ (เพลงชุดนี้มีจุดจำทุกเพลงทั้งชุด  เป็นอีกอย่างที่ดีของอัลบั้มเลย เพลงแต่ละเพลงแยกจุดเด่นกันชัดเจน) เพลงนี้น่าฟังครับอย่ากดข้ามนะ
 

 
         ลืม  เป็นแทร็คสั้นๆที่พาให้หลุดเข้าไปในมิติที่5สุดๆของงานชุดนี้  ด้วยบรรยากาศดนตรีที่บิ๊วมาให้ค่อนข้างเบา ลอย และหลุดมากๆเหมือนเป็นไซคีเดอลิคอ่อนๆ(ฮา) เพลงสั้นมากไม่ถึงสามนาที แต่เป็นสามทีที่ทรงพลังสุดๆ  .. เออพูดมาถึงตรงนี้นึกขึ้นได้อีกอย่างว่า  จุดเด่นของงานอัลบั้มนี้คือ ทุกเพลงจะค่อนข้าง “กระชับ” มากๆ เพลงไม่ยื้อเยื้อ ไม่เวิ่นเว้อ มาถึงพูดเป็นประเด็นชัดเจน  และมีความcompactอยู่ในตัวมาก เพลงแต่ละเพลงเป็นก้อนมวลที่หนาแน่นกลมๆก้อนนึง  ในแต่ละเพลงก็จะมีชุดเมโลดี้ ชุดไลน์ดนตรีที่ชัดๆอยู่ชุดนึงแหละ คนฟังจะสามารถจำได้ง่ายว่าเพลงไหนเป็นยังไงๆ อันนี้ดีมากจริงๆ   .. กลับมาที่เพลงลืม  เพลงนี้เหมือนจะไม่มีอะไร ลอยๆ แต่จริงๆเหนือชั้นมากด้วยการออกแบบการร้อง ที่เข้ากับดนตรี (หลอนๆ) แต่เนื้อหากลับเป็นด้าน positiveแบบแอบแฝงที่หากไม่ฟังให้ดีๆ อาจจะพลาดคิดว่าเป็นเพลงดราม่าๆอะไรก็เป็นได้  แต่จริงๆนี่เพลงให้กำลังใจเลยนะ แต่มาแบบดาร์คๆหน่อยแค่นั้นแอง ก่อนที่ช่วงinstrument ช่วงโชว์ดนตรีกลางเพลง จะมีซาวด์ซินธ์แบบลอยๆโหดๆให้ชมกันแบบ  เจ๋งอ่ะ มาสั้นๆแต่ขนลุก(ว่ะ)  ผมชอบ!
         เรื่องธรรมดา เพลงนี้เป็นเพลงที่เพราะมากของพี่เจมส์เรืองศักดิ์ (ฮา)เดี๋ยวๆๆๆๆ ไม่ใช่แล้วโว้ย!!!! 555 เพลงนี้คืออีกเพลงที่น่าฟัง และต้องฟัง อันนี้พูดจริง  เพราะเรื่องของ “เนื้อหา” ของเพลงนี้ เอาไปเลยห้าสิบล้านกะโหลก  เนื้อหามันคือปรัชญามนุษย์ที่ย่อยลงมาให้มันฟังง่ายเข้าใจง่าย  แต่จริงๆแล้วโคตรลึกซึ้งเลยล่ะ  ในเพลงมีการ”เปรียบเทียบ” ให้เห็นภาพแบบง่ายๆ แต่ชัดเจน ให้เห็นเลยว่า  ทุกสิ่ง(จริงๆ) บนโลกนี้  ที่ดูเหมือนว่า ชัวร์ เหมือนว่ามันแน่นอนแล้ว  แต่ก็ยังเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน  อะไรที่คิดว่าแน่นอน นั่นแหละมันไม่แน่นอนล่ะ ซึ่งก็รวมถึงความรักด้วยว่า อย่าไปมั่นใจอะไรมันขนาดนั้น ถ้าสักวันมันไม่อยู่กับเรา นั่นก็คือเรื่องธรรมดา..  นี่คือแก่นของเพลงนี้  ซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่มันเป็นธรรมชาติของโลก และเป็น “เรื่องธรรมดา” นั่นเอง ..  ดนตรีเพลงนี้จัดหนักจัดเต็มดีมาก สมกับความยิ่งใหญ่และเนื้อหาของเพลงดี  อลังการงานสร้างประจำอัลบั้มกันเลยทีเดียว
         เด็กน้อย เป็นเพลงน่ารักๆฟังสบายๆประจำอัลบั้ม ไม่ต้องคิดมาก หลังจากอีเพลงหน้าBมันจัดหนักมา3เพลงติดๆ  เพลงนี้เลยชิลๆสบายๆเบาๆในแบบที่ “โคตรจะ25hoursเลย”  เพลงนี้แหละ  ฟังแล้วคิดถึงเพลง “ถามจันทร์” เลย ได้ฟีลเดียวกันมากๆ ฟินสุดๆ  เพลงนี้ความไพเราะ ความนุ่มนวล เอาไปเลยร้อยล้านกะโหลก (ยิ่งให้คะแนนยิ่งเยอะนะ ไอ้กะโหลกเนี่ย 5555)  เพราะมาก ฟินสุดๆ เป็นเพลงที่แบบว่า  ป็อปจ๋าเพื่อแฟนเพลงจ๋ามากๆ น่ารัก แถมด้วยท่อนฮุคเด็ดๆที่ต้องจดจำเลย  แต่เพลงนี้ก็ไม่ได้กลวงหรือเบาโหวงอะไรขนาดนั้น  เนื้อหาของมันยังสอดแทรกความสวยงามและความเป็นจริงของ “ชีวิต” อยู่ด้วยอย่างครบถ้วน ไม่ได้สักแต่แต่งเพลงออกมาให้คนฮือฮา ให้จำ ให้ฮิต เหมือนที่หลายศิลปินพยายามทำ เพลงนี้มันนิ่มนวล และอ่อนละมุนมากๆ ซอฟท์กับหูสุดๆ  ฟิน ชอบกลองเพลงนี้จุงเบย .. “ส่งมือเหี่ยวๆมาให้ฉัน”  :D
         ไม่กลัว  เพลงสุดท้ายของอัลบั้ม  ที่มันเป็นเหมือนลายเซ็น(หืมมม?)ของ 25hrs ที่เพลงสุดท้ายจะมาแนวๆ less is more มาน้อย แต่แอบเยอะอยู่ข้างใน  เพลงนี้เป็นเพลงเรียบๆที่มากับไลน์เปียโนไลน์เดียว  นิ่งๆ แต่กินใจสัสๆ (ฮา)  พอก่อนเลิกฮาเดี๋ยวจะเสียบรรยากาศเพลง  คือเพลงนี้ผมยกย่องเลยว่ามันเป็นเพลงที่ เพราะมากกกกกกกก  และ ซึ้งมากกกกกก เป็นเพลงบอกรัก ที่ไม่ต้องพูดตรงๆว่า ฉันรักเธอชิบหายเลยนะ ตายแทนได้ .. แต่แบบว่า มันคือเพลงบอกรัก  เพลงขอบคุณ  เพลงที่บอกความรู้สึกทุกๆอย่างที่มันตื้นตันใจ .. สุดยอดมากๆ  ฟังแล้วอบอุ่นและสบายใจสุดๆ  เพลงนี้ผมก็ให้คะแนนเต็ม  .. จริงๆแล้วให้คะแนนเต็มทั้งชุดนี้และทุกเพลงด้วย  และเพลงนี้ปิดได้แบบ “ประทับใจ” จริงๆ  ดีเสียจนไม่อยากจะเลิกฟังอัลบั้มนี้เลย  เพลงมันก็วนกลับไปเพลงแรกใหม่ ผมก็ฟังวนอยู่อย่างนี้ไม่รู้กี่สิบเที่ยวแล้ว  แต่ยังไม่เบื่อเลยอัลบั้มนี้
         โดยรวมแล้วอัลบั้มนี้นั้น  ขนาดว่าผมไม่ได้เป็นแฟนคลับเต็มตัวขนาดนั้น(แต่ตามฟังตลอดนะ)  ผมฟังแล้วรู้สึกประทับใจกับผลงานอัลบั้มนี้ค่อนข้างมากสุดๆ  ด้วยมิติของการเป็นเพลงเพราะๆตามแบบ 25hours ที่ยังคงอยู่ครบ  และการพัฒนาในส่วนของเนื้อหาเพลง ที่ต้องบอกว่าเติบโต และโคตรแน่นปึ้กเอามากๆ  แถมพาร์ทดนตรียังแอบแข็งแกร่งขึ้นแบบเนียนๆ  ทุกอย่างสมบูรณ์จริงๆ  ผมเชื่อว่า คนที่ได้ฟังอัลบั้มนี้ก็น่าจะคิดคล้ายๆกันกับผม นั่นก็คือความประทับใจนั่นเอง  ถึงแม้ว่าอัลบั้มอาจจะไม่ได้มีเพลงที่จะเป็นกระแสฟีเว่อร์แบบแรงๆจัดๆ เพราะมันไม่ใช่เพลงที่เน้นขายตลาด เพลงแบบกะตีหัวเข้าบ้าน ฉันรักเธอเธอรักฉัน อกหักรักคุดขนาดนั้น  25hours ไม่ดาร์คจัดแบบนั้นแล้ว  
 
         โอเคว่ามันอาจจะไม่มีเปรี้ยงแบบอกหักโดนใจแบบ ทิ้งไว้กลางทาง (ฮา ขอพาดพุงวงขวัญใจนิดนึง)  อันนี้ผมก็พูดตรงๆเท่าที่เห็นเพราะมันไม่ได้มีเพลงอกหักในลักษณะจะเปรี้ยงแบบนั้น  แต่ผมอยากบอกว่า  อัลบั้มนี้มันมี “คุณค่า”  อยู่ในระดับที่สูงมากในสายตาของผม   กล่าวแบบภาษาง่ายๆคือ อาจจะไม่มีเพลงอกหักเปรี้ยงปร้างขนาดนั้น  แต่คุณค่าของผลงานเพลง  มันสูงลิบลิ่วจนน่าที่จะซื้อมาเก็บเอาไว้เลยล่ะ   ผมไม่ได้บอกว่าเพลงอกหักเพลงตลาดไม่ดีนะอย่าเข้าใจผิด(ผมก็ฟัง)  แต่งานของ25hoursอัลบั้มนี้ มันเจ๋งในตัวของมันในอีก “ลักษณะหนึ่ง” เท่านั้นเอง  ซึ่งก็อยู่ที่คนฟังเพลงแล้วล้วนๆ ว่าฟังแล้วรู้สึกยังไง ชอบไม่ชอบ  แต่ส่วนตัวผม  นี่แหละมันคือ “ความสุข” ทางเสียงเพลงและความรู้สึก ทั้งชุดจริงๆอย่างที่โปรยหัวบทความไว้   ยกย่องจริงๆอัลบั้มชุดนี้

Review Scores : 4ดาวครึ่ง
 
คุณภาพขนาดนี้  เอาคะแนนขนาดนี้ไปจากความคิดเห็นส่วนตัวผมนี่แหละ ไม่มากไปหรอก เว้นครึ่งดาวเอาไว้ให้กับความไม่สมบูรณ์และมุมมองทุกอย่างที่เป็นเรื่องของงานศิลปะที่ ไม่มีถูกไม่มีผิด  บางคนอาจจะไม่ชอบก็ได้มันเป็นไปได้ครับ เพราะงั้น  ลองไปพิสูจน์ด้วยหูตัวเองแล้วจะรู้ว่างานชุดนี้ดีหรือไม่ดี .. แต่สำหรับผม มันน่าซื้อเก็บสุดๆชุดนึงของปีนี้เลยแหละ

ไม่ซื้อเก็บแล้วต่อไปแผ่นหายากแล้วจะเสียจึยยยยยยยยย 
 

Close [×]