Article

เจ้าชายผู้คืนสู่ความเป็นอมตะชั่วนิรันดร์ : ไว้อาลัยต่อการจากไปของโคตรศิลปินขนานแท้ “Prince”

หัตถาครองพิภพ September 13, 2016

          ถึงแม้เรื่องราวจะผ่านมาสักพักแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นตำนานของวงการเพลงบนโลกนี้ที่ควรค่าแก่การศึกษาและระลึกถึงอยู่เสมอ  กับข่าวใหญ่สะเทือนหัวใจคนชอบฟังดนตรี และแฟนเพลงทั่วทั้งโลกอีกครั้งเมื่อเราต้องสูญเสียศิลปินขนานแท้ไปอีกคนจากโลกนี้ นั่นก็คือศิลปินชาวอเมริกัน  “Prince” หรือ Prince Rogers Nelson ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2016 ที่เพสลีย์พาร์ค สตูดิโอบันทึกเสียงเขาเองที่ Minnesota  นี้ในวัยเพียงแค่ 57 ปีเท่านั้นเอง  ซึ่งถือว่ายังน้อยมาก มีการพบว่าหลายอาทิตย์ก่อนหน้านี้ Prince มีอาการป่วยคล้ายๆไข้หวัดอยู่  พวก Flu-like symtoms จะมีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือกระดูกพวกนี้  แต่ก็ยังฝืนไปทำการแสดงอยู่ และร่างกายคงไม่ไหวในที่สุด ถือเป็นความสูญเสียของวงการเพลงอีกครั้งแล้วที่เราต้องเสียศิลปินที่ต้องบอกว่าคนนี้เป็น “ของจริงขนานแท้” ระดับที่เป็นตำนานไปอีกคนหนึ่ง 
 
          หากเป็นคนรุ่นหลังๆที่เกิดไม่ทัน  อาจจะยังไม่รู้จัก  หรือแค่เคยเห็นชื่อเท่านั้น แต่เชื่อว่าคนรุ่นที่เกิดทันยุค 80s ซึ่งตอนนี้น่าจะอายุประมาณหนึ่งกันแล้ว ต้องรู้จักทุกคนแน่นอนเพราะชื่อเสียงของ Prince ก็เป็นระดับแนวหน้าไม่แพ้ศิลปินในยุคเดียวกันอย่าง MJ วิทนีย์ฮูสตันหรือ มาดอนน่า ซึ่งน่าเสียดายมากถ้าเด็กยุคปัจจุบันจะไม่รู้จักเขาผู้นี้  จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนอยากจะดึงเอาประวัติเล็กน้อยของศิลปินผู้นี้มาแนะนำแก่คนรุ่นหลังๆ ให้ได้รู้พอสังเขปคร่าวๆ และแนะนำบทเพลงของเขาส่งต่อไปสู่ผู้ฟังในอนาคตด้วย
 

          ในเรื่องของผลงานเพลงนั้น  แม้กระทั่งผู้เขียนเองก็ยังฟังไม่หมดเพราะเพลงของ Prince มีเยอะมากจริงๆ ด้วยผลงานที่สร้างสรรค์มาตลอด 38ปี!!! ขอย้ำว่า 38 ปี มากกว่าอายุของแฟนเพลงหลายๆคนเสียอีกเพราะว่า เดบิวต์อัลบั้มของปรินซ์นั้นคืออัลบั้ม For You ในปี 1978 ซึ่งก็ถือว่าเป็นปลายๆ 70s พอดี และเริ่มต้นยุค 80s เต็มตัว  และนั่นแหละครับ ปรินซ์จึงเป็นไอคอนของเพลงยุค 80s และเป็นต้นกำเนิดของสไตล์เพลงที่ส่งต่อและพัฒนามายัง 90s และเพลงยุคปัจจุบันด้วย ..  
 
          ปรินซ์นั้นถือได้ว่าเป็นศิลปินระดับสุดยอดที่มีทั้งความเป็น Artist ขั้นสุดโต่ง และความอัจฉริยะทางดนตรี อยู่ในคนเดียวกัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็น Passionate Musician นี่แบบว่า สุดยอดมากๆคนนึงเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย (เดี๋ยวไปดูคลิปกันทีหลังนะแล้วจะรู้ว่า Passion แกแรงมาก)  เพราะเขาผู้นี้ไม่ใช่แค่นักร้อง(ที่มีเรนจ์เสียงกว้างมากแบบนรกแตกอันเป็นจุดเด่นสุดๆของเขา)  แต่ยังเป็นนักดนตรีหลากหลายชนิด   โปรดิวเซอร์ นักแสดงและผู้กำกับหนัง  นักแต่งเพลง  และทำได้ดีทุกอัน โปรดิวซ์ให้ศิลปินก็มาก สร้างสรรค์งานในชื่ออื่นๆ อีกมากมายก็เพียบ  แกเคยทำอัลบั้มโดยการเล่นเองร้องเอง แต่งเอง เรคคอร์ดเอง คนเดียวทั้งอัลบั้มมาแล้วในบางชุด .. ไม่ธรรมดาโคตรๆ เพราะงั้น คนนี้แหละ สุดยอดของสุดยอดภูเขาน้ำแข็งเลยล่ะ
 

          แนวดนตรีของปรินซ์นั้นหากให้สรุปแบบง๊ายง่ายสุดๆเลยก็คือ  “Prince is 80s”  พูดแบบนี้ไปเลยดีกว่าเห็นภาพดี (ฮา) ปรินซ์ก็คือดนตรียุค 80s และ 80s นั่นแหละ ปรินซ์ล่ะ!  มีจุดเด่นตรงที่ผนวก ผสมผสานและบูรณาการดนตรีแนวต่างๆ เข้ามารวมอยู่ในตัวได้อย่างกลมกล่อมจนเกิดเป็น Minneapolis Sound นั่นแหละ ปรินซ์คนนี้เลย .. กล่าวคือเป็นการรวมร่างฟิวชั่นกันของหลากหลายแนวอย่าง โซล ฟังค์ ร็อค RnB ซินธ์ป็อป ไซคีเดเลีย และเพลงป็อป   รวมถึงพวกสายแจ๊ส ดิสโก้ นิวเวฟ ฮิปฮอปด้วย .. หากให้เปรียบเป็นการ์ตูน .. ปรินซ์คงเป็นตัวละครสายพิเศษประเภทที่ใช้พลังได้ทุกสาย100% นั่นแหละ .. สกิลครบแบบนี้ ใช้ภาษาวัยรุ่นสมัยนี้ได้เลยว่า โหดสัสรัสเซีย มากๆ  คือคารวะในความอัจฉริยะทางดนตรีของ Prince ในระดับปรมาจารย์ได้เลย



          เรื่องแนวดนตรีนั้นไม่ต้องคิดมาก หากได้ฟังเพลงของปรินซ์แล้วก็จะรู้เองว่ามันคือความกลมกล่อม และกลิ่นอายแบบดนตรี 80s ที่เริ่มมีพวกอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเป็นส่วนผสมเล็กน้อย  มีลักษณะการเติบโตของพวกฟังค์ โซล ผสมดิสโก้ ฯลฯ นี่แหละ เขาเลย  ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการทำความรู้จักปรินซ์นั้น  อาจจะไม่ใช่ประวัติทั้งหมดด้านบนที่ผมเขียนร่ายยาวมา .. แต่เอาง่ายๆ คือ ไปฟังเพลงเขาเลยนั่นแหละ ง่ายที่สุด  รับรองว่าได้รู้จักแน่ว่า  สุดยอดศิลปินมีผลงานเพลงที่ “โคตรรรรรคลาสสิค” ในระดับไหน .. 
 
          ยังไม่ต้องไปยกรางวัลมาการันตีได้เลยนะ เพราะลำพังแค่ ออกผลงานมา 38 ปี กับ 39 สตูดิโออัลบั้ม!!! พระเจ้า เรียกง่ายๆว่าสร้างผลงานศิลปะทางเสียงดนตรีออกมาตลอดชีวิตการเป็นนักดนตรีเลย  จากอัลบั้มแรก For You ปี 1978 จนมาถึงอัลบั้มที่ 39 อัลบั้มสุดท้ายกับ Hit n Run Phase Two ในเดือนธันวาปี 2015 (ดังนั้นใครที่คิดจะศึกษา ไม่ต้องตกใจว่าทำไม Discography เฮียของได้เยอะแยะขนาดนั้น ก็39อัลบั้มยังไม่รวมซิงเกิลพิเศษๆ อีกเพียบ)  
 

 
          นอกจากนี้รางวัลและเกียรติยศส่วนตัวยังมีอีกเพียง ไม่รวมคำชื่นชมอีกมากมายอย่างเช่นว่า อัลบั้ม Purple Rain คือหนึ่งในชุดที่ดีที่สุด all times ที่ออกในปี 84 นั่นเอง ซึ่งรางวัลใหญ่ๆ ของ Prince นั้นคือ 7 รางวัล Grammy Awards ซึ่งอยากบอกว่า เขาไม่ใช่ศิลปินตกยุคนะครับ ได้มา4อันแรกจากปี 85 และ 87 ก่อนที่ปี 2005 จะมาสอยอีก2 และ 2008 อีก 1 ตัว  
 
          ยังไม่รวมรายการอื่นๆ อย่าง MTV VMA อีก 4 ตัว / Golden globes / Brit Awardsยังเคยไปสอยมาแล้วกับศิลปินต่างประเทศชายในปี1996 (รางวัลเยอะขนาด วิกิต้องแยกลิงค์รางวัลไปขึ้นใหม่อีกเพจนึงคิดดู)  รางวัลออสก้าร์ยังสอยมาแล้วจากหนัง Purple Rain ในรางวัล Best Music, Original Song Score ของ Oscar สหรัฐฯ ในปี1985 (แสดงด้วยอีกตะหาก)  และการถูกเสนอชื่อเข้าชิงอีกนับครั้งไม่ถ้วนตลอดชีวิตการทำงานเพลง รวมแล้วชนะ14รางวัล มีชื่อเข้าชิงอีก 48  และเป็นหนึ่งในศิลปินที่มียอดขายสูงที่สุดตลอดกาลของโลกนี้  ซึ่งหากไปไล่ดูลิสต์แล้ว ตัว Claimed Sales ของ Prince อยู่ที่ 100 Million Records อยู่ในระดับเดียวกับหลายๆศิลปินเก่าอย่าง Guns N Roses, Tina Turner, Metallica, Bon Jovi เป็นต้น ซึ่งก็ถือว่าเยอะมากจริงๆ เพราะอย่างเบอร์หนึ่งตลอดกาลของโลกอย่าง The Beatles ก็หลัก 600 Million ก็ถือว่าอยู่ระดับแนวหน้าของโลกด้วยกันแล้ว
 
          ซึ่งจากผลงานและเกียรติประวัติทั้งหมดที่ยกมาให้ชมนี้แล้วนั้นจะเห็นได้เลยว่า Prince เป็นหนึ่งในตำนานของศิลปินเพลงบนโลกนี้แล้วเช่นกัน  ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ใครสนใจสามารถหาประวัติของเขาเพิ่มเติมได้อีกมากมายอันนี้ดึงมาบางส่วนที่สำคัญๆให้เห็นคร่าวๆ ว่า เขาคนนี้ไม่ธรรมดา และเหมาะมากๆที่จะให้เด็กๆ รุ่นกลาง รุ่นใหม่ ได้ศึกษาผลงานในช่วงยุค 80s จากเพลงของเขา ..  ไม่จำเป็นต้องรู้ประวัติเลยก็ได้  เอาแบบง่ายๆคร่าวๆ เลยคือเป็นศิลปินระดับตำนานที่โดดเด่นในช่วงยุค 80s ผู้นำเอาหลากหลายสไตล์ดนตรีมาพัฒนาร่วมกันจนเกิดเป็นงานเจ๋งๆ ให้เราได้ฟังกันนั่นเอง นั่นแหละ คือ Prince ซึ่ง คุณสามารถข้ามประวัติทั้งหลายด้านบนไปทั้งหมดได้ด้วยการเพียงแค่หยิบผลงานเขามาลองศึกษา และ “ฟัง”  ดูเท่านั้น  คุณก็จะรู้เลยว่า Prince สุดยอดเพียงใด
 
 


          สำหรับบทเพลงของเขาที่ดังๆนั้นมีมากมายที่น่าแนะนำให้แฟนเพลงรุ่นใหม่ๆได้ฟัง  หากใครฟังแล้วชอบตั้งแต่แรก  คุณจะหลงรักเพลงของเขาทุกเพลงจริงๆ  เอาลิสต์ง่ายๆ ก่อนเลยก็คือ  ห้าบทเพลงที่เคยขึ้นอันดับหนึ่งใน US Billboard ของเขาตลอดกาล ไล่ตั้งแต่เพลงแรกสุดที่ขึ้นอันดับ 1 ของเขาที่ US นั่นก็คือ When Doves Cry ขึ้นวันที่7 กรกฎาคม 1984 ก่อนที่ 29 กันยายน ปีเดียวกัน เพลงถัดมาก็ขึ้นอันดับ1มาติดๆกับ Let’s go party .. เฮ้ย! Let’s go crazy สิ (ตึ่งโป๊ะ)  เพลงถัดมาที่ขึ้นอันดับหนึ่งคือ Kiss ในปี 1986 / Batdance จากหนัง Batman อันดับ1ในปี1989 และเพลงสุดท้ายที่ขึ้นเบอร์1คือ Cream ในปี1991 นั่นเอง  สำหรับเพลงฮิตๆ ที่น่าเซอไพรส์คือ Purple Rain ไม่เคยขึ้นสูงสุดถึงอันดับ1แฮะ แต่ก็ยังมีเพลงเขาอีกเพียบที่ติดชาร์ทท็อปเทนอันดับสูงๆ ลองไปเสิร์ชดูที่ชาร์ตได้ครับมีบอกหมด
 
          เพลงแนะนำที่ควรลองฟังของ Prince นั้นมีมากมายแบบว่า ฟังไม่หมดแน่ๆ ไล่ตั้งแต่ I wanna be your lover เป็นเพลงแรกๆที่ดังเลย  เพลงนี้ต้องฟังก่อนเลย  อยากบอกว่าดนตรีขึ้นมาก็ฟินแล้ว .. สุดยอดมาก และลองฟังเสียงร้องและเรนจ์ของเค้าดูดิ สุดยอด เพลงนี้สามารถบ่งบอกให้รับรู้ถึงสไตล์ของ Prince ในแบบ Original ที่เป็นยุคแรกๆ ของเขา ยังดิบๆ เลย
 

          ถัดมาก็เป็นเพลงเจ้าของรางวัลออสก้าร์นู้นอย่าง Purple Rain จากชุดที่ชื่อเดียวกันในปี 84 โดย Prince และวง The Revolution (วงแบ็คอัพประจำตัวแกนั่นแหละ) ที่ต้องบอกว่า เป็นเพลงประจำตัวของ Prince เพลงนึงก็ว่าได้นะ เพลงนี้ต้องฟังอย่างแรงเลย ด้วยความสุดยอดยิ่งกว่าอะไรของเพลงนี้ .. บรรยากาศเพลงนี่แบบว่าฟินมาก จังหวะที่ทอดอารมณ์คนฟังไปช้าๆ แต่คมกริบ  โรลลิ่งสโตนนี่ลิสต์ให้เลยเป็นอันดับ 143 จาก 500เพลงยอดเยี่ยมตลอดกาล เป็นเพลงร็อคผสมผสานป็อป ออเคสตร้า และแนวกอสเปลที่ลุ่มลึก บาดจิตมากๆ  เพลงนี้อัดต้นเดือนสิงหาปี 83 ก่อนผู้เขียนจะเกิด1เดือน .. โอ้วขนลุก  ต้องดูliveในคลิปนี้เลยครับ แล้วจะได้เห็นว่า Passionate Musician ในตำนานมันเป็นยังไง ดูสีหน้าท่าทางความอินของแกแล้ว สุดยอด
 

          When doves cry เพลงนี้ไม่ฟังไม่ได้ ก็อย่างที่บอกและเกริ่นในประวัติไปแล้ว  เป็นเพลงแรกที่ขึ้นอันดับ 1 ใน USของ Prince เลยเรียกว่าเป็นบัลลังก์จุดสูงสุดครั้งแรก  ฟังอินโทรขึ้นมาก็รู้แล้วว่ายอดเยี่ยมขนาดไหน ด้วยดนตรีในยุคนั้นที่สามารถสัมผัสกลิ่นอายของช่วงเวลาได้แบบชัดเจน เมื่อเอามาเปิดในยุคนี้ยิ่งชัดเจนเข้าไปใหญ่ 
 
 


          Kiss เพลงนี้ยอดเยี่ยมขนาดที่ NME ลิสต์ให้อยู่หมายเลข4ของ150เพลงฮิตตลอดกาล และเป็นเพลงที่ถูกโหวตว่าดีที่สุดของปี 86 ด้วย  เพลงระดับที่เป็นตัวแทนของปีนี่..ถือว่าไม่ธรรมดาแล้วนะ  ด้วยแนวเพลง Post-Disco สุดติ่ง  เพลงนี้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ แค่ฟังก็สัมผัสได้เลยทันทีว่ามันแตกต่างและแหกโด่งมากๆ เท่  กลางๆ เพลงนี่ชัดเลย Funk Rock มาแล้วครับ แกเป็นอัจฉริยะอย่างที่บอก .. เพลงนี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง  เสพดนตรีเยอะๆ รับรองฟิน  ป.ล. ลองดู MV ยุคนั้น รับรองจะหนาวในความเป็น Artist ของแก
 

 
          Cream คืออีกเพลงที่ไม่น่าพลาด ใครชอบเพลงยุคนั้นน่าจะหลงรักได้ไม่ยาก  ใครรักมาดอนน่า  น่าจะรักเพลงนี้ได้ไม่ยากเย็น  เป็นเพลงที่ดนตรีเก๋า และคลาสสิคของยุคนั้นจริงๆ และด้วยการขึ้นเบอร์1ของบิลบอร์ด น่าจะการันตีความดังได้ระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นไม่ต้องลังเลที่จะลองฟังเพลงยุคนั้นดู จากชุด Diamonds and Pearls ด้วยความเป็นฟังค์ร็อคเต็มขั้น เดินเบส ปล่อยของกันมันส์ไปเลย 
 

 
          นอกจากนี้ยังมีซิงเกิลอื่นๆ อีกเพียบที่น่าสนใจและลองไปเริ่มต้นฟังดู ไม่ว่าจะเป็น 1999 ที่ผมโคตรชอบเมโลดี้มันมากๆสำหรับเพลงนี้ เรนจ์เสียงในเพลงโหดสุดๆ 
 

          หรือจะเป็น Let’s go crazy ที่มีจังหวะขึ้นมาหน่อย ฟังแล้วชวนเต้นมาก
 

          ประมาณนี้  ผมว่าลองๆไปหาฟังดู มีเพลงของ Prince อีกมากมายที่น่าศึกษาครับ .. ถามว่า ทำไมถึงควรฟัง? เพราะว่าช่วงนี้มีกระแสพวกเพลงย้อนยุคอยู่เยอะพอสมควร ซึ่งผมรู้สึกดีมากๆ และส่วนใหญ่แล้วมักจะย้อนแนวดนตรีกลับมาช่วงนี้ละครับ ช่วง 80s ดังนั้นถ้าอยากรู้จักถึงแหล่งต้นกำเนิดของเพลงในยุคนี้  การมาเริ่มฟัง Prince ก็ถือเป็นการเปิดโลกที่ดีเลย 
 
          และอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ Prince เป็นไอดอลของใครหลายๆคน โดยเฉพาะคนฟังเพลงรุ่นเดอะที่เกิดทัน และผ่านช่วงชีวิตเหล่านั้นมา  ปรินซ์เป็นแนวทางให้กับแนวดนตรีในยุคหลังๆและยุคปัจจุบันมากมาย  เป็นไอดอล เป็นแบบอย่างแนวทางมากมาย ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าใครเคยอ่าน JOJO จะรู้เลยว่า  Prince เป็นแรงบันดาลใจ และไอดอลของอาจารย์อาราคิอยู่มากพอสมควร สังเกตจากชื่อสแตนด์ใน JOJO หลายๆ ตัวก็มาจากชื่อเพลงของ Prince ทั้งนั้นละครับ ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้ม The Gold Experience / Soft and Wet จากชุดแรกเลย For You / สัญลักษณ์ Love Symbol จาก Prince  นี่ก็เป็นแรงบันดาลเหมือนกัน หลายๆ จุดในคาแรคเตอร์จากมังงะ  เป็นต้น .. จารย์อาราคิคงเสียใจมากพอดูที่สูญเสียไอดอลศิลปินไปอีกคน
 
 


ดูเผินๆ นึกว่าโอโตอิชิ อากิระ เจ้าของสแตนด์ Red Hot Chili Pepper
 
          ถึงแม้ว่า วันนี้เขาจะจากไปแล้ว เหลือไว้เพียงความเศร้าเสียใจของแฟนเพลง  แต่ส่วนตัวผมก็เชื่อว่าเขาเหมือน MJ นั่นแหละ คือลงมาสร้างความสุขให้กับพวกเรา  พอถึงเวลา สวรรค์ก็ดึงเขากลับไปเล่นดนตรีอยู่บนนั้นต่อไป   ถึงแม้ตัวจะไม่อยู่  แต่บทเพลงและผลงานต่างๆ ที่ได้บันทึกไว้  ทั้งความเป็นศิลปินสมบูรณ์แบบ ทำให้เขาจะคงอยู่กับพวกเราแฟนเพลงตลอดไป  ไม่มีคำว่าลาก่อน เพราะคุณจะอยู่ในใจพวกเราคนฟังเพลงบนโลกนี้ตลอดไป และอีกไม่นานเราก็คงได้พบกันอีก..

 
- ส่งเจ้าชายกลับขึ้นฟ้า คืนสู่ความเป็นอมตะชั่วนิจนิรันดร์ผ่านบทเพลงอันสวยงาม –
 
 
 
 

เจ้าชายผู้คืนสู่ความเป็นอมตะชั่วนิรันดร์, ไว้อาลัยต่อการจากไปของโคตรศิลปินขนานแท้, Prince