Article

[ปรีวิวฟันธง100%] The Mask Singer รอบแชมป์ชนแชมป์ 4คนสุดท้าย วิเคราะห์เกมขาด พิฆาตหน้ากากเรียงตัว

หัตถาครองพิภพ March 09, 2017

[ปรีวิวฟันธง100%] The Mask Singer รอบแชมป์ชนแชมป์ 4คนสุดท้าย  วิเคราะห์เกมขาด พิฆาตหน้ากากเรียงตัว

 

 
       
        รายการยอดฮิตที่สุดในชั่วโมงนี้บนผืนพิภพแห่งสยามประเทศคงจะหนีไม่พ้น  หน้ากากนักร้อง The Mask Singer รายการนี้นั่นเอง
ซึ่งไม่ต้องเกริ่นอะไรมากมายคงจะดูกันหมดทุกคนนี่แหละ  อาทิตย์นี้เดินทางมาถึงรอบ 4 คนสุดท้าย แชมป์ของแต่ละสาย
ฝ่าฟันกันมา สายละ 8 คน  4สาย ทั้งหมด 32 คน  สุดท้ายเหลือผู้แข็งแกร่งที่สุด 4 คนสุดท้าย  นั่นก็คือ  

 
        หน้ากากทุเรียน  เจ้าของเสียงR&Bเทพเจ้าอันทรงเสน่ห์  , หน้ากากอีกาดำ  ปีศาจจากเงามืดแห่งนรก  เจ้าของเสียงร็อคสาก , หน้ากากมังกร  
ตัวแม่สุดอลังการ หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่เจ๋งพอจะฝ่าดงเข้ามาถึงรอบนี้ได้  ไม่ธรรมดา , และ หน้ากากจิงโจ้  ผู้ซึ่งมีสไตล์และmovementอันสุดเท่
อะงงเด้ งงเด้!  เราจะมาวิเคราะห์ตัวจริง4คนนี้ให้ขาด  พร้อมคาดเดาเส้นทางหลังจากนี้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกันบ้าง
 




 
        เริ่มจากรายแรก คนที่เรียกกระแสให้รายการนี้  ไม่ใช่ใคร นอกจาก หน้ากากทุเรียน  ที่ต้องบอกว่าเป็นหน้ากากที่มีเอกลักษณ์สุดๆคนนึง  
ใครที่ไหนบนโลกนี้จะเอาทุเรียนมาทำหน้ากาก!  เขาคนนี้เป็นเจ้าของเสียงการร้องสไตล์ R&B ที่โหดสัสรัสเซียสุดๆ  
เสียงเต็ม แน่น ทรงพลัง และสวยงามในเวลาเดียวกัน  จุดเด่นของหน้ากากทุเรียนคือ สำเนียงการร้องเพลงภาษาอังกฤษที่ต้องบอกว่า
เป๊ะสุดๆ สำเนียงดีมากๆ  และเทคนิคR&Bของแท้ที่ติดตัวและฝังอยู่ในการร้องของเขาเช่นนี้  ในขณะที่เมื่อร้องเพลงไทย ก็ใช่ว่าจะดรอป  
แต่โหดไม่แพ้กัน  โดยที่ทุกคนได้สะพรึงกันไปแล้วกับคลิปในตำนาน เพลง “มือปืน” ของหน้ากากทุเรียน ที่ต้องบอกว่า
โคตรพ่อโคตรแม่perfectเลยทีเดียว

 

 
         แน่นอนว่าหลายๆคนคงจะมีการคาดเดากันมาบ้างแล้ว  และชื่อที่โผล่ขึ้นมาบ่อยมากที่สุดในตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น  ทอม Room39  แน่นอน  
ซึ่งผู้เขียนก็ฟันธงว่า ยังไงก็ทอม 100% นั่นแหละ  มีเสียงแตกออกไปเป็น  ต้น AF8 บ้าง  หรือไม่ก็ ตู่ ภพธร ซึ่งสามคนนี้มีเนื้อเสียงและการร้อง
ที่ใกล้เคียงกันสุดๆแต่ที่ตัดออกก่อนได้เลยก็คือ ตู่ ที่เสียงแค่คล้ายๆแต่ไม่ใช่  นอกจากนั้น ต้นเองที่ใกล้เคียง แต่ก็ยังไม่ใช่เช่นกัน  
การร้องของต้นมันมีความดิบและห้วนกว่านี้  

 
 


 
        ซึ่งแคนดิเดตที่เหลืออยู่คนสุดท้ายก็ตรงทุกอย่าง  เนื้อเสียง  สำเนียงการร้อง รูปร่าง  และโพรไฟล์เรื่องชอบกินทุเรียน
จากเหล่าแฟนคลับของทอมนี่ก็ยืนยันตรงกันทุกคน เสียงแอดลิปก็ใช่  ทุกอย่างใช่หมด  ต่อให้หนีไปร้องเพลงไทยอย่างมือปืน ก็ยิ่งชัด  
เพราะงั้นคนนี้คงจะหนีไปไหนไม่ได้แล้วนอกจาก ทอม Room39  100% ไม่มีพลาดแน่นอนแล้ว 
 
 
 
        Lay me down ระดับ เทพเจ้า
 
 
 


 
        คนที่สอง หน้ากากอีกาดำ   ปีศาจมืดขวัญใจชาวร็อค.. คนนี้ออกมาเทปแรกบอกเลยว่า เดายากมาก  เสียงไปมีโอกาสเหมือนใครหลายๆคน
(แต่ก็ยังมีคนทาย แมว จิระศักดิ์ ทั้งๆที่เฮียแมวแกนั่งเป็นกรรมการอยู่นั่นน่ะนะ  ฮา) แต่พอร้องหลายเทปขึ้น และการมาเจอกับโจทย์เพลงไทย  
สำเนียงเอกลักษณ์เฉพาะตัว(สุดๆ) ของนักร้องคนนี้ออกมาเลย ..  บอกเลยว่า  อีกาดำ มันคือสัญลักษณ์ของเจ้าแห่งความมืด  ความดาร์ค  
ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่า  นักร้องผู้นี้ต้องการจะสื่อว่า เส้นทางของเขาที่มา มันไม่ได้สวยงาม และโรยด้วยกลีบกุหลาบ  แต่มันคือความอดทน
และต่อสู้อุปสรรคมามากมาย  และที่สำคัญที่สุด  เขาคนนี้ใช้อีกาเป็นตัวแทนของ “เงามืด”  ที่จะสื่อถึงตัวเองว่า  เขาเองก็เป็น “นักร้องเงา”  มาตลอดมา
กว่าจะได้ออกมาสู่แสงสว่างเหมือนทุกวันนี้ .. นักร้องเงาผู้ซึ่งเคยเป็นคนร้องไกด์  ร้องDemoให้ศิลปินมาอย่างมากมายและโชกโชน ..  
อดีตเงาคนนี้  หน้ากากอีกาดำ คือ เอ๊ะ จิรากร  ร้อยล้าน%!!!!

 

 

       ฟันธงแบบเต็มๆแบบนี้  อย่างหนึ่งคือ แรงจูงใจเรื่องอีกา กับ เงา ในฐานะนักร้องเงานี่น่าจะตรงกัน และสื่อถึงอุปสรรคความมืดมนที่ต้องฝ่าฟัน
มาตลอดด้วย  และที่สำคัญกว่านั้น จริงๆแล้วเมื่อก่อน เอ๊ะแกก็ร้องเพลงสายร็อคแบบนี้แหละ  แฟนพันธุ์แท้คงจะรู้กันดี  หลายๆงานแกก็มีสำรอก  
มีว้ากโชว์ด้วย   เช่นเดียวกันกับในรายการ   สาเหตุที่เทปแรกทายยากมากๆ เพราะร้องเพลงภาษาต่างประเทศ (Endless Rain) เสียงเดาได้เยอะมาก
ทั้ง อู๋  ทั้งโจ๊ก So Cool ที่เสียงก็ใกล้เคียง รวมถึงพี่มัสต์ The Must ด้วยก็ใช่  บางครั้งยังนึกไปถึงพี่เล็ก Greasy Cafe ด้วย  

 
 


        แต่พอร้องเพลงไทยนั่นแหละครับ (ทิ้งรักลงแม่น้ำ หรือเพลง กลับมา ost. ชะนีผีผลัก)  หากฟังดีๆมันจะมีความ”เอ๊ะ”  หลุดออกมาให้เห็น
หลายประโยค หลายต่อหลายคำในเพลงแบบว่า  มันคือการ “เคี้ยวคำ” ด้วยสำเนียงปากของเอ๊ะชัดเจน และตลอดเวลาที่หน้ากากอีกาดำ ร้องทุกๆเพลง
นั่นคือการพยายามทำเสียงสากตลอดเวลา  คือไม่ใช่เสียงร้องเพียวๆตรงๆของเขา  ถ้าใครจะเดาอีกาดำ โดยคิดหน้าตามเสียงที่เขาแสดงออกมา
ก็จะหลงทางเหมือนระยะแรกๆนั่นแหละ  แต่ถ้าหากคุณลองหลับตา  แล้วจินตนาการคิดตามว่า  ไอ้หมอนี่มันกำลัง”ดัดเสียง” อยู่  แล้วเราลองจับลงไปที่
“เนื้อเสียงจริงๆ”  ของเจ้าหมอนี่ …  ชัดเจนฮะ  อีกาดำ คือ เอ๊ะ จิรากร ร้อยล้าน% แบบไม่กลัวหน้าแหก   สำหรับตัวนี้อย่าเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

 


 
        เพราะเขาดัดเสียงหลอกคุณตลอดเวลาที่ร้องเพลงบนเวทีทุกเพลง! (เอ๊ะเป็นคนที่ใช้เสียงเก่งอยู่แล้วด้วย) และเหมือนโชคชะตาเล่นตลก
กำหนดให้คู่ต่อสู้คนแรกบนเวทีนี้ของเขา  ก็เป็นดาราคนที่นำเอาเพลงของเขาไป Cover อย่างเพราะนั่นแหละ .. “จากนี้ไปจนนิรันดร์”  
โดย แตงโม นิดา นั่นไง!!!

 


 
        หน้ากากมังกร  หญิงหนึ่งเดียวที่แกร่งพอจะหลุดเข้ามาถึงรอบชิงได้  เป็นหน้ากากหญิงที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งเลยจริงๆ  
แม้ว่าบางครั้งจะมีข้อผิดพลาดในการใช้เสียงบ้างเพราะคอนโทรลได้ไม่100%  แต่ถือว่าเป็นคนที่ใช้เทคนิคการร้องครบถ้วน  
เทคนิคที่ได้รับการเรียนรู้มา แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ใช้เป็นงานหลัก คือไม่ได้เป็นนักร้องแท้ๆ  แต่ทำได้ระดับนี้  ก็ระดับเดียวกับนักร้องอาชีพล่ะ
ก็พูดกันตรงๆ เพราะเพลงแต่ละเพลงที่เลือกมานี่คือเพลงระดับตัวแม่ สายประกวดทั้งนั้น และเทคนิคที่ใช้คือ เทคนิคขั้นสูงที่ จะมาฝึกกันก่อน
แค่ออกงานออกโชว์หน้าจอทีวี มันไม่ทันนะเฮ้ย!!   ทั้ง Listen ที่ร้องถึง โคตรโหดดดด  / I surrender และ One moment in time
มันคือเพลงตัวแม่ล้วนๆ   
 
 
 


        บอกได้เลยว่าครั้งแรกๆทายคนนี้ไม่ถูกเลย เพราะว่าติดกับดักที่เป็นหน้าของ พี่มัม ลาโคนิค ลอยขึ้นมาอย่างเดียว เพราะเสียงมีความหนาและห้าว
คล้ายๆเสียงผู้ชายดัดเสียงอยู่นิดหน่อย ก็เลยคิดว่าจะเป็นพี่มัมรึเปล่า  แต่คนที่ร้องคีย์แบบนั้นได้  ผู้หญิงเท่านั้นแหละ บอกเลยว่าคนนี้
ไม่สามารถทายได้เลย (มีแต่หน้าพี่มัม)  แต่ทันทีที่คณะคอมเมนเตเตอร์พูดถึงชื่อ “บุ๋ม ปนัดดา” ขึ้นมา  ทุกอย่างกระจ่างเลย  และพอฟังเสียงปุ๊บ  
ดูหุ่นปั๊บ  ใช่เลย ยังไงก็ใช่ คือ แม่บุ๋ม หรือ ดร. บุ๋ม คุณบุ๋มแกเป็นคนที่มี “เสียงพูด” ที่ทรงพลังมากๆคนนึง  เอาแค่เสียงพูดนะ
ดังนั้นถ้าจะร้องเพลงได้ระดับนี้ ผมเชื่อว่าเอาอยู่เพราะ คอของแก เป็นสิ่งที่ฟ้าประทานมาจริงๆ  มีความกร้าวแกร่งแทรกอยู่ระหว่างความสวยงาม
และการเป็นตัวแม่แบบนี้  แถมเสียงมีไวเบรทด้วย..  มีคนเดียว  ดร. บุ๋ม ปนัดดา แน่นอน 100% ไม่มีใครอีกแล้ว  
ใครที่คิดว่า  อีกาดำ กับ ทุเรียน เป็นตัวเต็ง

 
 


 
        ขอโทษ  หน้ากากมังกรคนเชียร์เยอะนะ  แถมเวลาเลือกเพลง เลือกฉลาด เลือกเพลงฆ่ามาทุกเพลง มันยิ่งใหญ่อลังการสมกับหน้ากากมังกร ..  
เจ้าของหน้ากากผู้เกิดราศีมังกร  ราศีแห่งพลัง .. บอกเลยว่า ใครประมาทมังกร  ตายได้ง่ายๆ  เพราะเพลงฆ่าของเธอคนนี้เอาจริงทุกดอก  
ถ้าคนดูประทับใจ ก็แชมป์ง่ายๆเหมือนกันนะอันนี้ไม่มุก (เลือกเพลงได้เปรียบสุดๆ)

แม่บุ๋มมาแน่งานนี้!
 
 

 
 
 
        และหน้ากากคนสุดท้าย  สายD สายที่เหมือนจะไม่มีอะไร  ไม่มีตัวโหดๆอยู่ในสายเท่าไหร่นัก  ดูเหมือนจะมีงานเบา  แต่ขอบอกว่า
ก็ไม่เบานะสำหรับ หน้ากากจิงโจ้ ที่หลุดเข้ามาในรอบชิง  เป็นแชมป์สายได้  และขอบอกว่า  ตัวนี้แหละ ม้ามืดของจริง  บอกเลยว่าขนลุก  
หลายคนอาจจะยังไม่รู้  ตอนนี้กระแสของ หน้ากากจิงโจ้  แรงขึ้นมาทัดเทียมกับสองหน้ากากตัวท็อป อีกาและทุเรียนไปแล้ว  
แถมเพลงของเจ้าตัวยังกลับคืนชีพมาอีกครั้งบนชาร์ทขายเพลง ..  นี่เป็นกระแสที่น่าสนใจมากสำหรับหน้ากากจิงโจ้   ผู้ซึ่งมีสไตล์เป็น
ฮิปฮอป R&B ตามที่เจ้าตัวแสดงให้เห็น  ซึ่งถือว่า  ในบรรดา4คนที่หลุดมา  หน้ากากนี้คือคนที่มีสไตล์  และเท่ด้วยการเคลื่อนไหว  การพูดมากที่สุด
คือดูแล้วมีเสน่ห์มากๆจริงๆเวลาที่เขายืน  เขาออก action ท่าทางต่างๆ  การเคลื่อนไหวมันน่าดูทุกท่าจริงๆ  อันนี้ยอมรับตามตรงเลย  ชอบมากคนนี้  
และที่แปลกใจคือ  กรรมการในห้องส่งไม่คาดเดาพูดถึงคนๆนี้เลย!!!
 
 


 
        หน้ากากฟินิกซ์ เป็นนางเอกMV ให้หน้ากากจิงโจ้!!!!
 
       
       ด้วยโพรไฟล์ของจิงโจ้  ที่เกี่ยวพันกับ ออสเตรเลีย และศิลปินที่ใช้ชีวิตเติบโตขึ้นมาจากออสเตรเลีย เสียงการร้องสไตล์ R&B
ด้วยเสียงหลบและเสียงนาสิก เสียงเฮดที่มีเอกลักษณ์มากๆคนนึงในวงการเพลงไทย .. น่าแปลกมากที่ในห้องส่งไม่มีใครทายชื่อของ
“เป๊ก ผลิตโชค”  ขึ้นมาเลยสักคน  แต่จะเฉไปทางชิน ชินวุฒิซะมากกว่า  


 

 
     
  เพลงวีคแรกของจิงโจ้อาจจะไม่ค่อยเอื้อเท่าไหร่ อย่าง Love on top  ที่พลังเสียงอาจจะไม่ได้แสดงให้เห็นเท่าไรนัก
แต่ที่แน่ๆคือได้โชว์การmoveแบบเท่ๆให้คนหลงรักหน้ากากจิงโจ้กันทันทีที่ได้เห็น  หลังจากนั้นก็เริ่มปล่อยของด้วย
How am I supposed to live without you   ก่อนที่รอบชิงสายจะจัดหนักด้วย One last cry ซึ่งต้องบอกว่า  ทั้งสองเพลงหลังนี่ฟังแล้วโคตรขนลุก
เพราะสำเนียงภาษาดีมาก และเสียงโคตรจะมีเสน่ห์  ฟังแล้วเคลิ้มเลยเพราะมันมีความ Sexy   สวยงาม  และโรแมนติคอยู่ในเสียงๆเดียว  
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ  “เสียงมันโคตรจะเป๊กเลย!!!!”  คือเป๊ก  ยังไงก็เป๊ก  กรรมการโดนชุดจิงโจ้หลอกไว้เยอะ เลยไม่มีใครคิดถึง 
 
 


        วิธีการเล่นกับเกมรายการนี้   เราต้องตัดในเรื่องของรูปลักษณ์ที่ถูกนำมาล่อให้ออกไปก่อน .. หากเราจะวิเคราะห์ถึงแก่นของรายการนี้แล้ว
มันลักลั่นย้อนแย้งด้วยเหตุผล กลับไปกลับมาเหมือนกัน  เช่น  การใส่หน้ากาก ไม่ใช่เพื่อซ่อน แต่เพื่อเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่
แต่ในขณะเดียวกัน  หน้ากากภายนอกที่ใส่เพื่อ “เปิดเผยตัวตนจริงข้างใน”  ก็กลับเป็นตัว  “ซ่อน”   ความจริงข้างในอีกต่อนึง  
เพราะหน้ากากและภายนอกจะเป็นตัว “ดึงดูด”  ให้คนมาสนใจสิ่งที่เราเห็นด้วยตา จนละเลยสิ่งที่เป็นkey อยู่อันเดียวในการทายนั่นก็คือ  “เสียงนั่นเอง”
วิธีง่ายๆที่จะทายให้ใกล้เคียง  ลองหลับตา  หรือเปิดแต่เสียงฟังดู  แล้วฟังแต่เสียง  ไม่ต้องมองหน้าจอ

     
         ลองทำดูสิ ทำปุ๊บ เสียงจะโคตรชัดเลยว่ามันคือเสียงใคร!

     
          เช่นเดียวกัน  หน้ากากจิงโจ้นี่  ถ้าคนที่เป็นคนฟังเพลงไทยบ่อยๆ  ฟังมานาน ก็น่าจะเดากันได้ไม่ยากว่า  นี่มันคือเสียงเป๊ก ผลิตโชคชัดๆ  
คนเดียวโดดๆเลยด้วยไม่ต้องมีซ้ำใคร หรือต้องแยกเหมือนหน้ากากทุเรียน   นี่เสียงเป๊กคนเดียวไม่มีซ้ำ  และไม่เหมือนชินด้วย   ที่สำคัญ  
ด้วยความเท่ และ เสน่ห์ของจิงโจ้ที่แสดงออกมา  คนนี้กระแสมาแรงได้สักพัก ก่อนที่วีคที่แล้วนี่  มาเต็มข้อเลย  คือหน้ากากจิงโจ้  
ได้ฐานแฟนขึ้นมาเยอะมากจริงๆ   ผมเชื่อว่า พลังเงียบพวกนี้เอาไปสู้กับ ทุเรียน อีกา ได้เลย
 
 
 


 
        เป็นเพลงคู่ที่ดีที่สุดในรอบชิงแชมป์สายเลย
 
        สรุปแล้ว ด้วยหลักฐานต่างๆทั้งหมดที่กล่าวมา  และที่สำคัญที่สุดคือ เสียง ของพวกเขาเหล่านั้น   ผมทายแบบฟันธง 100%
ไม่ต้องกลัวหน้าแหกไปเลยว่า  ทั้ง4คน  ทุเรียน อีกาดำ มังกร และ จิงโจ้  คือ  ทอม Room39 / เอ๊ะ จิรากร / บุ๋ม ปนัดดา / เป๊ก ผลิตโชค  
ตามลำดับเลย  ซึ่งถือว่าทั้ง4คนนี้เป็นตัวท็อปของรายการซีซั่นแรกนี้จริงๆ  และรอบชิงนี่ โคตรน่าดูมากๆจริงๆ  รอบแชมป์ชนแชมป์นี้  
รู้สึกว่าจะเป็นการมาพบกันหมด 4 คน และจะต้องคัดออกสองคน   ผมเชื่อว่า รอบวันนี้จะต้องมี FC ใหญ่ๆน้ำตาตกแน่นอน
และจะต้องมีม้ามืด หลุดเข้าไปชิงชัย 1 ตัวแน่ๆ


 

 
        วีคนี้ได้วัดกันแน่นอนว่า  อีกาดำ หรือ ทุเรียน  ใครจะได้เป็นคนเข้าไป ด้วยที่นั่งเพียง 1 เดียว ด้วยศึกแห่งศักดิ์ศรีนี้  
เพราะสองคนนี้คือหน้ากากที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และสู้กันด้วยสกิลปากของแฟนคลับ ตลอดทุกคลิปของworkpoint (ฮา)  
แต่ผมเชื่อว่า วีคนี้มี FC 1ใน2คนนี้ต้องเจ็บปวดด้วยความพ่ายแพ้ไปแน่นอน ในขณะที่ สองคนหลังที่กำลังมาแรง อย่าง มังกร และ จิงโจ้  
สองคนนี้เป็นม้ามืดที่จะมาเชือดแบบไร้เสียงเหมือนคิด ไซเลนเซอร์   ปาดหน้าเข้ารอบชิงเข้าไปแน่นอนคนนึง

 
        ตามนี้เลย  A B  สองสายแรกตัวเก็ง  มี1คน  / สาย C D ม้ามืด ก็อีก 1 คน  คือดีไม่ดี จะโดนจับ A เจอ B  และ C เจอ D ด้วยซ้ำ
เพราะในตัวอย่างก็พูดเอาไว้ว่า “ใครจะคู่กับใคร” แบบนี้เดี๋ยวรู้กันแน่ๆ  แต่ถ้าถามว่า  คู่ชิงในฝันแบบดรีมแมตช์ น่าจะเป็นใคร  
จากกระแสตลอดระยะซีซั่นมาน่าจะเป็น ทุเรียน VS อีกาดำ นั่นแหละ  แต่ก็อย่างที่บอก ไม่มีอะไรแน่นอนแล้ววินาทีนี้  มาวิเคราะห์ความเป็นไปได้
ได้เปรียบเสียเปรียบจากตัวอย่างที่ได้เห็นกันเลย

 
        คนแรก หน้ากากจิงโจ้  มาในเพลงใหม่ของ Bruno Mars ชุดล่าสุด กับเพลง Versace on the floor ซึ่งผมชอบมากกกกก  
และหน้ากากจิงโจ้ที่เท่อยู่แล้ว มาร้องเพลงนี้  อยากบอกว่า อาทิตย์นี้อยากดูโชว์นี้มากที่สุดเลยแหละ  ดูจากตัวเพลงแล้ว น่าจะเอื้อให้โชว์พลังแบบ
“พ่นไฟ”  ได้น้อยที่สุดในบรรดา4คน เพราะคนอื่นๆ  พ่นไฟกันแบบ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนแล้ว  จัดหนักจัดเต็มกันหมด  
มีจิงโจ้ของเรานี่แหละยังชิล ยังคูลด้วยR&B ให้ทุกคนได้งงเด้ งงเด้กันเหมือนเดิม!
 
 
 


 
        อ้าว ทำไมทุเรียนมาซ้อมร้องเพลงนี้ฟะ!!! (ฮา)
 
 
        หน้ากากทุเรียน เป็นผู้ชาย แต่ไปเอาเพลงระดับตัวแม่ของโลกนี้อย่าง อะเดลมา  ด้วยเพลง  “Set fire to the rain” ที่จากตัวอย่างที่ทุเรียนร้อง  
น่าจะมีต้นแบบมาจากเวอร์ชั่นปีศาจ แชมป์ The Voice US  ซีซั่น9 อย่าง “Jordan Smith”  คืออีตา Jordan Smithนี่ผมเป็นแฟนเขาอยู่แล้ว  ชอบมาก  
นี่คือนักร้องเทพตัวจริงอีกคน  แล้วทุเรียนจะมาด้วยเวอร์ชั่นนี้(หรือใกล้เคียง)  หน้ากากทุเรียนผมเชื่อว่าเขาทำได้ทรงพลังแน่ๆทั้งในความเป็นตัวแม่ Adele
และ เทคนิคของ Jordan Smith อย่างแน่นอนทีเดียว   ทุเรียนนี่ยังไงก็ต้องเข้ารอบชิง จากศักยภาพแล้ว  แต่ถ้าน็อคตกรอบ  
รับรอง FC ทุเรียร้องระงมทั้งประเทศแน่ๆ (ฮา)
 
 

 

        Jordan Smith โหดสัสสหรัฐอเมริกา
 
 
        หน้ากากมังกร มาในเพลง The Impossible Dream : Man of La Mancha  คือเลือกเพลงได้สมกับเป็นแม่บุ๋มจริมๆเบย (555)  
คือเพลงมันบ่งบอกคลาสในการฟังเพลงและตัวตนได้  และการที่แม่มังกรเลือกเอาเพลงเล่นใหญ่รัชดาลัยแบบนี้ในระดับของบรอดเวย์โอเปร่า
ถล่มโลกันตร์ขนาดนี้  … ห้องส่งกรุณาเตรียมถังดับเพลิงไว้ได้เลย  ลุกเป็นแฟนแน่นอนดูจากตัวอย่างแล้ว  
แม่ไม่กั๊กเหมือนเป็นแมตช์สุดท้ายในชีวิตเลย  สุดติ่งมาก!

 
 

 

        สุดท้าย หน้ากากอีกาดำ .. มาในบทเพลงที่หลายๆคนน่าจะรู้จักกันดีเพราะได้ยินกันบ่อยๆอย่าง What’s up ของ 4 none blondes  
ที่ผู้หญิงร้องปกติก็เป็นเพลงโหดที่ไม่ใช่ว่าใครก็ร้องได้อยู่แล้ว  นี่เราจะได้ยิน หน้ากากอีกาดำ จัดหนักจัดเต็มเหมือนเก็บกดอะไรมาสักอย่างบนเวทีนี้  
ผมรอคนนี้แหละ และรับรองว่า  แสบดากแน่นอนสำหรับคนนี้  เวทีจะลุกเป็นไฟแน่ๆ (ขอยืมคำพูดพี่ก้องมาหน่อย)

 
 

 

        ดูตัวอย่างแล้ว มิแคล้วจะเป็น มังกร VS อีกาดำ   หรือไม่ก็ มังกร VS ทุเรียน  ไม่งั้นก็ดรีมแมตช์ อีกาดำ VS ทุเรียน  
ถ้าหากคนในห้องส่งไม่ค่อยคุ้นชินกับเพลงละครเวทีเล่นใหญ่แบบนั้น  แต่จะชอบเพลงที่คุ้นอย่างของอีกาดำ หรือ ทุเรียน มากกว่า  
ส่วนในรายของจิงโจ้ (555)  คือแกก็ชิลแบบงงๆของแกไป  ไม่พ่นไฟ  แต่ปล่อยเสน่ห์แบบเต็มข้อล่อเต็มขาไมค์..  ไม่แน่  อาจจะเป็นแบบ  
เล่นน้อยแต่ได้มาก  คนประทับใจจนโหวตเข้ารอบสุดท้ายก็ได้ใครจะรู้   

     
       หัตถ์พระเจ้าฟันธง! รอบสุดท้ายเป็น  มังกร VS อีกาดำ  แน่นอน ไม่งั้นก็  อีกาดำ VS ทุเรียน 
 
       
        เป็นรอบชิงของรายการที่น่าดูมากที่สุดในขณะนี้  และวันนี้น่าจะได้กระชากหน้ากากยอดนิยมของตัวเก็งถึง 2 รายรวด คิดว่าเป็นเช่นนั้น  
รับรองมันส์แน่นอนงานนี้  Versace on the floor คือโชว์ที่ผมอยากดูที่สุด  แต่ในขณะเดียวกันก็อยากดูแม่มังกรพ่นไฟถล่มกองทัพเอลฟ์
ให้ราบเป็นหน้ากลอง  ส่วน ทุเรียน  นี่คือความดีงามและความสุขในการฟังเพลงเอามากๆ  แต่สุดท้าย   คนเขียนอยู่ #ทีมอีกาดำ จ้า!!! 555555
ไม่ว่าใครจะชนะก็สนุกแน่นอนงานนี้!!!

 
 

The Mask Singer