“กรึ่มๆไปด้วยความสนุก เมามายกับทุกๆความรักจากเล็กและสิบล้อ” รีวิวคอนเสิร์ต Singha Corporation Presents Hugo ภาษาแม่

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

“กรึ่มๆไปด้วยความสนุก  เมามายกับทุกๆความรักจากเล็กและสิบล้อ”
 รีวิวคอนเสิร์ต Singha Corporation Presents Hugo ภาษาแม่

 

 
       เสร็จสิ้นไปแล้วเรียบร้อยสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสำคัญของศิลปินที่เรารู้จักกันดีมานานแล้วอย่าง
ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ หรือพี่เล็ก ฮิวโก้ นั่นเอง ที่มีผลงานเพลงออกมาตั้งแต่สมัยเป็นวงสิบล้อ
และจนกระทั่งออกผลงาน Solo Album ทั้งเวอร์ชั่นอินเตอร์ และอัลบั้มเต็มเพลงไทยล่าสุดกับชุด ดำสนิท  
ซึ่งในที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างที่สั่งสมมา ประสบการณ์ ความผิดพลาด ความสำเร็จ ก็ตกตะกอน
พร้อมที่จะนำเสนอมันให้กับผู้ชมได้ชมในรูปแบบของคอนเสิร์ตใหญ่ของฮิวโก้ ในชื่องานว่า
 “Singha Corporation Presents Hugo ภาษาแม่”  ซึ่งจัดที่ไบเทคบางนา วันศุกร์ที่15 กันยายน 2560 ที่ผ่านมานี่เอง

 

 
        อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่างานครั้งนี้จะเป็นการแสดงคอนเสิร์ตเพลงไทยล้วนๆของพี่เล็ก ตามชื่องานว่า “ภาษาแม่”  
ดังนั้นเพลงที่จะนำมาเล่นนั้นก็จะเป็นเพลงในอัลบั้มไทยของเขา และจากผลงานเก่าสมัยเป็นวง สิบล้อ นั่นเอง ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
เพราะก่อนงานแอบหวังว่า จะมีเพลงสากลแถมๆให้ได้ฟังสัก เพลงนึง  งานนี้ไม่มีเลยฮะ เหนียวแน่นไม่ยอมหลุดคอนเซปต์มาก (ฮา)
เป็นเพลงไทยล้วนๆจริงๆ  คอนเสิร์ตนั้นเริ่มแสดงประมาณ สองทุ่มกว่าๆ ถึง สองทุ่มครึ่งโดยประมาณ และเสร็จสิ้นเวลา ห้าทุ่มนิดๆ
โดยรวมแล้วก็จะเป็นระยะเวลาประมาณ สองชั่วโมงกว่าๆเลยทีเดียวที่การแสดงของพี่เล็ก ฮิวโก้ เล่นให้กับพวกเราได้ดู
 
        ดูในภาพรวมของงานก่อน จุดแข็งที่สุดของคอนเสิร์ตครั้งนี้นั้นอยู่ที่ “ความต่อเนื่อง” และการไหลลื่นของการแสดงบนคอนเสิร์ต
ที่ตลอดการนั่งดูคอนฯนั้นมันคือความสุขที่ได้ชมอย่างต่อเนื่องไม่มีการสะดุด  บรรยากาศ และธีมของงานทำให้คนดูรู้สึกชิล
และสบายๆ เอามากๆ คือลักษณะงานค่อนข้างเฟรนด์ลี่กับผู้ชม ทุกอย่างมันจึงชิล เช่นเดียวกันกับการเรียงลำดับลิสต์เพลงในคอนเสิร์ตมา
ก็ถือว่าเป็นSetlistsที่ดี และสเต็ปอารมณ์คนดูได้อย่างดี จากน้อย ค่อยๆบิ๊วไปหามาก เพราะการนำเอาเพลงจากชุด ดำสนิท  
ขึ้นมาเล่นก่อนงานเก่าสมัยเป็นวงสิบล้อ ก็ถือว่าถูกต้องเพราะงานชุดล่าสุด ดำสนิท จะเป็นเพลงที่เบาและมีจังหวะที่ช้ากว่างานสมัยสิบล้อ
ที่เพลงโจ๊ะ เพลงมันส์ๆแบบมีจังหวะจะโคน จะเยอะกว่ามาก ทีมงานจึงเลือกเอาไว้ครึ่งหลังของคอนเสิร์ต
ซึ่งก็เป็นเหมือนช่วงไฮไลต์ของงานด้วยที่จะมีเพลงเก่าเหล่านี้ที่แฟนเพลงจะร้องได้

 
        แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เพลงจากอัลบั้ม ดำสนิท จะไม่มีใครร้อง  เพราะผมก็เห็นว่าแฟนเพลงก็ร้องตามได้เช่นกัน
แม้จะไม่ทุกเพลง แต่เพลงส่วนใหญ่ทุกคนได้ฟัง และคุ้นเคยกับมันดีอยู่แล้วจากอัลบั้มล่าสุดนี้ ยิ่งอย่างตอน บันไดสีแดง
เพลงแรกขึ้นมา หรือ อย่ามาให้เห็น / ดำสนิท / ครอบครอง เพลงใหม่เหล่านี้คนร้องตามกันได้แบบคล่องปากเอามากๆ

 
        ดังนั้นผมคิดว่าผมน่าจะพูดได้ว่า นี่เป็นคอนเสิร์ตที่ดูแล้วเพลิน มีความสุขกับการฟังเพลง เสพดนตรี
และชมเพอร์ฟอร์มศิลปินแบบที่เรียกได้ว่าต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ  กลับบ้านกลับไปด้วยความสุข
ของบทเพลงที่ศิลปินแสดงให้เราดู ในบรรยากาศงานที่สบายๆไม่อึดอัด  ศิลปินและแฟนเพลงข้างล่างก็พยายามส่งกำลังใจ
ให้กันและกันเป็นอย่างดี เป็นคอนเสิร์ตที่ผมว่า มันประสบความสำเร็จทางแง่ของ “การสร้างความสุขให้คนดูในงาน”  
อย่าง100%แล้ว  แค่นี้แหละคือความสำเร็จที่แท้จริง ที่ผมเชื่อว่าศิลปินเองก็หวังเช่นนี้เหมือนกัน

 

 
        ในส่วนของเชิงtechnicalนั้น ด้านระบบของแสงสีเสียง  ผมว่าเป็นงานที่ทำออกมาแล้วลงตัวดี
โดยเฉพาะฉากในงานคอนเสิร์ตครั้งนี้  เขาจะใช้เป็นผ้าใบสีขาวผืนใหญ่ๆล้อมรอบ โดยที่โยงผ้าในลักษณะของ
การสร้างมิติการมองของผู้ชมให้มันมีความลึกลงไป จากใหญ่ไปหาแคบในลักษณะของถ้ำ หรือรูหนอนที่วนเข้าไปยังจุดศูนย์กลาง  
ให้ความรู้สึกลึกลับดี  แต่ใครจะรู้ว่า ไอ้เจ้าผ้าใบขาวๆที่เห็นนั้น มันสามารถเอามาเล่นกับระบบของ “แสง”  
และภาพที่ฉายลงบนผืนผ้าได้ค่อนข้างเยอะมาก  ค่อนข้างประหลาดใจว่า มันสามารถนำมาเล่นได้แบบนี้เลย  
และแสงสวยในทุกๆฉากที่นำมาเล่นประกอบการแสดงดนตรี คู่สีที่จบมาบางอันอย่าง ชมพูกับเขียวอ่อน  
หรือบางเพลงก็ใช้เป็น ฉากหลังกระพริบ แต่แสงสาดนักดนตรีด้านล่างคงที่ เทคนิคทุกอย่างเหล่านี้ถือว่าทำได้ดี  
เรื่องแสงสี  ถือว่าเยี่ยมเลย  ชื่นชมทีมงานว่าทำตรงนี้ออกมาได้ดีมากๆ  

 
        ทางด้านเสียง โดยรวมก็ถือว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรตลอดงาน คอนโทรลและแก้ปัญหาได้ดี แต่ถ้าจะให้พูดถึง
ผมว่าคอนเสิร์ตนี้เสียงย่านแหลมมันก็จะออกมาเยอะกว่าจริงๆ  แต่ยังดีที่เบสกลองไม่ได้จมเท่าไหร่ ยังพอจะเป็นแกนหลักได้
แต่เสียงกีต้าร์นี่ พุ่งทะลุเวที ออกไปซุ้มเครื่องดื่มด้านหลัง เลยออกไปถึงสะพานกลับรถหน้าไบเทคเลย (ฮา)  
ซึ่งบางจังหวะมันก็เยอะมากไปจนกลบไมค์ร้องอยู่นิดนึง จนทำให้ได้ยินเสียงพี่เล็กไม่ชัด  แต่ก็แค่เล็กน้อย ไม่ได้มีปัญหาอะไร
เพราะโดยรวมโอเคอยู่  และสิ่งที่ผมทึ่งมากคือ พี่เล็ก ฮิวโก้แก ร้องสดใช่ไหม  เพราะเสียงร้องสด กับ เสียงในเทปนี่
เหมือนกันแบบที่เรียกว่า เหมือนถอดเอาไลน์ร้องจากในstudio track เอามาเล่นบนเวทีเลย  
คือพี่เล็กร้องสดเสียงเหมือนในเทปมากกกกกก   (เทป!?) เสียงเหมือนมากจริงๆครับ คือ ในเพลงเป็นยังไง  ร้องสด ก็เป็นแบบนั้น
ผมกล้าพูดว่า 100% เต็มๆเลย  แถมเสียงไม่มีตก ไม่มีเสียงหายด้วยช่วงท้ายๆคอนเสิร์ต  
และแกร้องเหมือนแบบ ชิลๆ สบายๆ ไม่ต้องเค้นต้องใช้พลังอะไรมากมาย  ร้องเพลง ก็ช่องเสียงเดียวกับเสียงพูด  
คุณภาพที่ออกมา มันเลยเหมือนอยู่ในสตูฯแทบจะทุกกระเบียดนิ้วเลย

 
ขนาดว่าเสียงย่านแหลมที่พูดถึงด้านบน ยังกลบความสดของเนื้อเสียงพี่เล็กไม่ได้ ก็คิดดูแล้วกัน!
 
        สำหรับเพลงและโชว์ในงานคอนเสิร์ตครั้งนี้นั้น ก็อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า งานนำมาด้วยผลงานจากอัลบั้ม ดำสนิท
ก่อนเลยทั้งชุด 10 เพลง  ซึ่งใครจะว่าเนือย  ผมว่ามันไม่เนือยเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เป็นการเสพงานเพลงที่ชิล และเพลินดีแท้  
แค่ได้นั่งฟังซาวด์ดนตรีก็ฟินแล้ว  และยังฟังสิ่งที่พี่เล็กสื่อสาร และอธิบายในแต่ละบทเพลง ยิ่งมีความสุขมากๆ
โดยเฉพาะท่อนจำของคอนเสิร์ตครั้งนี้  ผมชอบบทคุยอันนี้มากที่ว่า “ชัยชนะมันไม่ค่อยสอนอะไรเท่าไหร่  แต่ความพ่ายแพ้นี่สิ
ที่จะสอนและให้อะไรกับเราได้มากกว่า”  ก่อนที่จะนำเข้าบทเพลงไปในที่สุด  เป็นคำพูดที่ดี
และผมจะจดจำมันเอาไว้ใช้เตือนใจตลอดไปให้เราเป็นคนที่แพ้ให้เป็น  และยอมรับมัน
ก่อนที่จะเอาความพ่ายแพ้นั้นเป็นบทเรียนที่สอน และทำให้ตัวเองได้เป็น “ผู้ชนะ” บ้าง ในยกถัดไป

 
         เริ่มคอนเสิร์ตกันด้วยเพลงที่ดราม่ากันอย่างสนุกสนานอย่าง “บันไดสีแดง”  เปิดงานมาได้ดีทีเดียว
พร้อมด้วยฉากมิติสีแดงแปร๊ด และทุกคนก็ร้องเพลงนี้ได้  ซึ่งอย่างที่เคยเขียนไว้แล้ว
คือมันจะมีดราม่าอะไรกับเพลง MV หรือผู้กำกับเพลงนี้  ผมไม่สนหรอก ผมสนใจที่ตัวเพลงมากกว่า ซึ่งบันไดสีแดง
เป็นเพลงที่ดีมากจริงๆ  และเปิดหัวงานได้อย่างดีเยี่ยม ก่อนที่จะเข้าสู่เพลงถัดไปอย่าง Love song number 9
จากอัลบั้มเดียวกัน หลังจากนั้นก็เป็นแทร็คเพลง ระวัง ที่นำออกมาเล่น และผมว่าเป็นเพลงที่เด่นสุดๆเพลงนึง
ของเซ็ตจากอัลบั้มดำสนิทเลย  พอมาเป็นเพลงบนงานใหญ่ (หรืองานเล็กๆก็มี ตามคลิปยูทูปไปหาดูได้)
เพลงนี้เป็นเพลงที่เจ๋งที่สุดเพลงนึงเลยเพราะซาวด์ดนตรีและเมโลดี้มันดีมาก ให้ความรู้สึกฮึกเหิมได้ดี
ทั้งๆที่เพลงมันก็ไม่ได้บ้าเลือดอะไรขนาดนั้น  แต่มันมันส์ในความรู้สึก   

 
        หลังจากนั้นก็เป็น อย่ามาให้เห็น  ที่ร้องตามกันเกรียวในคอนเสิร์ต อันนี้ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่เพราะเพลงมันดีจริง
และมีจุดจำ / ตามมาด้วยเพลงที่ชอบที่สุดเพลงนึงจากดำสนิทก็คือ “อานม้า” ที่งานดีมากๆ เพลงนี้แนะนำให้ฟัง
กลับมาจากคอนฯยิ่งต้องฟังเพิ่ม และก็เข้าสู่เพลงที่เกริ่นไปแล้วคือ “แพ้ให้เป็น”  ที่พี่เล็กพูดเข้าเพลงเอาไว้อย่างดีเยี่ยมเลย
ก่อนที่จะเป็นเซ็ตที่ฟังเพลินๆอย่างเพลง แค่มีเธอ และตามด้วยเพลงฮิต “ครอบครอง” ที่เพราะมากๆ  
ก่อนที่  ยอม และ ดำสนิท  จะถูกนำมาเล่นปิดท้ายเซ็ตแรกของอัลบั้มดำสนิท  เป็นเซ็ตแรกที่ทำหน้าที่ built up
อารมณ์ของคนดูให้มันพลุ่งพล่านขึ้นมาแบบพอประมาณ ให้เตรียมพร้อมเจอความมันส์แบบโจ๊ะแอนด์โรล ในเพลงยุคสิบล้อกันต่อ

 

 
        เข้าสู่พาร์ทนี้ เปิดหัวกันด้วยแขกรับเชิญสุดสวยคนแรกในงานนั่นก็คือ น้องวี  วิโอเลต วอเทียร์  
ที่ขึ้นมาวินาทีแรกสายตาผมก็สอดส่ายไปเห็นชุดแหวกอกแล้ว (สุโค่ยยยยยยยยมาก) 555  วิโอเลต
มาร้องในบทเพลงยอดฮิตของพี่เล็กอย่างเพลง “คนไม่มีสิทธิ์”  ยังคงร้องได้ดีตามมาตรฐานของวีเช่นเคย
ก่อนที่สักพัก พี่ฮิวโก้ที่เข้าไปพักและเปลี่ยนชุด จะเดินออกมาแจม และได้ร้องท่อนเดี่ยวในเพลงด้วยในตอนท้าย
ซึ่งจริงๆเพลงนี้อยากฟังเสียงพี่เล็กเยอะกว่านี้อีกนิดนึง  แต่ก็เป็นการดูเอทที่ดีมากๆ
เล่นเอาคนดูฟินไปกับความสวยงามของเสียงผู้หญิงจากวี ที่สอดประสานเสียงพี่เล็กได้แบบ บรรยากาศดูอิ่มเอม
และหวานขึ้นเลยทีเดียว ก่อนที่จะมาเล่นเพลง rare จัดๆเพลงหนึ่งอย่างเพลง “ควัน” ซึ่งวีได้มาร้องเป็นไลน์supportด้วย
เป็นเพลงที่ดีมากๆ  รายละเอียดของสไตล์ดนตรีเพลงนี้ดีงามจริงๆ  และพูดกันตามตรงผมเองก็ยังฟังเพลงของสิบล้อได้ไม่หมดเลย
แต่พอมาเจอเพลงในงานนี้ แทบอยากจะกลับไปคุ้ยหาฟังซะให้ครบทุกอัลบั้ม เพราะเพลงดีมากๆ (ทำไมตอนวัยรุ่นตูไม่ได้ฟังละเนี่ย)




 
        วีมาแค่สองเพลง ก่อนที่พี่เล็กจะจัดเต็มให้ต่ออย่างต่อเนื่อง   ลุยไปด้วยเพลงอย่าง ทางออก / สายลม / ดาราริมรั้ว  
และมาคั่นเซ็ทด้วยเพลงที่ทุกคนรู้จักและร้องกันได้อย่างเพลง “รักยังไม่สร่าง” เป็นเพลงที่ทำให้บรรยากาศคอนเสิร์ตสนุก
และคึกคักขึ้นมามากๆในเพลงนี้   และก็ตามด้วย สับราง / คนไม่จริงใจ  ก่อนที่จะมีศิลปินรับเชิญมาอีกคนหนึ่ง นั่นก็คือคุณ “เป้ อารักษ์”
ที่มาพร้อมกับเพลงฮิตที่เราร้องตามกันได้กระหึ่มฮอลล์นั่นก็คือ “ไม่มีน้ำตาลูกผู้ชาย”  ที่บอกเลยว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่โดนเอามากๆ
และตาเป้ก็มาช่วยร้องทำให้เพลงสมบูรณ์และได้อารมณ์เมาๆมากขึ้นด้วย ก่อนที่พี่เล็กจะใช้มุกยกเวทีให้เกสต์ แล้วเข้าไปเปลี่ยนชุด (ฮา)  
ซึ่งคุณเป้แกก็ได้เล่นโซโล่ในเพลงที่ทั้งสองคนช่วยกันทำขึ้นมา นั่นก็คือเพลง “ฉันออกไปเต้นกับเพลงที่ไม่คิดจะฟัง”  ที่พี่เล็ก
เป็นคนโปรดิวซ์เพลงนี้ให้  ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเองก็ชอบเพลงของเป้ อารักษ์ และโดยเฉพาะเพลงนี้อยู่แล้วด้วย
ทำให้บรรยากาศคอนเสิร์ตมีสีสันมากๆ 

 



 
        ช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ต ก็น่าจะเป็นเซ็ทนี้หลังจากเป้ลงเวทีไปแล้ว มาด้วยเพลง สามวันดีสี่วันไข้  ถัดมาด้วย ความจริงในจอ  
ที่แม้เนื้อหาอาจจะoutไปบ้าง แต่มันก็แค่เปลี่ยนแปลงรูปแบบเท่านั้นเอง  แต่ความจริงที่ถูกบิดเบือน  ยังคงอยู่ ในทุกๆสื่อในสังคม  
แน่นอนว่าเป็นเพลงที่เราคุ้นเคยกันด้วย  ก่อนที่เพลงฮิตที่ทุกคนรออยู่จะขึ้นมา  และเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของงานนี้ที่ทุกคนช่วยกันร้อง
ได้แบบเต็มปากเต็มคำ และเสียงกระหึ่มมากๆกับเพลง “ไม่เป็นไร”  บรรยากาศนี่แบบว่า ใช่เลย โรงเบียร์ตะวันแดงชัดๆ มันโดนใจชายสู้ชีวิต
ผู้ซึ่งเจ็บปวดกับบาดแผลมากๆ  เป็นเพลงที่รอคอยจะฟังในงาน และไม่ผิดหวังเลยจริงๆ  (จนถึงตอนนี้เสียงพี่เล็กก็ยังคงไม่ตก)  

 
         เพลงต่อเนื่องมาอีกสามเพลง พร้อมด้วยแขกพิเศษตัวละครลับคนสุดท้าย  ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยลับเท่าไหร่
นั่นก็คือ พี่ใหม่ สิบล้อ ที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ขึ้นมาเล่นกับสิบล้อด้วยจนจบงาน  ซึ่งพอมีพี่ใหม่มา ผมรู้สึกเหมือนกับว่า
พี่เล็ก และวงทั้งวง ได้พลังขึ้นมาอีกจมเลย เหมือนแบบว่า ได้โบนัสfull team สแตทพิเศษเพิ่ม +2 ทั้งวง  
เพราะตั้งแต่พี่ใหม่ขึ้นมา ผมว่าทั้งวง เพอร์ฟอร์แมนซ์จัดเต็มกว่าเดิม เหมือนมีคนมาช่วยบิ๊ว  อันนี้เรื่องจริง
เพราะผมดูภาพรวมทั้งวงอยู่ตลอดเวลา  นี่แหละคือ ครบทีมของจริง  มากันด้วยเพลงล็อตสุดท้ายอย่าง แมลงเม่า  นกน้อย ที่ได้พี่ใหม่ร้อง  
และ นักดาบ ที่ใช้เวลาอารัมภบทถึงมุซาชิอยู่พอควร จนแทบจะกลับไปเรียนวิชาประวัติศาสตร์อีกรอบ พี่ใหม่แกเล่าดีมาก (ฮา)
ตรงนี้เพื่อให้พี่เล็กได้พักกินน้ำ ก่อนที่จะซัดหมดแมกซ์กันกับ “รักเป็นเช่นใด”  ที่เป็นเพลงที่ทุกคนรอจะร้องกันอยู่  
และเมื่อเพลงขึ้นมาก็ไม่ผิดหวัง ทุกคนในห้องโถงคอนเสิร์ต ร้องตามกันเป็นเสียงเดียวกัน  
ก่อนที่จะตะลุยปิดงานด้วยเพลงเร็วสนุกๆกันอย่าง เงินๆทองๆ / ชีพจรลงท้อง ซึ่งผมว่า พวกพี่เค้า “ปล่อยของ”  กันน่าดูเลย
เพราะพาร์ทดนตรีช่วงโซนนี้เรียกได้ว่า จัดเต็ม และดุดันเอามันส์กันเลยล่ะ  เป็นช่วยปล่อยของ ของนักดนตรีอย่างแท้จริง

 



 
        และฟินาเล่โชว์ของงาน อย่างเพลง “ความลับในใจ”  ที่เป็นอีกหนึ่งเพลงในตำนานของสิบล้อ
ที่คนทั้งประเทศนี้ผมเชื่อว่าร้องตามกันได้ล่ะ และปิดท้ายด้วย “มนต์รักสิบล้อ” ที่เป็นเพลงประจำตัวของวง
ก่อนที่จะใช้มุกอังกอร์ เดินเข้าไปหลังฉาก และเดินออกมาอีกรอบ (ฮา) หลังจากที่แฟนๆตะโกน สิบล้อ ตะโกน เอาอีก ๆ  
เพื่อเป็นการอังกอร์  แต่ผู้เขียนตะโกนว่า

 
“ปิดแอร์!!!!!”  ปิดแอร์โว้ยยยยย
 
         เพราะว่า แม่งโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรหนาวววววว  คือหนาวตลอดงาน นั่งสั่นตลอดงาน
ฮอลล์ไบเทคพี่จะหนาวอะไรขนาดนั้น นี่นึกว่าตัวเองเป็นหมูสับ แล้วแม่ผัดกับข้าวไม่หมด เอาไปแช่ในช่องฟรีสเลย
อะไรจะเย็นเบอร์นั้น  คือมันก็ดีกว่าร้อนอะนะ แต่แบบว่า บางทีก็หนาวเกินไปป่ะพี่  เอาผ้ามาห่มยังไม่ช่วยอะไร (ฮา)  
อันนี้คอมเม้นเฉยๆ ไม่ต้องปรับปรุงอะไรนะ  อยากให้งานอื่นได้สัมผัสบรรยากาศสแกนดิเนเวียแบบนี้บ้าง   ผ่าม! 

 
        สิบล้อก็เดินออกมา ตามเสียงที่บอกให้ปิดแอร์.. เอ๊ย  เสียงอังกอร์อีกครั้ง และก็มาเล่นเพลง จดหมายถึงพ่อ
ปิดคอนเสิร์ตกันไปแบบน่ารักๆด้วยบรรยากาศที่  “กรึ่มๆไปด้วยความสนุก  และเมามายไปกับทุกๆความรัก”
จริงๆ เป็นการปิดงานที่ดีและมีความสุขมากๆ แค่ได้เห็นพี่เล็ก และวงสิบล้อ ขึ้นมาเล่นบทเพลงให้พวกเราดูกันอย่างมีความสุข
โดยที่ไม่ต้องถึงกับมีโปรดักชั่นอะไรเยอะแยะอลังการ  แต่ใช้ตัวบทเพลง และความจริงใจของศิลปินในการเล่นและสื่อสารออกมา
ผมว่างานนี้เป็นงานคอนเสิร์ตที่เป็นมิตรกับคนดู  และผมรู้สึกมีความสุขกับมันมากๆตลอดทุกๆการแสดงจริงๆ
ขอบคุณทุกๆศิลปินบนเวที ไล่ตั้งแต่ พี่เล็ก ฮิวโก้ แกนหลักของงานที่พี่มีความเป็น “ศิลปินนักคิด”
ที่เป็นอาร์ติสต์ที่ยอดเยี่ยมสุดๆคนนึงของประเทศนี้  ที่ยังไม่นับความหล่อระดับเทพบุตรแล้ว  
งานของพี่ฮิวโก้ คือความภูมิใจของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นศิลปินไทยเลยนะครับ นอกจากนั้นก็ ขอบคุณทุกท่าน
พี่เอ็ด พี่เอ พี่ใหม่สิบล้อ คุณเบิร์ด Desktop Error / เอก Zero Hero และศิลปินคู่หูพี่เล็ก ที่หล่อทะลุเวที  
นั่งอยู่ไกลๆยังเห็นว่า ระยะทาง และกาลเวลา ไม่เคยทำอะไรความหล่อของ พี่เจ มณฑล จิราได้
ที่แอบแย่งจุดรวมสายตาของคนดูได้ตลอดงาน  พี่เจโคตรน่ารักอ่ะ และฝีมือดนตรีก็ของจริงอยู่ละ  
ได้มาเห็นตัวจริงบนคอนเสิร์ตนี่ดีใจมาก  และแกเพอร์ฟอร์มดนตรีได้มีสีสันจริงๆนะ เพราะผมนั่งดูอยู่ตลอด  
และนอกจากนี้ ศิลปินอีกหลายๆท่านที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ รวมถึงทีมงานแสงสีเสียง แบ็คสเตจ  โปรดิวเซอร์ และ สิงห์ ต้นหนงานนี้  
ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้มีงานดีๆมาให้เราได้ชมงานนี้ด้วย  

 

 
        ส่วนข้อติชมนั้น มีเพียงแค่เรื่อง แอร์เย็น (ฮา)  ซึ่งผมคงไม่นับ  แต่ผมอยากจะติ  .. ไม่ใช่ที่ทีมงาน แต่อยากจะติ “คนดู”  
ซึ่งก็คือผู้ชมมากกว่า  ผมนั่งอยู่ด้านกลางๆหลังๆ  ตลอดงานคนก็ลุกเดิน ลุกนั่งกันตลอดงาน ซึ่งส่วนตัวผมไม่ทำแบบนั้น
และก็คิดว่ามันเป็นการไม่ค่อยให้เกียรติศิลปินบนเวทีเท่าไหร่ในความคิดส่วนตัว (ก่อนการแสดงผมก็เตรียมตัวเข้าห้องน้ำอะไรเรียบร้อยนะ
ไม่ได้ลุกไปไหนเลยตลอดงาน  ตั้งใจดูการแสดงตลอด)  ซึ่งตลอดงาน คนลุกเดินไปเดินมา เดินเข้าเดินออกกันตลอดงาน
ซึ่งมันรบกวนสมาธิในการดูพอสมควร  ตอนผมนั่งก็มีเด็กวัยรุ่น4มานั่งด้านหน้า และก็ไม่ได้สนใจจะดูงาน
แต่นั่งเล่นโทรศัพท์ เอนหัวซ้ายทีขวาทีตลอดงาน กระทืบพื้นจนรบกวนคนรอบข้างยังไม่มีจิตสำนึกจะรู้ตัว  
จนผมต้องขยับย้ายที่ไปนั่งไกลๆถึงได้มีความสุขในการเสพเพลงบนเวทีหน่อย  

 
ข้อติทั้งหมด อยู่ที่คนดูบางคนด้านล่างล้วนๆไม่ได้เกี่ยวกับทีมงานเลย (555)
 
        แต่ก็แค่นิดหน่อย ไม่มีอะไรแค่อยากบ่น  มันไม่ได้สปอยล์และสามารถทำลายความสวยงามบนเวทีของศิลปินที่ทำการแสดงโชว์อยู่เลย
งานคอนเสิร์ต Singha Corporation Presents Hugo ภาษาแม่ เป็นคอนเสิร์ตที่ทำให้ผู้ชมข้างล่างเวที “มีความสุข”  กับการแสดง
การเล่นดนตรีให้พวกเราได้ดูจริงๆ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้เกิดงานนี้ขึ้นมา  และถ้าเป็นไปได้  ก็อยากจะให้มีอีกในอนาคต
และก็น่าจะได้ฟังเพลงสากลจากพี่เล็กกันบ้างไม่งานไหนก็งานหนึ่งนั่นละ  แต่คืนนี้เป็นคืนที่มีความสุขจริงๆ  
ได้เสพและดื่มด่ำจากผลงานอันมีชั้นเชิงจากอัลบั้มดำสนิท ในพาร์ทแรก ก่อนที่ครึ่งหลังจะสนุกสนานกับเพลงมีจังหวะ
และ “ย้อนรำลึก”  ความทรงจำเก่าๆในตอนที่เรายังเป็นเด็ก เป็นวัยรุ่น และผ่านช่วงเวลาแห่งการ “แพ้ให้เป็น”  เหล่านั้นมาแล้ว  
โดยที่มีบทเพลงของ “สิบล้อ”  โตมาเป็นเพื่อนพวกเรา จนถึงทุกวันนี้  ทั้งหมดทั้งมวล ก็อยากบอกพี่เล็กว่า
แฟนเพลงทุกคนรักพี่เล็กมากนะครับ  ขอเป็นกำลังใจให้ และพวกเรายังรอผลงานเพลงดีๆจากพี่ออกมาอยู่นะ
สิ่งที่พี่ทำ มีคนเห็นจำนวนมากแน่นอน รวมทั้งวิธีคิด วิธีการทำงาน และสิ่งที่พี่จะสื่อออกมาให้สังคม
มันไม่มีอะไรสูญเปล่าเลยแม้แต่น้อย  และบทเพลงของพี่  ล้ำหน้าทั้งในแง่ความคิด และในเชิงซาวด์ดนตรีด้วย  
 

 
เป็นค่ำคืนที่ดีมากจริงๆครั้งหนึ่งในการดูคอนเสิร์ตครับ
 
Close [×]