มาช่วยกันเป็นพลังให้ “พี่ตูน” ชายตัวเล็กที่มอบสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมไทย ผ่านโปรเจค “ก้าวคนละก้าว”

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

มาช่วยกันเป็นพลังให้ “พี่ตูน” ชายตัวเล็กที่มอบสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมไทย ผ่านโปรเจค “ก้าวคนละก้าว”
 

 
       อย่างน้อย ถ้าบทความนี้มันจะส่งต่อความรู้สึกดีๆให้กับพี่ตูน ทีมงาน หรือทุกๆคนที่เห็นถึงคุณค่า
ของสิ่งที่พวกเขาทำ ผ่านโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ที่กำลังระดมทุน 700 ล้านบาท ผ่านการวิ่งจากใต้สุด
ขึ้นสู่เหนือสุดของประเทศไทย ในระยะทาง 2,191กิโลเมตร  ผมก็อยากจะเขียน
ผ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษอิเล็กทรอนิกส์นี้ ส่งต่อไปให้กับทุกๆคน
ว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนี้กำลังทำนั้น มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน

 
และถ้าคุณเห็นคุณค่าของงานนี้  เห็นด้วย  ก็ได้โปรดช่วยกันสนับสนุน “พี่ตูน”  ให้ทำสำเร็จให้ได้
 
        แรกสุดเลยนั้น โครงการนี้ผมว่า สิ่งที่เราจะได้ ไม่ใช่เพียงแค่เงินทุนไปสู่โรงพยาบาล11แห่ง 
แต่สิ่งที่ประเทศไทยได้รับจากงานนี้  มันคือแรงบันดาลใจ มันคือพลังใจที่จะส่งต่อการลุกขึ้นมาทำสิ่งดีๆ
เพื่อ “สังคมส่วนรวม”  ซึ่งเป็นการสละตัวเองอย่างยิ่งยวดที่จะมาทำงานนี้ให้สำเร็จ ด้วยการวิ่งจากใต้สุด
ไปยังเหนือสุดของประเทศไทย

 
        พี่ตูนกล่าวเอาไว้ว่า ถ้าอยากจะทำให้สำเร็จ มันก็ต้องเล่นใหญ่แบบนี้แหละ เพื่อที่จะสร้างสิ่งดีๆสิ่งนี้ขึ้นมา
ให้ทุกคนหันมามอง และมาร่วมมือกันให้มันลุล่วงไปได้

 
         กำลังใจเล็กๆตรงนี้ ผมว่าพี่ตูนพูดหลายครั้ง และทุกคนคงรู้กันแล้วว่า มันมีดราม่า
ความเห็นต่างๆจากคนนี้คนนั้นมากมาย แต่สิ่งเดียวที่ชายร่างเล็กคนนี้ตอบโต้ นั้นก็คือ
การออกมา “ทำ”  ในสิ่งที่ดีๆสิ่งนี้   ลงมือทำเพราะเขาเห็นประโยชน์ที่มันจะเกิดขึ้นแก่ส่วนรวม
แก่ประเทศชาติ  มากกว่าจะมานั่งคิดบั่นทอนว่า ทำไมเราต้องมาวิ่ง 
มาทำก็ไม่ได้อะไร  ฯลฯ จากที่มันเกิดดราม่ามากมาย

 
        พี่ตูนแสดงให้ทุกคนเห็นว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือการทำให้พวกคนเหล่านั้น และเราทุกคนได้เห็นกันชัดเจน
ว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ มันคือเรื่องดี ที่ทุกๆคนจะได้ประโยชน์ และก็ไม่ใช่เพียงแค่มิติการเรี่ยไรเงินช่วยเหลือ
ฝ่ายสาธารณสุขนี้ด้วย ซึ่งมันจะหมายถึง “ชีวิต” คนอีกมากมายที่จะได้ประโยชน์จากการพัฒนาตรงนี้ 
ซึ่งอาจจะเป็นคนยากจน พ่อแม่ญาติพี่น้องเราเองก็ได้ที่จะได้ประโยชน์จากการพัฒนาโรงพยาบาลเหล่านี้

 
        นอกจากนี้ มันยังเป็นภาคความสามัคคีของสังคมที่จะเปิดหน้าออกมาช่วยกัน
ร่วมกันทำอะไรสักอย่างเพื่อแผ่นดินเพื่อประเทศชาติ  ดีกว่าจะมีความคิดขวางหูขวางตา 
เห็นคนทำดีแล้วรู้สึกขัดใจ  และออกมาใช้ทัศนคติประเภทที่เกลียดชังและดูถูกชาติตัวเองทั้งหลายแหล่ 
ซึ่งถ้าตราบใดที่ยังมีแต่ความคิดแบบนี้ มันก็ไม่มีทางเจริญได้  ซึ่งประเทศไทยก็ยังต้องพัฒนาจิตใจ
และความคิด คุณภาพของประชากรอีกมากมายจริง  แต่มีคนสองประเภท
ที่พวกหนึ่งคิดลบ ด่า ทำลายชาติที่พวกเขาเกลียด  กับอีกประเภทคือ เห็นว่ามันแย่
จึงได้พยายามต่อสู้ รวมพลัง เพื่อทำให้มัน “ดีขึ้น”

 
พี่ตูนคือคนแบบหลังนี่แหละครับ ที่กำลังพยายามทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นนั่นเองในบ้านเราแห่งนี้
 
        แรงบันดาลใจ  ตัวอย่างที่ดี ในการทำอะไรดีๆให้สังคม เป็นพลังด้านบวก
และรวมถึงการเป็นต้นแบบเรื่องการรักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย
มันส่งผลทางอ้อมอีกมากมายหลายมิติให้สังคม หันมาตระหนัก
และฉุกคิดเรื่องสุขภาพได้มากขึ้น  

 
หมดงานนี้ผมว่ามีคนวิ่งมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ
 

 
       และมันจะทำให้คนไทยเรามีสุขภาพที่ดีขึ้นบ้างแหละ สำหรับคนที่เห็นคุณค่าของโครงการนี้
และจะไปออกกำลังกาย ตามแบบพี่ตูนกัน  นี่คือประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่ชัดเจนของ
ก้าวคนละก้าว ของพี่ตูนนี่เลย

 
        ดังนั้น เรื่องดราม่า จากเสียงไร้คุณค่าจากข้างทางที่คอยบั่นทอนนั้น
ไม่มีราคาอะไรเลยที่เราจะต้องสนใจ ในเมื่อสิ่งที่พี่ตูนทำมันเป็นเรื่องที่ดี ดังนั้น
เราที่เห็นตรงนี้ จึงต้องช่วยกันรวมใจส่งพลังให้พี่ตูนทำสำเร็จ  ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม
เช่น support โครงการนี้ หรือ บริจาคเงิน ตามช่องทางที่เขาเปิดรับ
เพื่อให้มันบรรลุเป้าหมายให้ได้ 

 

 
       แต่สิ่งที่ทำให้ผมอยากเขียนบทความนี้ หลักๆนั่นก็คือ ความขัดใจที่ได้เห็น
หลายๆครั้งที่คนมุง คนไปดักรอเซลฟี่ อยากถ่ายรูปกับดารา กับตูน บอดี้แสลม นั้น 
บางครั้งไม่ได้คิดเลยว่า สิ่งที่คุณกำลังทำนั่นแหละ คือเหตุผลที่กำลังจะทำให้พี่ตูน
ไม่สามารถทำได้สำเร็จโครงการได้

 
เพราะคุณไปบั่นทอนร่างกายของพี่ตูนเขา โดยที่ไม่ยอมฉุกคิด หรือหาข้อมูลก่อนบ้างเลย!
 
       ผมเชื่อว่าคนที่ติดตามข่าว และข้อมูล คงจะทราบกันดีว่า  มีคนมากมายที่ไปดักรอขบวน
และไม่ยอมทำตามที่ทีมงานเขาจัดการหรือร้องขอไว้ นั่นก็คือ พยายามอย่ารบกวนการวิ่งพี่ตูน
ที่จะทำให้พี่ตูนต้องหยุดวิ่งหยุดเดิน หรือต้องทำอะไรที่จะส่งผลต่อแขน ขา หลัง เข่า พี่ตูน 
ไปขอให้พี่ตูนเซลฟี่ให้บ้าง ขอให้อุ้มลูกให้บ้าง ฯลฯ และด้วยความที่พี่ตูนแกก็เป็นคนดีมากจริงๆ
ที่อยากจะส่งกำลังใจ กลับไปหาคนที่มาคอยให้กำลังใจแกข้างทาง   ใครมายังไงแกก็รับหมดทุกอย่างนั่นแหละ 
แกพุ่งไปหาเองก็มี   ก็น่าเป็นห่วงแกอยู่ว่า ระยะยาวความเจ็บปวดมันอาจจะสะสม
และทำให้แกลำบากขึ้นอีกในวันท้ายๆ

 
       ใครที่คิดว่า ค่อยๆวิ่งก็ได้ ถึงช้าหน่อยไม่ว่ากัน   อันนี้ไมได้นะครับเพราะพี่ตูนก็บอกเองว่า
ต้องพยายามทำให้ได้ตามผังเวลา เพราะปีหน้าก็มีงานที่รออยู่ และต้องกลับไปทำเช่นกัน
ไม่สามารถเพิ่มเวลาตามใจชอบได้

 
       ดังนั้น สิ่งที่บทความนี้ต้องการนั้น  มันคือการเขียนขึ้นด้วยความเจ็บปวดใจ
ที่ต้องเห็นพี่ตูนวิ่งๆหยุดๆ  ในฐานะที่เราวิ่งเหมือนกัน รู้ดีว่า วิ่งแล้วหยุด
แล้ววิ่งต่อนั้นมันร้าวร่างกายขนาดไหน และยิ่งแกใช้ร่างกายหนักขนาดนี้ 
บางคนวิ่งเข้ามาแทรกด้านหน้า  บางกลุ่มดักขวางทางไว้  ขอให้แกถ่ายเซลฟี่บ้าง
ถือไรบ้าง ฯลฯ  นี่แหละคือการให้กำลังใจที่อาจจะทำให้ร่างกายพี่ตูน
ใช้งานหนักมากกว่าเดิมเยอะ จากที่วิ่งอย่างเดียว ก็เกินภาระอยู่แล้ว

 
       เรามั่นใจว่า พี่ตูนกำลังใจเยอะ แรงใจมันทำให้พี่ทำได้แน่นอนอยู่แล้ว 
แต่บางครั้ง  จิต ก็ไม่อาจจะบังคับร่างกายได้ตลอดไป ถ้าร่างกายมันถึงลิมิต 
มันไม่เหมือนจิต  ร่างกายถ้าไม่ไหวจริงๆ ถึงจุดนึงมันก็คงฝืนไม่ได้

 
       ดังนั้น อยากให้ช่วยส่งต่อ ข้อกำหนด ข้อแนะนำต่างๆที่ทีมงานเคยแนะนำ
หรือลงข่าวเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น การให้กำลังใจอยู่ข้างทาง  ไม่ให้พี่ตูนต้องถือโทรศัพท์เอง
ไม่เอาของหนัก ไม่ไปเดินขวางทางวิ่งพี่ตูน  ไม่เหนี่ยวรั้ง หรือขอเซลฟี่
เพียงเพื่อจะเอาภาพไปอวดเพื่อน  

 
        จริงๆแล้วภาพที่คุณจะเอาไปอวดเพื่อนนั่น  คือภาพที่สร้างความเจ็บปวด
ให้กับกล้ามเนื้อชายหัวใจใหญ่คนนี้ซะด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ประชาสัมพันธ์กันมากมาย 
เช่น เปิดโหมดวิดิโอไว้ ให้แกวิ่งผ่าน  เราไม่ต้องให้แก “หยุด”  เพื่อเซลฟี่กับคุณ 
เพียงแค่คุณไปแคปเอาจากวิดิโอ  คุณก็ได้ภาพสวยๆเอาไปอัพอวดเพื่อนแล้ว 
หรือ การไปดักรอ ให้กำลังใจที่จุดเช็คพอยท์เท่านั้น 
หรือส่งเสียงให้กำลังใจจากด้านข้างถนน ไม่ไปลากรุมแกให้แกต้องหยุดวิ่ง

 
       บางทีผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า กลุ่มคนพวกนี้ไม่เคยหาข่าวสารกันบ้างเลยเหรอว่า
การกระทำแบบนั้น มันจะยิ่งทำให้พี่ตูนทำไม่สำเร็จ (นะเฟ้ย) คิดถึงแต่ตัวเอง
ว่าอยากถ่ายรูปกะเขา  แต่คิดไม่รอบ ไม่ฉุกว่า การกระทำมันไม่สมควรอย่างยิ่ง

 

 
       ดังนั้น สิ่งที่เราช่วยได้ นอกจากบริจาคแล้ว  การประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ 
ทำตามที่ทีมงานบอก และแนะนำ ที่สำคัญ ไม่ไปเซลฟี่จนพี่ตูนต้องวิ่งๆหยุดๆนี่แหละ
คือสิ่งที่สำคัญที่สุด  ที่เราควรจะต้องบอกต่อ ส่งต่อ แชร์ต่อให้มาก มากยิ่งขึ้น
เพื่อที่จะเซฟร่างกายให้พี่ตูนได้มากที่สุด  ให้แกได้วิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเพซเท่าไหร่ 
ขอให้แกได้วิ่งต่อเนื่อง ไม่ใช่ต้องรับแขกตลอดทาง 
ไม่งั้นเหนื่อยหนักหนาสาหัสกว่าเดิมหลายเท่า


 
ถ้ารักพี่ตูน อย่าขอเซลฟี่จนพี่ตูนต้องหยุดวิ่ง สงสารแกเถอะครับ  ผมดูแล้วปวดใจจริงๆ
Close [×]