หยุด “เซลฟี่/กีต้าร์/ตายายนั่ง” เพื่อ #SAVETOON รักพี่ตูนอย่าบั่นทอนพี่ตูน ไม่งั้นทุกอย่างสูญก่อนถึงแม่สาย

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

หยุด “เซลฟี่/กีต้าร์/ตายายนั่ง” เพื่อ #SAVETOON 
รักพี่ตูนอย่าบั่นทอนพี่ตูน  ไม่งั้นทุกอย่างสูญก่อนถึงแม่สาย

 

 
        ผมจะขอเป็นอีกเสียงหนึ่งที่จะออกมาปกป้องพี่ตูนด้วยคีย์บอร์ดที่จะเขียนและส่งบทความเหล่านี้
เพื่อให้คนอ่านได้คิด และเห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างทางของโครงการก้าวคนละก้าว
เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เบตง - แม่สาย วันที่ 1 พย - 25 ธค 2560 ระยะทาง ระยะทาง 2,191 กม.

 
        สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ จากการที่ได้ดูกิจกรรมโครงการก้าว มาตลอดแทบจะทุกเซ็ตของ Live
ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ณ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ภารกิจการวิ่งของพี่ตูนอย่างเดียวแล้ว
แต่พี่ตูนยังจำเป็นต้องใช้โควตาทั้งชีวิตของศิลปินคนหนึ่ง ที่จะต้องทำหน้าที่ต้อนรับดูแล แจกลายเซ็น
และถ่ายรูปกับแฟนๆ ซึ่งกินพลังงานมากๆ มากกว่าการวิ่งเสียอีก ซึ่งเอามารวมกันแล้ว  จะเห็นได้ทันทีเลยว่า
สิ่งที่ผู้ชายคนนี้กำลังทำและสู้อยู่นั้น  พลังใจของเขายิ่งใหญ่มาก

 
นี่คือพลังของผู้ให้โดยแท้
 
        แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ หลายๆครั้งก็มีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างทาง ซึ่งเรื่องที่สำคัญที่จำเป็นต้องนำมาเขียนตรงนี้
เพื่อให้เกิดการอ่าน ส่งต่อ ฉุกคิด และบทความแบบนี้คงจะไม่ได้ไปถึงมือคนที่ทำเหล่านั้นหรอก แต่ผมก็ต้องเขียน
เผื่อว่า คนที่อ่าน อาจจะเป็นหนึ่งในเส้นทางข้างหน้าที่พี่ตูนกำลังจะวิ่งผ่าน และหากมองแล้วเห็นด้วย หรือเข้าใจ 
อาจจะช่วยแบ่งเบาภาระของพี่ตูนให้ได้บ้าง อย่างน้อยก็ยังดี

 
        สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความเจ็บป่วยทางร่างกายของพี่ตูนนั้น ตอนนี้วิ่งมาพันกว่ากิโลเมตรแล้ว วิ่งทุกวัน
วันนึงก็ระดับอัลตร้าแทบทุกวันคือ เกิน40กว่ากิโลเมตรที่เป็นการวิ่งมาราธอน แทบทุกวัน
ทั้งที่ปกติคนเราวิ่งมาราธอนก็ต้องใช้เวลาหลายวันในการrecoveryร่างกายอยู่แล้ว 
แต่นี่ผู้ชายคนนี้ วิ่งทุกวันติดต่อกัน จะมีวันพักบ้างวันเดียว คือวิ่ง4หยุด1 ถ้าตอนไหนเจ็บ
ก็พัก2หรือแล้วแต่สถานการณ์

 
        ความเจ็บปวดสะสมที่เกิดขึ้น มันไม่ได้มาจากการวิ่งโดยตรง 
แต่มันมาจากคนที่มารอพี่ตูนสองข้างทางร่วมด้วยตะหาก

 
        สิ่งหนึ่งที่ต้องคิด และสำคัญที่สุดสำหรับบทความนี้คือ ให้คุณดูพี่ตูน เป็นหลักว่า 
ชายคนนี้เขาคือ “ผู้ให้” อย่างแท้จริง  ให้ด้วยใจบริสุทธิ์ ทำโครงการนี้มาโดยเพื่อผู้อื่นทั้งนั้น
ไม่มีอันไหนที่นึกถึงตัวเองเลย รวมถึงการต้อนรับ และservice คนที่เข้ามาบริจาร ขอถ่ายรูป 
ผู้ชายคนนี้ทำเพื่อคนอื่นแบบ100% ไม่มีอะไรนึกถึงตัวเองเลย

 

 
        แต่คนบางคนที่เข้ามารอเซลฟี่กับพี่ตูนนั้น  เข้ามาเพียงเพื่อที่จะ “เอา” อะไรจากพี่ตูน 
ไม่ได้จะมอบให้  ไม่ได้มีสติที่จะนึกถึงพี่ตูนเลย   เป็นสิ่งที่กลับกันมาก  พี่ตูน “ให้” แต่บางคน
กลับมาเพื่อที่จะ “เอา” เท่านั้น

 
เอารูปเซลฟี่ รูปถ่ายมาลงเฟซบุค ลงโซเชียล เอาลายเซ็น เซ็นกีต้าร์  
 
        แน่นอนว่า สิ่งที่กำลังจะกล่าวนี้ ไม่ได้หมายความถึงทุกคนทั้งหมด  เราต้องเข้าใจก่อนว่า
คนที่ออกมาสนับสนุนทุกคน คือคนที่ “เห็นด้วย” กับโครงการนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะมาขอถ่ายรูป
บริจาคกับมือ หรือไม่ก็ตาม (บางคนก็ให้ตามช่องทางอื่นๆที่สะดวกกว่า)  ทุกคนเห็นด้วยกับโครงการ
และทุกคนรักพี่ตูน  อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว

 
        ดังนั้นมันจะไม่ถึงกับดาร์ค หรือเป็นเรื่องดำมืดจนเกินไปที่จะเขียนถึงเรื่องนี้ 
แต่เราจะเขียนในเชิงเตือนสติ ให้คิดกันมากกว่าว่าเกิดอะไรขึ้น

 
        วินาทีนั้น คนที่พยายามจะขอเซลฟี่ จะขอให้เขาเซ็นกีต้าร์ให้  รวมถึงพวกที่ “ตั้งใจ” 
เอาคนสูงอายุมานั่งหน้าบ้าน เพื่อเรียก เพื่อต่อรองกับความใจดีความนอบน้อมของพี่ตูนให้แวะนั้น 
อยากให้ลองคิดเยอะๆ

 
        คำเดียวก็คือ ถ้ารักพี่ตูน คุณต้องประคองเขาไปให้ถึงจุดหมาย 
รักพี่ตูน คุณก็ไม่ควรจะบั่นทอนพละกำลัง และร่างกายของเขาอย่างที่เป็นอยู่

 
        รักจริง หาทางส่งกำลังใจให้พี่ตูนด้วยทางใดก็ได้ ยืนให้กำลังใจ ปรบมือ
แตะมือเบาๆอยู่ตามรายทางได้ ไม่ล้ำเส้นขาว ไม่ดึง ไม่กระชากพี่ตูนมากอด หรือโน้มคอเขา 
รวมถึงการแขวนเงินที่คอ ก็ส่งผลต่อกล้ามเนื้อพี่ตูนเช่นกัน เมื่อมันrepeatมากๆ
ทุกวันทั้งวัน มันก็เจ็บปวดได้  

 
ถ้าเขามาผ่านหน้าผม ผมก็จะไม่ให้พี่ตูนต้องมาหยุดที่ผมเลยแม้แต่วินาทีเดียว
 
       ผมจะให้เขาวิ่ง ให้พี่ตูนวิ่งต่อไป ไม่ต้องมาแวะที่ผม ผมบริจาคทางช่องทางอื่นได้ มีเยอะแยะ 
เราจะแค่ตะโกนให้กำลังใจ ยิ้มให้ โบกมือให้  อัดเปิดโหมดวิดิโอไว้ให้พี่ตูนวิ่งผ่าน
ตามที่เขาแนะนำก็ได้ถ้าอยากได้รูป หรือหลักฐานอะไรไว้เป็นความทรงจำ

 
        ผมเห็นด้วยกับที่พี่เบล คนบรรยายดูแลโครงการบอกไว้  วินาทีนึง เสี้ยวนึง
ที่คุณจะได้ใกล้ชิดพี่ตูนขนาดนั้น แต่คุณกลับมองแต่โทรศัพท์ แล้วมองพี่ตูนผ่านทางโทรศัพท์
มันน่าเสียดายยิ่งกว่าอะไร  มองด้วยสองตา และส่งเฮียแกให้วิ่งไปถึงจุดหมายได้
โดยที่ร่างกายไม่ต้องมาบั่นทอนที่เราดีกว่า

 
แม้แต่ปลายเล็บ ผมก็จะไม่แตะพี่ตูนเลย
 
       เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะทุกวันนี้ ที่ยังไม่มีอาการหรือโรคกำเริบขึ้นมา
ก็ถือว่าปาฏิหาริย์มากแล้ว เพราะทีมงานป่วยไปหลายคน เพราะรับเงินมากไป
เจอสิ่งสกปรก เจอเชื้อโรค   เราเองถ้าไปสัมผัสพี่ตูน ก็ไม่รู้จะเอาเชื้อโรค
เอาอะไรไปติดให้พี่ตูนต้องป่วยรึเปล่า  การให้พี่ตูนรับของ ถือของหนักๆ
ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่  ก็บั่นทอนกล้ามเนื้อพี่ตูนเช่นกัน

 
        ย้อนกลับมาที่คำเดิม  ถ้ารักพี่ตูน  ปล่อยให้พี่ตูนเขาวิ่งไป  ส่งกำลังใจให้ด้วยรอยยิ้ม
คำพูดที่จะบอก บริจาคเงินตามช่องทางที่เขามีก็พอ

 
        เรื่องที่เขาพูดกันมากๆก็คือ เรื่องเซลฟี่ เรื่องดึงพี่ตูน  กระชากพี่ตูน  ซึ่งอันนี้มันสร้างความลำบาก
ให้นักวิ่งมากๆ  ใครไม่เคยวิ่งคงไม่รู้ว่าการวิ่งๆ หยุดๆแบบนี้  มันค่อยๆบ่อนทำลายกล้ามเนื้อไปเรื่อยๆ
ยิ่งการย่อตัว แล้วต้องลุกแล้ว เสี่ยงจะหน้ามืดอีก  กล้ามเนื้อบาดเจ็บอีก  ตรงนี้หลายๆคนก็พูดไว้
ทีมงานก็พูดไว้  ใครที่คิดจะเอาคนสูงอายุมานั่ง เพื่อบังคับทางอ้อมให้พี่ตูนแวะเข้าไปก้มลง
เพียงเพื่อจะได้ถ่ายรูปพี่ตูนใกล้ๆ ให้พี่เขาแวะ  ขอบอกเลยว่าคุณแย่มาก เพราะในlive หลายๆครั้ง
พอพี่ตูนลุกไป คนสูงอายุเหล่านั้นก็ลุกจากเก้าอี้เฉยเลย  มันน่าหงุดหงิดมาก

 
อย่ารวมกับท่านที่ลุกไม่ไหวจากวีลแชร์จริงๆนะ
 
        เพราะงั้น ใครที่ตั้งใจทำแบบนี้  ทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเซลฟี่  เอากีต้าร์มาให้เซ็น
เพราะตัวเอง “อยากได้”  ลายเซ็นจากพี่ตูน แต่ไม่ได้คิดถึงความลำบากและความเหนื่อย
เจ็บปวดของพี่ตูน รวมถึงเอาเด็กมาให้อุ้มด้วย ฯลฯ  อยากให้ทุกคนคิดดีๆ  ผมเชื่อว่าทุกคนรักพี่ตูน 
และพี่ตูนเองก็รู้ แกถึงได้เซอร์วิสขนาดนี้

 
เพราะแกรักทุกคน แกอยากให้ทุกคน
 
        ผู้ชายคนนี้จิตใจยิ่งใหญ่มากๆ ทรงพลังสุดๆ  และที่เขาวิ่งมาได้จนถึงตอนนี้
พันกว่ากิโล ถึงประจวบฯ เพชรบุรีละ  เขามาได้ก็เพราะ “กำลังใจจากสองข้างทาง” 
นั่นแหละที่ส่งเขาให้วิ่งมาเรื่อยๆ  รอยยิ้มของผู้คน เงินบริจาค คำพูดให้กำลังใจ 
ผมเชื่อว่าเพราะสิ่งนี้ ทำให้พี่ตูนมีพลังวิ่งมาเรื่อยๆเป็นหลักเลยแหละ

 
ให้กำลังใจดีแล้ว เพียงแค่ว่า ขอให้มี “เมตตา”  กับพี่ตูนเยอะๆก็แล้วกัน
 
        อย่าคิดแค่ว่า พี่ตูนไม่เห็นจะว่าเลย คุณจะเดือดร้อนแทนทำไม .. คนที่ดูlive ตลอด
จะรู้และเจอคำพูดประเภทไร้จิตสำนึกพวกนี้ดี  ใช่ครับพี่ตูนแกไม่บ่นไม่พูดอะไรหรอก
แกเข้าไปหาทุกคนแหละ เพราะพี่แกจิตใจดีมากกกก ใจดี และพร้อมจะให้ทุกๆคนที่อุตส่ามาต้อนรับ
มายืนเชียร์แก  แต่อย่างที่บอก คนเหล่านั้น “บางคน”  

 

 
        ผมขอใช้บางคน เพราะที่เห็นๆมา คนที่มีจิตสำนึกที่ “เกรงใจ”  และระลึกถึงความเหนื่อยของพี่ตูนดี 
มีอยู่อีกเยอะ มีน้ำดีอีกเยอะ โดยเฉพาะเด็กๆที่อยู่ในระเบียบดีมาก แตกต่างกับผู้ใหญ่บางคนเลย
(โดยเฉพาะมนุษย์ป้า เยอะมาก) ที่ดึงตัวพี่ตูน กอดกระชากไปหอม บางคนถือกีต้าร์มาไม่สนใจอะไร
คอกีต้าร์จะชนหน้าพี่ตูนอยู่แล้ว เฮียแกหลบแทบไม่ทัน บางจุดล้อมกันเข้ามา
จนแกหายใจแทบจะไม่ออก (สงสารมาก)

 
        เรื่องกีต้าร์นี่เอาจริงๆเข้าใจนะ ว่าทำไมคนถึงอยากได้ (ผมยังอยากได้เลย ลายเซ็นพี่ตูนบนกีต้าร์)
และพี่ตูนแกก็เต็มใจเพราะนี่คือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่มากถ้าแกเซ็นให้ ให้คนได้รักดนตรี ไปเล่นดนตรีกัน
แต่บางคนก็อยากได้ซะจนไม่สนใจอะไร พี่ตูนแบกกีต้าร์เซ็นให้ก็เจ็บอีก วิธีที่ถูกคือ คุณถือกีต้าร์ไว้
แล้วให้พี่ตูนถือแค่ปากกา เซ็นให้ก็พอ 

 
        ส่วนผู้เขียน ถึงจะอยากได้ ถึงจะมีกีต้าร์และอยู่ตรงนั้น ผมจะไม่ให้เขาเซ็นหรอก 
ผมอยากให้เขาได้ “พัก” เยอะๆมากกว่า ไม่ต้องมาเสียเวลาให้ผม 
ผมมองและชื่นชมเขาด้วยตาเปล่าตัวเป็นๆก็พอแล้ว

 
        เราไม่สามารถทำให้ทุกคน เป็นคนที่มีจิตสำนึก เหมือนอย่างที่ส่วนใหญ่ที่เห็นออกมารอให้กำลังใจ
ได้หมดทุกคน มันจะต้องมีพวกเห็นแก่ตัว  พวกที่อยากจะมาแค่ “อยากถ่ายรูปกับดารา  กับตูนบอดี้สแลม” แค่นั้น 
แต่ไม่ได้สนใจอะไรความสำคัญของโครงการเลย

 
        เลิกบั่นทอนเฮียแกเถอะครับ ถ้าเป็นไปได้  ช่องทางบริจาคเงินมีเยอะแยะ  ให้ทางนั้นก็ได้
หรืออยากให้กับมือจริงๆก็มอบให้ตรงนั้น แต่ไม่ต้องแขวนคอเอา แล้วก็ไม่ต้องให้แกหยุดวิ่ง 
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง  การขอเซลฟี่  โดยเฉพาะให้พี่ตูนแกต้องมาถือกล้องให้
ตามรั้งดึงตัวแกไว้ถ่ายรูป อยากให้คิดเยอะๆ และถ้าเลิกได้ก็เลิก เพราะเซลฟี่นี่ก็บั่นทอนพลังแกเหมือนกัน
รวมถึงเวลาที่ต้องใช้ด้วย  ถ้าทุกคนขอเซลฟี่ อยากถ่ายกะพี่ตูนทุกคน  แกก็วิ่งไปไม่ถึงจุดหมายในแต่ละเซ็ต 
บางที 9กิโล แค่9วิ่งไปสามชั่วโมงยังไม่ถึง เพราะกลุ่มคนมหาศาลนี่แหละ

 
         อย่าให้แกต้องหยุดเซลฟี่ หรือให้แกต้องลงไปคุกเข่าเพื่อรับคนชราของบ้านท่านเลยครับ 
ช่วยกันรักษาสุขภาพผู้ชายคนนี้ไว้เถอะ นี่ยังไม่กลางประเทศเลย แกต้องวิ่งอีกเยอะ
แถมทางภาคเหนือเป็นทางชัน พื้นที่สูงด้วย  เหนื่อยหนักกว่านี้แน่นอน 
โครงการนี้จุดประสงค์คือ “เงินบริจาค”   การวิ่งเป็นแค่เครื่องมือเท่านั้น

 
         ช่วยกันบริจาคให้ถึงเป้าที่แกวางไว้  และอย่าให้เครื่องมือ (การวิ่ง)  ของแกต้องมาหยุดลงที่เรา 
คุณลองคิดดูถ้าพี่ตูนข้อเท้าพลิก กล้ามเนื้อฉีก ในจุดที่เราอยู่ กำลังจะเข้าไปเซลฟี่ แต่เสียหลักชนแกล้ม 
และแกก็เจ็บมาก ทำโครงการไม่สำเร็จ  คิดไหมครับว่าพี่ตูนแกจะเสียใจขนาดไหน

 
         ถ้าทุกคนอ่านและคิดได้ ผมเชื่อว่า คนที่มาต้อนรับ จะต้องกลายเป็นเพียงแต่ “กำลังใจด้านบวก”
ให้กับพี่ตูนได้แน่นอน โดยที่ไม่ต้องไปบั่นทอนแกด้วยการพยายามอยากจะได้รูปคู่เซลฟี่ 
อยากได้ลายเซ็น เพียงเท่านั้น ขอให้คิดแค่นั้นเอง  ถ้าทำได้  พลังใจสองข้างทางนี่แหละ ที่ผู้เขียนเห็นว่า “สำคัญที่สุด” 
ที่จะส่งให้พี่ตูนมีพลังใจวิ่งต่อได้   คือที่เขียนๆมานี่มันดูเหมือนจะขัดแย้งกันเอง แต่จริงๆไม่ขัด
เพราะผมเห็นว่า แรงสองข้างทางนี่ เป็นพลังใจที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ  แต่ในเพียงแค่ว่า มันเป็นดาบสองคม
เพราะขณะเดียวกัน  คนสองข้างทาง “บางคน”  ที่ไม่มีสติ ไม่รู้จักฉุกคิด
ไม่เคยอ่านข่าวสารว่าเขาประชาสัมพันธ์ยังไง  คิดเพียงแต่ว่า

 
“ฉันอยากถ่ายรูป อยากได้ลายเซ็นพี่ตูน” 
 
        แค่นั้นก็เห็นชัดแล้วว่า คุณมีแต่ความ “อยากได้”  จากพี่ตูนทั้งนั้น ไม่ได้จะมาให้อะไรพี่ตูนเลย 
และอย่าเป็นประเภทว่า ฉันบริจาค100 500 แล้ว หรือ 10,000 แล้ว ฉันต้องได้ถ่ายรูปสิ

 
       กลับมาที่คำเดิม คุณอยากให้ผู้ชายคนนี้ หรือคุณจะเข้ามาเอาอะไรจากเขา นั่นแหละ
ดาบสองคมที่มันเกิดขึ้น เพราะถ้าเป็นคนที่คิดได้จริงๆ  เขาจะไม่มีทางอยากรบกวนเวลาที่ผู้ชายคนนี้
ทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตแบบนี้หรอก

 
“พี่ตูนไม่ต้องเสียเวลากับผม พี่ตูนวิ่งไปเลยพี่” 
 
        ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคนดีอย่างพี่ตูน ให้ไปถึงปลายทาง และทำตามความตั้งใจของโครงการ
ก้าวคนละก้าวครั้งนี้ ให้สำเร็จอย่างปลอดภัยครับ  สิ่งสำคัญที่สุดยิ่งกว่าโครงการ  คือ “ชีวิต” ของพี่ตูนนี่แหละ
ที่ควรจะต้องปลอดภัยและกลับมาอย่างสวัสดิภาพ  ถ้าเห็นด้วย และเป็นห่วงพี่ตูนจริง
ช่วยกันกระจายข่าว และส่งบทความนี้ต่อไปด้วย

 
รักพี่ตูน เลิกขอพี่ตูนเซลฟี่ / ดึงกระชาก ยืนขวาง ยืนล้อม /ให้พี่ตูนถือกีต้าร์เซ็น /
เอาคนชรา(ที่ลุกได้แต่ไม่ยอมลุก)มารอ เถอะครับ

 
 
Close [×]