ที่ใดมีโหวต ที่นั่นมีแว๊น!! จะวัดที่Voiceหรือจะชื่อ The Vote และอัตลักษณ์สุดโหดของรายการประกวดที่มีโหวตคนไทย

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

ที่ใดมีโหวต ที่นั่นมีแว๊น!! จะวัดที่Voiceหรือจะชื่อ The Vote
และอัตลักษณ์สุดโหดของรายการประกวดที่มีโหวตคนไทย

 
 

 
เป็นประเด็นสุดคลาสสิคที่ต้องบอกว่า มีมาตลอด มีทุกรายการ
และก็จะยังคงมีต่อไปอีกเรื่อยๆ ตราบใดที่ยังมีรายการประเภทการแข่งขันร้องเพลงที่มีการแข่งขัน
เอาชนะกันอยู่ตลอด ไม่ว่าจะโหวตแท้โหวตเทียมก็ตาม ถ้าหากมีการ “โหวต” ไม่ว่าจะด้วยใครก็ตาม
เช่น คนไทยทั่วประเทศ / ผู้ชมในห้องส่ง /
หรือจักรพรรดิหลังฉากผู้ควบคุมรายการก็ตามที
ผลที่เกิดขึ้นมักจะต้องมีรอยร้าวเล็กๆเสมอ ทุกครั้ง ทุกที่ิ แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะค่อนข้างหนักหนา
ในความรู้สึกอยู่สักหน่อย
เมื่อความแตกต่างมันชัดเจนจนเกินกว่าจะหยวนๆว่า เอาน่าก็ธรรมดา
มาว่าด้วยเรื่องของลักษณะแบบนี้ที่เกิดขึ้นในรายการประกวดร้องเพลงหน่อย กล่าวคือ
 
 
 
1. ไม่ว่าใครชนะก็ดราม่าอยู่ดี เพราะไม่มีทางที่คนเราจะเห็นเหมือนกัน100%

อันนี้เป็นโคตรของโคตรธรรมชาติจริงๆ เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อผลออกมา จะต้องมีคนที่ถูกใจ
และไม่ถูกใจ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ว่าคนนี้ดีกว่า
นักร้องฉันดีกว่าทำไมไม่เข้า
อันนี้เป็นปกติมากกกก และจะบอกว่า
มันมีมาตั้งแต่รายการรุ่นลายครามตั้งแต่สมัย AF
ซีซั่นแรกกันเลยทีเดียวมาจนกระทั่งถึงล่าสุดอย่าง The Voice จนคู่ชิง เรื่องแบบนี้
ยังมีมาให้เราถกเถียงกันอยู่ตลอด


ต้องเข้าใจในประเด็นนี้ก่อนถึงจะเข้าใจธรรมชาติของปัญหาว่า
เหตุใดถึงเกิดขึ้น ดังนั้นเคสวันนี้ ถามว่าแปลกไหม พิเศษไหม ก็ต้องบอกเลยว่า
มันเป็นธรรมดาสุดๆ ที่ไม่ว่าใครชนะก็มีดราม่าอยู่แล้ว

 
2. เมื่อใดมีโหวต เมื่อนั้นมีแว๊น

เขียนให้เห็นภาพเฉยๆเพื่อความคล้องจอง แต่ประเด็นนี้หมายถึงว่าเมื่อใดก็ตาม
รอบไหนก็ตามที่มีการให้โหวตเกิดขึ้น
มักจะดราม่าด่ากันเละกระจุยกระจายทุกที อย่าว่าแต่โหวตเลย
ไม่ต้องโหวตแมร่งก็ทะเลาะกันอยู่ดี ถ้าโค้ช หรือรายการนั้นๆ เลือกผู้เข้าแข่งขันคนที่ชนะเข้าไปแบบ
ค้านสายตา หรือไม่ถูกใจ
และดูแล้วไม่เมคเซนส์เลยถ้าให้คนนี้ชนะ

และวอร์จะหนักเป็นพิเศษเมื่อโหวต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รอบชิงชนะเลิศ
ที่ทุกรายการมักจะใช้โหวตกัน ไม่ว่าจะโหวตกันมาตั้งแต่รอบแรก หรือโหวตแค่รอบชิง
แต่เมื่อใดที่เปิดโหวตโดยคนทางบ้าน นั่นละครับ
พลังโหวตแบบแว๊นๆจะมาจากไหนก็ไม่รู้
ประหนึ่งหัวหน้าแก๊งค์เรียกรวมพลกันที่เลียบทางด่วนกันเลยทีเดียว
 
อย่าเพิ่งข้ามไปประเด็นว่านี่คือวิถีประชาธิปไตย คุณต้องยอมรับเสียงคนส่วนมากนะ
แน่นอนครับทุกคนรู้ข้อนี้อยู่แล้ว
แต่คำถามมีแยกย่อยออกไปคือ
 
2.1 คะแนนจริง หรือเมคโดยมือมืดหลังฉาก?
 
เราคนนอกดูอย่างเดียวก็ไม่มีปัญญาจะไปรู้ได้เพราะเขาก็ไม่ได้เปิดคะแนนโหวต
บบบริสุทธิ์มานั่งนับให้ดู ผลที่ออกมาเชื่อได้ยังไงว่ามาจากผลโหวต
หรือมาจากใบสั่งไม่มีอะไรรับประกัน
 
2.2 มาตรฐานของการตัดสินของคนดู ก็ต่างกัน บางคนให้ที่เสียงร้อง
 
คุณภาพการร้อง บางคนให้ที่ความชอบของตัวเองล้วนๆ บางคนให้เพราะสงสาร
เพราะเอ็นดู ตามนิสัยคนไทย มีน้ำตา มีก้มกราบ คะแนนมาให้เพียบดังนั้นคะแนนโหวตที่ออกมา
มันไม่สามารถสะท้อนคุณภาพที่แท้จริงได้แน่นอนว่า
“คนชนะคือคนที่ดีกว่า”
 
3. คนชนะ คือคนชนะ ไม่ใช่คนที่ดีกว่า
 
ข้อนี้ชัดเจน ตรงไปตรงมาไม่ต้องอ้อมค้อม เรามักจะได้เห็นอะไรแบบนี้ตลอดมา
ในการดูรายการแข่งขันของไทย บ่อยครั้งที่
นักร้องระดับเทพเจ้า ระดับปีศาจส่งมาถล่มโลก
หรือสวรรค์ส่งเทพบุตรลงมาโปรดแผ่นดินไทยให้มีเสียงสวรรค์แบบนี้ก็ตามที
มักจะมีดราม่า และคนเหล่านี้มักจะต้องแพ้คนที่สกิลด้อยกว่าอยู่เสมอไปแบบ
ค้านสายตา
 
เรียกได้ว่าเป็นอัตลักษณ์สุดๆของรายการประกวดในเมืองไทยจริงๆ
 
 
ก็บอกแล้วว่า เรื่องแบบนี้มันมีตลอด มีทุกที่ทุกรายการ ดังนั้นสิ่งหนึ่งก็คือ
เราจะต้องรู้ และเข้าใจมัน ไม่ว่าใครจะคิดยังไงก็ตาม อาจจะคิดว่านักร้องที่ตนเองชอบนั้นเก่ง สุดยอด
แต่ในความเป็นจริงก็คือ
มันก็เป็นเพียงแค่ ผู้ชนะ แค่ชนะเฉยๆ แต่ไม่ได้หมายความว่า คนชนะ
คือคนที่ดีกว่า และก็มักจะเป็นแบบนั้นส่วนใหญ่ ที่คนชนะจริงๆมักจะไม่ได้มีความสามารถที่เหนือกว่าเลย
แต่มาจากบุคลิก
คาแรคเตอร์ ที่ลูกเด็กเล็กแดง พี่ป้าน้าอาทั้งหลายที่อาจจะไม่ได้สนใจเรื่องคุณภาพ
การร้องเท่าไหร่
แต่โหวตให้เพราะความเอ็นดู หรือรวมถึงเฉพาะแนวเพลงที่ตัวเองรู้จักและชอบเท่านั้น
 
4. เพลงยากคือมัจจุราชที่เอาไว้ฆาตกรรมตัวเอง
 
ข้อนี้จะเกี่ยวพันกับด้านบนสุดๆ เมื่อใดที่นักร้องระดับเทพทั้งหลาย
นำเอาเพลงที่เป็นเพลงยากที่โชว์สกิลการร้อง โชว์ความเหนือชั้น และสิ่งที่ตนเองฝึกฝนมา
อย่างยากลำบาก(กว่าจะทำได้)
สิ่งเหล่านี้มักจะถูกมองข้ามไปเสมอๆจากเหล่าคะแนนโหวตมือมืด
ทั้งหลายที่
พวกเขาเหล่านั้นอาจจะไม่รู้จักหรือไม่ชอบ ไม่ใช่แนว ก็เลยไม่โหวตให้
แต่เมื่อใดก็ตามที่เพลงง่ายๆ เพลงบ้านๆที่พวกเขารู้จักละก็ มักจะชอบและกระหน่ำโหวตให้เสมอๆ
 
ซึ่งก็มักจะเป็นแบบนี้อยู่เป็นประจำ

อย่าพูดเรื่อง “ความฉลาดในการเลือกเพลง” มาเป็นประเด็นหลักเลย
เพราะหมายความว่าอะไร หมายความว่าเขาต้องเลือกเพลงให้ถูกจริตแมสเท่านั้นเหรอถึงจะชนะได้
สรุปรายการจะวัดกันที่การร้องเพลง หรือวัดที่ความถูกใจ ไม่งั้นก็ไม่ต้องหยิบเพลงเทพมาใช้กันแล้ว
เอาเพลงง่ายๆโดนๆคนหมู่มาก
เพลงดังๆฮิตๆมาเลย รับรองชนะชัวร์

เป็นแบบนั้นโคตรน่าเบื่อ
 
นี่ขนาดเคสล่าสุด Bohemian Rhapsody ที่โหดระดับไม่มีใครหน้าไหนกล้าเอามาใช้เลย
แต่อาจารย์เบน ณ เดอะโฝ๊ยซ์ /
เกียร์ไนท์ แกยังเอามาร้องได้อย่าง โคตรพ่อโคตรแม่MVP สุดๆ
ก็ยังไม่อาจจะรอดเงื้อมมือมรณะจากหัวข้อนี้ได้ นั่นก็คือ การเลือกเพลงยากมา
จะกลายเป็นการ ฆาตกรรมคะแนนโหวต โดยไม่รู้ตัว
 
มันด้อยกว่า หรือแค่เพราะคุณไม่รู้จัก ไม่อินกับมันก็เลยไม่โหวต?
 
 
5. ปัจจัยไปสู่ดวงดาว
 
เท่าที่เห็นบ่อยๆ
 
- หน้าตาดีกว่า หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
- ลุคบ้านๆ ใสซื่อ ดูน่าสนับสนุนให้ได้รับโอกาส
- มีประเด็นดราม่า ชวนสงสาร (คนไทยหัวใจดราม่า)
- น่าเอ็นดู อ้อนเก่ง เรยกคะแนนโหวต (ไปเป็นลิเกไหม)
- ร้องเพลงที่มีคนรู้จักเยอะๆ (เคสข้อ4)
- เด็กอายุน้อยกว่า ให้โอกาสเด็กมันเกิด ส่วนคนที่เคยมีผลงานแล้ว
ไม่ว่าจะดีแค่ไหน ก็ต้องหลีกทางให้ (เหรอ)
- ผู้ชาย (แน่ล่ะ รายการพวกนี้ส่วนใหญ่ก็มีแต่ผู้หญิงที่จะโหวตมากกว่า ผู้ชายก็ดู
แต่ไม่ค่อยโหวต คนชนะส่วนใหญ่ก็มีแต่ผู้ชายล้วนๆ ผู้หญิงถ้าไม่เจ๋งจริงอย่าหวัง)
 
นี่คือเรื่องราวทั่วๆไปของรายการแข่งประกวดร้องเพลงที่มีการโหวต
และมีการแข่งขันกัน ซึ่งดูมาทุกรายการ ก็เป็นแบบนี้ทุกรายการจริงๆ
นี่ยกตัวอย่างให้ฟัง เราจะวกกลับมาที่ประเด็นของเราบ้าง เมื่อเคสล่าสุดอย่าง เบน VS ไม้หมอน
ที่รายการ The Voice นั้น ก็ถือว่าเข้าข่ายหัวข้อพวกนี้เหมือนกัน
และดูเหมือนว่าจะหนักข้อขึ้นกว่าเดิมด้วย
ซึ่งผมก็ไม่สนใจหรอกว่าบทความนี้มันจะไม่มีคนอ่านหรืออะไร
 
แต่ถ้าโปรดิวเซอร์รายการได้อ่านก็ให้ได้ลองรับฟังในฐานะเสียงเล็กๆเสียงหนึ่งบ้าง
 
ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ ไม่ว่าจะเกิดด้วยความตั้งใจ หรืออะไรก็ตาม
แต่อยากบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้คนดูค่อนข้าง “ผิดหวัง” กับรายการนี้สุดๆ
ผู้เขียนเองยังรู้สึกแย่หนักไปด้วย ซึ่งทุกสิ่งที่เขียนหัวข้อไว้ด้านบน ทีเป็นเรื่องธรรมด๊า ธรรมดา
ของรายการแบบนี้นั้น มันเกิดขึ้นทุกข้อเลย
และเคสนี้คือกรณีที่หนักที่สุด
ตั้งแต่เคยดูรายการประกวดมาตั้งแต่สมัยเอเอฟนู่นแล้

 
กล่าวคือ มันจะต้องมีผลโหวตที่ ไม่ถูกใจทุกคนอยู่แล้ว
เราทุกคนต่างเห็นต่าง อันนี้เรื่องธรรมดา แต่การที่จะให้หยำฉา มาชนะ ฟรีซเซอร์
ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้
 
ในเคสนี้ก็ไม่ต่างกับหยำฉาVSฟรีซเซอร์หรอก ไม่งั้นก็หิ่งห้อยกับพระอาทิตย์
ถ้าผู้เข้าแข่งขันสองคน มีคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน หรืออย่างน้อยที่สุด
ได้คุณภาพบ้าง ถ้าเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าใครชนะมันก็ไม่แปลก และยังพอจะยอมรับได้ ถ้ามีคุณภาพที่โอเค
และมาวัดกันสู้กันด้วยPopular Vote
กันอีกทอด ก็ยังพอเข้าใจได้ ถ้าความสามารถมันยังพอเหลื่อมๆกัน
และผู้ชนะก็ยังพอจะมีทรงที่เก่งกาจอยู่บ้าง
 

 
แต่สิ่งที่รายการซีซั่นนี้ดราม่าผู้ชนะหนักมากๆ ก็เพราะว่า
คนชนะความสามารถมันช่างห่างกับรองชนะเลิศแบบลิบลับชนิดที่ว่าเทียบกันไม่ได้เลย
ในเรื่องของคุณภาพการร้อง มันต่างกันแบบ โคตรค้านสายตามากจนเกินไป
อย่างที่ผ่านๆมา
ไม่ว่าจะรายการไหน รอบไหน มีดราม่าบ้าง ไม่ถูกใจคนดูบ้าง
มันก็เป็นปกติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
ความห่างชั้นแบบเกินจะเห็นได้ชัดมากไป
และยิ่งมันมาเกิดขึ้นเมื่อเป็นรอบชิง
ที่ผู้ชนะไม่ได้มีอะไรที่เหนือกว่าผู้แพ้เลยนอกจากผลตัดสิน ดราม่ามันจึงหนักกว่าพิเศษ
เพราะถ้าทั้งสองคนยังมีสกิลที่ใกล้เคียงกันบ้าง
อย่างน้อยใครชนะก็ได้ไม่น่าเกลียด
แต่ถ้ามันห่างกันมากๆ
ก็จึงเกิดดราม่าแบบเช่นฉะนี้แล
 
 
คำถามคือ มันจะไม่เป็นอะไรเลย ถ้ารายการคุณมันไม่ได้ชื่อ The Voice
เพราะคำๆนี้ มันก็บ่งบอกคุณภาพได้อยู่แล้วว่า เป็นรายการที่มาวัดกันด้วยเสียงเพียวๆ ไม่ต้องใช้รูปลักษณ์
แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น The Voice มีเพียงรอบเดียวคือ blind Audition เท่านั้นแหละ
 
รอบอื่นๆมันก็ได้เห็นภาพ เห็นหน้าตา ท่าทางแล้ว และการแข่งขันก็มาจากความชอบล้วนๆ
ไม่ใช่ Voice เลย
แน่จริงทำไมไม่ปิดหน้าจนจบรอบชิง นั่นแหละ ถึงจะได้ The Voice ของจริง(ฮา)
 
บรรทัดข้างบนผมประชดเล่น ถ้าทำแบบนั้นรายการมันก็ไม่สนุกหรอก แต่ปัญหาอยู่ที่ไหนรู้ไหมครับ
อยู่ที่ผลลัพธ์ที่ออกมาตะหาก ไม่ใช่รูปแบบรายการ
เพราะถ้าคนไทยยังคงโหวตให้ด้วยชุดความคิดเดิมๆ
ในข้อ 5 โหวตให้พวก
น่าเอ็นดู น่าสงสาร หน้าบ้านๆร้องเพลงเข้าใจง่าย เพลงที่ตนรู้จัก เป็นผู้ชาย
มีคาแรคเตอร์ มีสตอรี่ดราม่าเรียกคะแนน ฯลฯ
 
ผลลัพธ์ผู้ชนะก็มักจะได้แบบนี้เสมอนั่นแหละ
 
ไม่ว่าจะเรื่องไหนๆ “ผลโหวตมันก็มักสะท้อนคุณภาพของคนโหวต” ไปด้วยกลายๆ
 

 
จริงๆแล้วถ้าเป็นรายการอื่น อาจจะโดนน้อยกว่านี้ (แต่ก็โดนนะ) ล่าสุดเลย ที่X Factor
เรื่องแบบนี้ก็มีผมคงไม่ต้องเอ่ยขึ้นมา แต่ปัญหาคือ มันคือ The Voice
นี่แหละ มันไม่ใช่รายการอื่นๆ
ที่จะมาตัดสินด้วยความชอบ ด้วยอะไรก็แล้วแต่
แต่ด้วยความที่มันเป็น “Voice” เพราะงั้นอย่างน้อย
การโหวตของคนมันก็ควรจะตัดสินกันด้วยเสียงร้อง คุณภาพการร้องเป็นหลักใช่รึเปล่า
แต่สุดท้ายแล้วก็โดนมาตรฐานการโหวตเดิมๆของคนไทยโหวตให้ โดยที่ไม่ได้สนใจเรื่อง Voice แต่อย่างใด
ถึงได้มีคำกล่าวในเน็ทจากหลายๆคนว่า
มันไม่น่าจะใช่รายการ The Voice แล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ทำไมคุณไม่ชื่อ The Vote
ไปเลยง่ายกว่า ถ้าเป็นชื่อ The Vote ผมก็จะเห็นด้วยอีกเสียงและไม่โต้แย้ง เพราะมันคือโหวต
แต่ว่านี่มันคือว้อยซ์ มันคือเสียง
แต่เมื่อผลที่ออกมา มันแพ้ชนะกันที่ “Vote” แล้วความสำคัญของชื่อรายการ
“The Voice” มันอยู่ตรงไหน? คำถามนี้ ถามไปให้พวกที่มี”อำนาจโหวต” ทั้งหลายด้วยว่า
จะเอาแบบนี้กันจริงๆเร้อ
 
 
แต่สุดท้ายแล้ว ก็จะวกกลับมาที่อีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ ผู้ชนะในรายการ
ก็อาจจะไม่ได้ดังกว่าผู้แพ้เสมอไป อันนี้ก็เป็นเรื่องจริงที่จะมาตบประเด็นนี้ให้จบได้ (ฮา)
เพราะคนแชมป์ก็ใช่ว่าจะดังหรือเกิดเสมอไป คนแพ้ดังกว่ามีเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นที่สอง
หรือพวกตกรอบแรก ก็ดังได้หมด อยู่ที่แต่ละคนแล้วว่า
มีของหรือไม่มีของ ดังนั้นเรื่องผลแพ้ชนะนี้
มันจึงกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยที่ เออ
มึงจะชนะก็ชนะไปเถอะ สุดท้ายแล้วมันก็แค่เป็นอีเวนต์ในรายการ
 
แต่ของจริงน่ะ อยู่นอกรายการต่างหาก!
 
ตรงนี้สิถึงจะวัดกันจริงๆ ถ้าได้แชมป์มา แต่ร้องเพลงได้ก๊อกแก๊กง้องแง้ง ก็คงจะขายได้แค่ตลาดที่โหวตเขา
เข้ามาเท่านั้นแหละ สุดท้ายแล้วทุกรายการ
แชมป์อาจจะสำคัญในแง่ของรางวัลที่ คนที่มีคุณภาพมากกว่าควรจะได้
แต่ไม่ได้
แค่นั้น แต่รางวัล “นอกรายการ” สำคัญกว่าเยอะ นั่นก็คือความสำเร็จ และคุณภาพของคุณ
ที่จะโชว์ให้เห็นได้เต็มที่นั่นเอง ถ้าคนมีของ
อยู่ที่ไหนมันก็ดัง แต่ถ้าคนมันไม่มีอะไรเลย ต่อให้ได้แชมป์
มันก็จะยังไม่มีอะไรเลยต่อไปนั่นแหละ
 

 
แต่ก่อนจะปิดท้ายประเด็นนี้ ก็มีเรื่องที่น่าคิดอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ บางครั้ง คุณภาพอย่างเดียว
ความเหนือชั้นอย่างเดียว แม้มันจะยอดเยี่ยมจริงๆ
บางครั้งมันก็ยังไม่พอสำหรับการจะประสบความสำเร็จในด้านรูปธรรมได้
ซึ่งทุกอย่างบนโลกนี้ก็ล้วนแล้วแต่ต้องทำขึ้นมาเพื่อเอาใจ “ตลาด”แทบทั้งนั้น ใครที่อินดี้เกินไป ไม่สนใจตลาด ก็จะอยู่ไม่ได้
แต่คนที่ฉลาดจริงๆ คือคนที่
มีคุณภาพด้วย และสามารถผสมผสานเอาความแมส มาใส่รวมกับความเป็นศิลป์ได้อย่างลงตัวพอดีๆ
อินดี้อย่างเดียวไม่ได้
ต้องขายได้ด้วย นี่คือความจริงแท้ที่แน่นอน
 

 
ส่วนรายการประกวดร้องเพลงในไทย
นี่จะไม่ใช่ดราม่าครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน เดี๋ยวก็มีอีก เชื่อสิ

Close [×]