#แด่มนุษย์ผู้มีฝันที่ต้องปั่นงานหาเงินเพื่อความรัก “Active Income” ซิงเกิลใหม่จาก“ภูมิจิต” ที่โดนชีวิตคนเราเต็มๆ

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

#แด่มนุษย์ผู้มีฝันที่ต้องปั่นงานหาเงินเพื่อความรัก “Active Income” ซิงเกิลใหม่จาก“ภูมิจิต” ที่โดนชีวิตคนเราเต็มๆ 
 


 

     บอกเลยว่าเพลงนี้แม่งโคตรหนักอึ้งของจริงในด้านของเนื้อหาเพลง
หนักในที่นี้มันไม่ได้หมายความว่ามันรุนแรง แต่มันคือ “ความโคตรจริง”
ของชีวิตมนุษย์ทุกคนที่อยู่ในวัยนี้ อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ผมบอกเลยว่า
เพลงนี้ไม่ใช่เพลงตลาด ไม่ใช่เพลงที่ทำออกมาเพื่อให้ทุกคนบนโลกเสพและสัมผัสเข้าถึงได้
แต่มันคือเพลงเฉพาะกลุ่มที่ “คนในวัยตรงกับเนื้อหาเพลง” จะอินมากๆ
และรับรู้ถึงความหนักหน่วงของสิ่งที่เผชิญอยู่ได้เป็นอย่างดี

ถึงได้บอกว่า ถ้าใครโดนเพลงนี้ มันจะโดนแบบหนักอึ้งสุดๆ

        แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในช่วงชีวิตนี้ จะฟังเพลงนี้แล้วไม่เข้าใจ
เปล่าเลย เพลงๆนี้มีปรัชญาที่เป็นสากล ที่คนทุกวัยสามารถฟัง และจะเข้าใจ รับเอาสารไปคิด
ไปปรับกับตัวเองได้ เพียงแต่ว่า คนที่ต้องเจอกับสิ่งเหล่านี้อยู่ จะอิน
และรู้สึกกับมันได้ง่ายกว่าคนวัยอื่นนั่นเอง

        งานเพลงใหม่ของวง “ภูมิจิต” หลังจากซิงเกิล “ชีพจร” ที่พวกเขาได้ก้าวมาสู่อีกก้าวหนึ่ง
เส้นทางพวกเขา ถึงแม้ผมจะรู้จักกับสมาชิกในนั้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องมานั่งอวยให้วงนี้
ไม่ใช่ ก็อย่างที่บอกเพลงนี้มันค่อนข้างเฉพาะกลุ่มพอควรหากจะทำออกมาขาย
คนที่จะเข้าถึงก็คือคนในวัยเราๆที่อ่านๆกันนี่เสียเป็นส่วนใหญ่ คือช่วงวัยทำงาน ที่กำลังสร้างตัว
และปั้นอนาคตด้วยขี้ไคลและเหงื่อตัวเอง เพื่อจะสร้างเรือนหอและสิ่งที่จับต้องได้ ให้กับบุคคลที่เรารัก
ถ้าจะให้แคบมาหน่อยผมว่าช่วงใกล้ๆแต่งงานทั้งหลายนั่นละจะอิน 25 จนถึง 35 เลยไปถึง40 แถวๆนี้
คือช่วงสร้างฐานะของคนเรา และแน่นอนว่าทุกคนมีภาระอะไรบางอย่างหนักอึ้งที่ต้องรับ (โดยเฉพาะผู้ชาย)
นั่นก็คือการเก็บเนื้อสร้างตัวเพื่อที่จะได้มีเงินไปแต่งงานกับคนที่เรารัก
ซึ่งมันใช้จำนวนเงินมหาศาลอยู่พอสมควรกับชีวิตคนๆหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนทางสังคม
ความมั่นคงในอนาคต ค่าใช้จ่ายในการจัดงาน จัดพิธี ฯลฯ

พูดแค่นี้ก็ไม่อยากเขียนต่อแล้วว่ะ เครียดชิบหาย!

        ซึ่งในการที่จะได้เงินก้อนนี้มานั้น คิดว่าจะต้องทำอะไร? แน่นอนมันคือการทำงาน
และทำจนตัวเป็นเกลียว แถมยังต้องเก็บออมเงินเอาไว้เพื่อการนี้ด้วย
ซึ่งมันก็ดันเกี่ยวเนื่องกับความรักโดยตรงทุกด้าน เพราะงานต้องทำ ต้องขยันทำ
ไม่งั้นก็จะไม่มีเงินเพื่อไปแต่งงาน แค่จะไปมาหากัน ใช้ชีวิตใช้เวลาด้วยกัน
อยู่ด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ก็ต้องใช้เงินมาก ยิ่งใช้มาก
ก็ยิ่งต้องไปทำงานให้มันหนักขึ้น เพื่อที่จะบำรุงความรักให้คงอยู่

แต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่า ต้องใช้ “เวลา” ในการทำงาน เพื่อ ผลิต “เงิน” สำหรับไปหา “ความรัก”

        เท่านั้นแม่งยังไม่จบ relationshipวงจรอุบาทว์นี้ยังมีอีกตัวแปรหนึ่งที่สำคัญสุดๆ
นั่นก็คือ “ความฝัน” ของคนแต่ละคนที่มี และวาดเอาไว้ว่าอยากทำ จะต้องได้ทำ
ซึ่งสิ่งที่ขวางทางความฝันอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องงาน เพราะต้อง

        ทำงาน คนเราจึงไม่มีเวลาและโอกาสจะไปทำตามฝันได้ ถ้าจะไปตามฝัน
แล้วไม่มีงาน ไม่มีแดก ไม่มีเงิน ชีวิตก็จบเหมือนกัน นั่นยิ่งพังใหญ่
เพราะความรักก็จะจากคุณไปด้วย

แต่จะให้ใช้ชีวิตแบบไม่มีความฝันเลย มันก็คงเป็นชีวิตที่น่าเศร้าและแห้งแล้งพอควร

        ผมมาลองวิเคราะห์ดูเล่นๆแล้ว ทั้ง4อย่าง งาน เงิน ความฝัน ความรัก
สิ่งเดียวที่น้ำหนักน้อยสุดและคนหลายคนเลือกที่จะยอมทิ้งมันได้ คือ “ความฝัน”
ยอมทิ้งฝันตัวเองเพื่อทำงาน หาเงิน เพื่อความรักและอนาคต แต่สุดท้าย ในทางกลับกัน
ตัวที่สำคัญที่สุดในcycleนี้ ก็คือ “เงิน” ซึ่งนั่นก็เท่ากับ “งาน” นั่นเอง ผมชอบเพลงนี้มากตรงที่
ในเนื้อเพลงท่อนหนึ่ง มันมีคำว่า “งาน” แต่ไม่ได้แปลว่างาน “งาน” นั้นคือ “ความรัก”
ซึ่งมันคือ แต่งงาน นั่นเอง

       ย้อนกลับมาที่ตัวเพลง เริ่มต้นก่อน คำว่า Active Income มันคือรายได้ที่เราต้องออกไปทำมัน
ถึงจะได้มา คือสิ่งที่ต้องทำ ต้องactive นั่นแหละคือความหมายของเพลงๆนี้
คือ “ถ้าอยากจะได้ ก็ต้องออกไปทำ” ซึ่งมันคือทั้ง4อย่างในเพลงนี้เลยคือ งาน เงิน ความฝัน ความรัก
ทุกอย่างต้องออกไปทำถึงจะได้ อยากได้เงิน ต้องทำงาน / อยากได้ความรัก คุณก็ต้องทำงาน
(เพื่อเอาเงินมารักษาความรัก) / อยากทำตามฝัน ก็ต้องไปทำงานเหมือนกัน เอาตังไปทำตามฝัน
และออกไปทำฝันด้วย / ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ต้องทำ ซึ่งมันก็เกี่ยวโยงกันอยู่4อย่างในชีวิตเรานี่แหละ
เพลงนี้จะตรงกันข้ามกับอีกอย่างหนึ่งที่พวกแวดวงนักลงทุนเขามักชอบเอามาพูดกันบ่อยๆก็คือพวก
Passive Income ที่หลายใฝ่ฝันว่าจะมี แต่สุดท้ายไอ้passiveที่ว่ามันไม่มีจริงหรอกครับ
ยังไงก็ต้องไป active ก่อนอยู่ดี รายได้แบบที่ไม่ต้องออกไปทำมันไม่มีหรอก
แต่มันงอกเงยมาจากสิ่งที่เราทำไว้ วางไว้ต่างหาก

        นั่นคือคอนเซปต์ และเนื้อหาของเพลง ที่Lyricมันก็ไม่ได้ยาวเหมือนที่ผมเขียนหรอก
แต่ประเด็นมันหนักหน่วงมากชนิดที่เรียกว่า เขียนออกมาได้ขนาดนี้ และผมค่อนข้างมั่นใจว่า
ทุกคนที่เผชิญหน้าภาวะนี้ ล้วนแล้วแต่ต้องแบกรับภาระความ “เครียด” ไว้กับชีวิตของตัวเองพอควร
เพราะนี่แม่งเรื่องจริง ภูมิจิตเขียนเพลงออกมาได้โคตรจริง และกระแทกความรู้สึกคนฟังสุดๆเลย
แต่การถ่ายทอดในเพลงๆนี้ “Active Income” ภูมิจิตเพียงแค่จะนำเสนอในแง่ของ
อุปสรรคความเกี่ยวเนื่องของ4สิ่งนี้ รัก ฝัน เงิน งาน ตัวของคนในเพลงนั้น
“ยังมีความหวังในแง่บวกกับชีวิต” อยู่ในแง่ที่ว่า เขากำลัง “พยายาม” จะก้าวผ่านมันไปให้ได้
เพื่อคนรัก เพื่อความรักของเขา

ฟังแล้วมันมีความหวัง ไม่ได้ฟังแล้วหนักอึ้ง หรือหดหู่

        ในภาคของเพลง ดนตรี ผมฟังแล้วชอบมาก มันทำให้รู้สึกเหมือนตัวเอง
โดนย้อนไปฟังเพลงยุคอัลเทอร์เนทีฟครองเมืองจริงๆ ใครผ่านยุคนั้นมาคงจะเข้าใจดี
งานของภูมิจิตชุดนี้ทำให้ได้กลิ่นอายยุคนั้นมากๆ มันมีความดิบ ผสมความนัวร์อยู่ในตัว
ปนกับความเป็นอินดี้ แต่ด้วยเนื้อหาที่คม มาเจอกับคำร้องธรรมดาๆง่ายๆเข้าใจง่าย
มันเลยเสพง่าย ผมว่าเขาประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดสารในเพลงให้คนฟังมากๆ
บอกตรงๆว่า ชื่อเพลงไม่ได้ดึงดูดให้ผมฟังเลย เพลงอะไรวะ Active Income แต่ก็อยากรู้ว่า
มันจะเป็นเพลงเกี่ยวกับอะไร แต่พอฟังแล้วปุ๊บ

โอ้โห นี่ภูมิจิตมาจากจักรวาล DC รึเปล่าวะ ดาร์คจิ๊บเป๋ง!!!!! 

Close [×]