“หนังฮีโร่ที่ชิลที่สุด เป็นมิตรกับครอบครัวและต่อมฮาผู้ชม” [7.5/10] รีวิว "Ant-Man and the Wasp" [สปอยล์]

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

“หนังฮีโร่ที่ชิลที่สุด เป็นมิตรกับครอบครัวและต่อมฮาผู้ชม”
[7.5/10] รีวิว "Ant-Man and the Wasp" [สปอยล์]

 

 

        ในบรรดาหนังฮีโร่ทั้งหลายของมาร์เวล ผู้ชมที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ก็จะทราบกันดีอยู่แล้วว่า
ฮีโร่แต่ละคนก็จะมีธีมหนังของตัวเองแตกต่างกันออกไป ซึ่งหนึ่งในนั้นคือมนุษย์มด Ant-Man คนนี้
ที่โทนหนังจะออกมาเป็นหนังครอบครัว ฮีโร่รอมคอม ตลกโรแมนติคดูง่าย ไม่มีพิษมีภัย และน่ารัก
ซึ่งใน "Ant-Man and the Wasp" ที่เป็นภาคต่อของแอนท์แมนนี้ ก็ยังคงคอนเซปต์ความเรียบง่ายนี้เอาไว้
แต่ไม่ได้หมายความว่านี่คือหนังกระจอกไม่ลงทุน ไม่น่าเสียเวลาดูแต่อย่างใด เพราะยังคงมาตรฐานสูง
ของหนังมาร์เวลไว้อย่างดีที่ทำออกมาทุกเรื่องก็มีคุณภาพ ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป

คำนิยามง่ายๆให้แอนท์แมนคือ “หนังฮีโร่ที่ชิล และเป็นมิตรกับครอบครัวที่สุดเท่าที่เคยดูมา”

      คะแนน 7.5 อาจจะไม่ได้ดูสูงเป็นหนังเทพที่ต้องห้ามพลาด สุดยอด ฯลฯ แต่ที่แน่ๆคือ
แฟนมาร์เวลยังไงก็ต้องดู 100% เพราะงั้นเหล่าคนผู้แห่กันไปดู Infinity Warและยังประทับใจกับลุงมันม่วงอยู่ (ฮา)
ก็จำเป็นจะต้องยกโขยงกันมาดูแอนท์แมนต่อแน่นอน และแฟนเดนตายหลายคนคงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า
แอนท์แมนนี่แหละ อาจจะเป็นหนึ่งในสิบสี่ล้านความเป็นไปได้ ผู้ซึ่งเป็นคีย์แมนของวิธีการจัดการกับธานอส
ก็อาจจะเป็นเขานี่แหละ จะล้มช้าง ล้ม”ยักษ์” สักตัวอย่างธานอส บางครั้งสิ่งที่เล็กกว่ายักษ์มากๆ
ก็อาจจะฆ่ายักษ์ทั้งตัวตายได้

       พูดถึง "Ant-Man and the Wasp" กันก่อน หนังเรื่องนี้ให้คะแนน 7.5 ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว
มันอาจจะไม่ได้เทพมากพอจะ 8 เพราะด้วยจุดด้อยหลายๆอย่าง เช่น ฉากต่อสู้ บู๊ แอคชั่น มันน้อยไปหน่อย
และไม่สะใจแฟนบอยเท่าไหร่นัก ไม่มีฉากที่อู้หูว สุดยอดอะไรมากมาย ฉากดีๆก็ออกมาในtrailer เยอะแล้ว
นี่คือจุดด้อยที่สุดของหนังเรื่องนี้ จึงตัดคะแนนไปค่อนข้างเยอะ เพราะยังไงเสีย หนังฮีโร่
ก็ควรจะมีความมันส์ให้เหล่าเด็กผู้ชายได้ดูกันเยอะๆหน่อย อาจจะเป็น

         เพราะวายร้ายเป็นผู้หญิงด้วยภาคนี้ มันก็เลยต่อสู้กันไม่ถึงพริกถึงขิงเท่าไหร่ แว้บไปแว้บมา
กระโดดเตะต่อยกันพอเป็นน้ำจิ้มเท่านั้นเอง มันเลยขาดความประทับใจด้านซีนแอคชั่นไปหน่อย ไปไม่สุด

           นั่นคือข้อเสียที่เป็นเรื่องใหญ่พอควร แต่ก็ยังมีด้านอื่นๆของหนังที่ช่วยกลบและเสริมทำให้เรายังรู้สึกฟิน
และมีความสุขกับหนังได้จนให้คะแนนผ่านสำหรับเรื่องนี้ นั่นก็คือ 1. ความฮา อยากบอกว่า
"Ant-Man and the Wasp" เป็นหนังที่ฮาจริง บันเทิงทั้งเรื่องที่หยอดมุกเข้ามายังส่วนต่างๆ และก็ทำได้ดี
กลมกล่อม ไม่ได้ทำลายอารมณ์หรือความไหลลื่นของหนัง จังหวะในการใส่มุกตลกเข้ามาของผู้กำกับถือว่าทำได้ดี
เพลินมาก ฮามาก มันอาจจะไม่ได้ตลกน้ำตาไหลถึงขนาดแก๊งค์สามช่าอะไร แต่ตลกแน่ๆละ
มันชวนให้อมยิ้มได้ตลอดทุกมุก บางมุกก็ฮาก๊ากออกมาในโรงเลยก็มี เรื่องมุกตลกนี่คะแนน10/10ไปเลย
หนังฮาได้จังหวะมากๆ อันนี้ชอบ (แก๊งค์สามช่าลูอิสนี่อย่างฮามาก ใครดูภาคแรกคงรู้ดี)

 


 

        ส่วนประเด็นที่สองก็คือจุดแข็งของเรื่อง นั่นคือความโรแมนติค ความน่ารักของการเป็นหนัง
ที่มีเมนหลักคือความรักและความสัมพันธ์ของครอบครัว โดยเฉพาะเมนพ่อกับลูก(สาว) นั้นถือว่าทำได้ดี
และดูแล้วมีความสุขไปด้วย ด้วยการที่มันเป็นฮีโร่ในระดับ อบต สเกลครอบครัวของแอนท์แมน
มันจึงมีความ “Real” อยู่ในตัวด้วยในแง่ของความเป็นมนุษย์ธรรมดาๆคนนึง ที่ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว
ไม่ต้องไปห่วงการช่วยโลกช่วยจักรวาลแบบเข้มข้นเหมือนเหล่าอเวนเจอร์คนอื่นๆ ดังนั้นสก็อต แลงก์
จึงมีความfriendly กับผู้ชมได้ง่ายโดยไม่รู้ตัวด้วยความที่สัมผัสง่าย เข้าใจง่าย และมาดกวนๆตลกๆในหนังของแก
การแสดงของพอล รัดด์ น่ารักมากจริงๆ และดูอบอุ่น ทำให้แฟนๆอินไปกับความเป็น daddy ที่น่ารักของแคสซี่จริงๆ
พอพอล รัดด์เล่นได้ดีแล้ว ประเด็นความเป็นหนังครอบครัว โรแมนติคคอมเมอดี้ มันจึงมีความชัดเจน
และเข้าเป้ามากขึ้นกว่าเดิมอีก ตรงนี้ยกให้กับการแสดงของรัดด์จริงๆที่ทำให้หนังมัน “ชิล” และดูสบายๆเพลินๆได้ขนาดนี้

 

 

ยังไงก็คุ้มค่าตั๋วแน่นอนกับการเข้าไปดูในโรง

        ซึ่งสามเรื่องนี้ก็เป็นประเด็นหลักๆของ "Ant-Man and the Wasp" คือ ตัดคะแนนเรื่อง บทแอ็คชั่น ที่ไม่ค่อยสุดเท่าไหร่ออกไป แต่ทดแทนด้วย ความตลก ฮา ของหนัง และความเป็นหนังครอบครัวดูสบายๆ ทำให้เรื่องนี้เป็นหนังที่ยังไงก็ต้องดู โดยเฉพาะแฟนมาร์เวลเดนตาย ใครที่คิดจะข้ามไป บอกเลยว่าอย่า เพราะจะพลาดแน่ เอ็งก็รู้ไม่ใช่เรอะว่านี่มันเป็นคีย์แมนของ A4 แน่ๆล่ะ ว่าด้วยเรื่องแรกก่อน คือฉาก End Credit ที่สก็อต เข้าไปในมิติควอนตัม ในขณะนั้นเหตุการณ์ของทางอเวนเจอร์ VS ธานอส กำลังระอุเลย ธอร์น่าจะกำลังเขวี้ยงขวานไปสับกระบาลธานอสอยู่ ตอนที่แลงก์กำลังเก็บพวกอนุภาคในมิติควอนตัมออกมา และจังหวะที่แลงก์อยู่ในมิตินั้น ก็ตรงกันเป๊ะกับวินาทีที่ ธานอสดีดนิ้วพอดี อย่างที่ได้ดูกัน แน่นอนว่าจังหวะนี้แหละอาจจะเป็นคีย์ของ 1 ใน 14ล้านความเป็นไปได้ที่จะเอาชนะธานอสได้ ก็คือการที่แลงก์ไปอยู่มิติอื่น และคิดว่าการที่เขาไม่ได้โดนดีดนิ้วหายไป แต่ครอบครัวแฮงก์ โฮป เจเน็ต อีกสามคนหายเกลี้ยง ก็น่าจะเป็นเรื่องนี้แน่นอนว่า มิติควอนตัม มันคือภพ คือมิติจักรวาลอื่นที่อยู่คนละจักรวาลกับของโลกปกติ ดังนั้นพลังทำลายล้างครึ่งจักรวาลของInfinity Gem จึงไม่ส่งไปถึงมิติควอนตัมแหงๆ
 

 


 

        เดาไว้ประการแรกเบื้องต้นน่าจะเป็นเช่นนี้ เพราะว่ามิติควอนตัมอาจจะเป็นไม้ตายได้ 
นอกจากการไม่โดนผลกระทบของพลังแล้ว ยังเกี่ยวกันกับเรื่องการย้อนเวลา หรือเร่งเวลา
ไปโผล่ในอนาคตอีกต่างหาก จากภาพกองถ่ายที่ได้เห็น พอล รัดด์ อยู่กับเหล่าอเวนเจอร์ชุดดั้งเดิม
จาก A1 และหรือไปพบคนบางคนอย่างโทนี่ ในอนาคต น่าจะทำให้เขาได้ภารกิจการย้อนเวลาไปหาวิธีจัดการกับธานอส
ก่อนที่เรื่องราวจะถึงปัจจุบันที่หายไปครึ่งจักรวาลแน่ๆ ดังนั้นจะเห็นได้ชัดว่า ยังไง Ant-Man ก็ตัวสำคัญใน A4 อย่างแน่นอน
แม้จะมาเป็นตัวละครลับ ไม่ได้ยืนเด่น แต่ความสำคัญไม่น้อยแน่ๆละ

        สรุปทั้งหมดทั้งมวล "Ant-Man and the Wasp" เป็นหนังฮีโร่ที่ยังไงแฟนมาร์เวลก็ไม่ควรจะพลาดด้วยประการทั้งปวง
เพราะทุกอย่างในเรื่องนี้มีผลกระทบ และจะเป็นกุญแจสำคัญในการปราบธานอสในภายภาคหน้าแน่นอน
ยังไม่รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะได้กัปตันมาร์เวล จะมาพาสก็อตออกจากมิติควอนตัมอีกด้วยซ้ำ
เรื่องนี้สำคัญแน่นอน ตัวหนังเป็นหนังฮีโร่ธีมโรแมนติคคอมเมอดี้แนวครอบครัว ดูได้ทุกเพศทุกวัย
เหมาะกับการพาลูกหลานเข้าไปดูได้ คนโตก็สามารถเข้าไปปล่อยอารมณ์
ใช้เวลา2ชั่วโมงชิลๆ สบายๆในโรงหนัง หัวเราะไป ประทับใจไป ตื่นเต้นสนุกสนานไปได้ตลอดจนจบเรื่อง
และรวมถึง Post-Credit ที่ต้องบอกว่า สายแข็งควรรอดู หรือจะไม่รอดูก็ได้ (ฮา)
หนังเรื่องนี้แม้จะไม่ได้ดีเลิศ แต่ถ้าไม่ได้ดูบอกเลยว่า

เสียดายแทน

Close [×]