“Active Income เป็นเพลงรัก”

บทความโดย : YOU2PLAY

 
"ภูมิจิต" ชวนคนฟังเผชิญหน้าความจริงด้วยความหวังผ่านเพลง "Active Income”
 
 
Active Income เป็นเพลงรัก” 
 
       ประโยคข้างต้น คือ คำอธิบายสั้นๆ จากภูมิจิต เมื่อพูดถึงซิงเกิ้ลที่ 2 จากอัลบั้ม Mid : Life ของพวกเขาในสังกัดสนามหลวงมิวสิก
ที่ชื่อเพลงอาจจะไม่ได้ทำให้นึกถึงเรื่องความรักในครั้งแรกที่ได้ยิน 
 
แต่ถ้าอธิบายกันแบบยาวๆ เพลง Active Income ของ พุฒิ-พุฒิยศ ผลชีวิน (ร้องนำ, กีตาร์), กานต์-เกษม จรรยาวรวงศ์ (กีตาร์), แม็ก-อาสนัย อาตม์สกุล (กลอง) และบอม-ธิตินันท์ จันทร์แต่งผล (เบส) เป็นเพลงรักในวัยที่ทั้งสี่คนเติบโตแล้ว ความรักในวัยนี้จึงเป็นเรื่องของการทำงานหนักเพื่อให้คนที่รักมีความสุขและเป็นเรื่องของการสร้างความมั่นคงในทุกมิติของชีวิต ต่างจากในวัยรุ่นที่เป็นความรักแบบโลกนี้มีแค่เธอกับฉัน
 
     “สมัยวัยรุ่นมันเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถเลือกอะไรสักอย่างได้ จะเลือกความรักหรือความฝันก็เลือกได้เต็มที่ แต่พอถึงจุดนี้เราพบว่าเราไม่สามารถเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จพร้อมๆ กัน เพลงนี้แต่งขึ้นในช่วงที่เราเริ่มทำงานจริงจังมากขึ้น แต่ขณะที่ทำงานหนัก มันก็มีหลายอย่างที่เราจะต้องดูแลด้วย ทั้งครอบครัว คนรัก เงิน และความฝัน มันเป็นเรื่องยากในการทำช่วงเวลาเหล่านี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี” พุฒิเล่าถึงที่มาของเพลง ซึ่งเป็นโจทย์ชีวิตที่คนวัยกลางคนเช่นเดียวกับภูมิจิตน่าจะเผชิญอยู่เช่นกัน 
 
     พุฒิ นักร้องนำซึ่งรับหน้าที่แต่งเพลงยังเล่าเพิ่มอีกว่า “จริงๆ แล้วในท่อนที่ผมตะโกนว่า “active income” มันคือการหาคำมาตะโกนแทนคำว่า ‘เหนื่อยจังเลยโว้ย’ เพราะผมแต่งเพลงนี้ไว้เมื่อ 3 ปีก่อนซึ่งเป็นช่วงที่ผมทำงานเลิกเกือบเที่ยงคืนทุกวันอยู่เกือบปี เป็นช่วงที่เหนื่อยมากและกลัวว่าถ้าเราล้ม มันจะทำให้มิติอื่นๆ ในชีวิตล้มไปด้วย แต่ผมก็พยายามทำทุกอย่าง เพราะยังอยากเก็บภูมิจิตที่เป็นความฝันของผมไว้” 
 
     การเปิดเพลงด้วยท่อนแรกที่ร้องว่า “เธออยู่ไกลจะให้ขับรถไปก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง งานกับเงินถ้าไม่มีโอทีก็ไม่มีเงินไปหาเธอ...” ไม่ใช่แค่เพียงการถ่ายทอดความรู้สึกจากเรื่องราวในชีวิตเท่านั้น แต่ยังเป็นเอกลักษณ์ของภูมิจิตที่เลือกทำเพลงซึ่งเป็นตัวแทนของการเผชิญหน้าความจริงด้วยความหวัง
  
     “หลายคนมักจะบอกว่าวงเราชอบพูดความจริง แต่จริง ๆ เรารู้สึกว่าเราแค่มองปัญหาด้วยพลังและความหวังว่าจะก้าวต่อไปให้ดีขึ้น การเอาความจริงมาพูดมันมีหลายแบบ และหลายครั้งการพูดความจริงมันคือการบอกว่าอะไรถูก อะไรผิด แต่เราอยากบอกว่าจากจุดนี้จะทำให้อะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง ภูมิจิตคือการกล้าหาญที่จะเผชิญหน้า การมีความหวัง และการสร้างพลัง ทั้งสามอย่างนี้เป็นสิ่งที่เราพอจะสื่อสารให้คนฟังของเราได้”  นั่นคือความเป็นภูมิจิตสำหรับพวกเขา
 
     ถ้าเพลงของภูมิจิตเป็นกระจกสะท้อนชีวิตและมุมมองต่อเรื่องที่เจอ สิ่งหนึ่งที่คนฟังน่าจะบอกได้ผ่านการฟังเพลงของภูมิจิตก็คือ กว่าจะเดินทางมาถึงอัลบั้มชุดที่ 3 อย่าง Mid : Life ชีวิตของศิลปินกลุ่มนี้ไม่ได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาหมดหวัง โดยพุฒิพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ผมต้องขอบคุณที่ชีวิตเป็นอย่างนี้ เพราะถ้าชีวิตราบรื่น ง่ายดาย ผมคงไม่สามารถเขียนเพลงที่มีเรื่องราวเข้มข้นขนาดนี้ได้ ผมคิดว่าโจทย์พวกนี้มันเป็นเรื่องที่ส่งมาให้ผมเรียนรู้คนเดียว แต่การที่ผมพยายามจะเขียนออกมาเป็นเพลง  มันมีข้อดีตรงที่ว่าถ้าวันหนึ่งใครมาเจอปัญหาเดียวกันกับผม ผมอยากให้รู้ว่ามีใครสักคนก็เคยเจอปัญหานี้”
 
“แล้วเราจะผ่านไปด้วยกัน”
 
 
 
 
 
 
 
 
Close [×]