รีวิวอัลบั้ม The Yers – CRY ดนตรีที่ถูกลดทอน กลับยิ่งแสดงเนื้อแท้ชัดเจนและกรีดลึกกว่าเคย

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

รีวิวอัลบั้ม The Yers – CRY ดนตรีที่ถูกลดทอน กลับยิ่งแสดงเนื้อแท้ชัดเจนและกรีดลึกกว่าเคย
 


     หลังจากที่ได้เห็นซิงเกิลใหม่ๆของ The Yers ที่ปล่อยมาในระยะหลังๆ ไล่ตั้งแต่ พายุหมุน เรื่อยมาจนถึงเพลงที่โดนสุดๆอย่าง เกลียด และล่าสุดกับ เสียง ทำให้เราพอจะรู้และเดาทางของผลงานอัลบั้มใหม่เอาไว้ว่าน่าจะเป็นอัลบั้มที่ลดทอนภาคดนตรีที่เดิมจัดหนักจัดเต็มกันมาจากชุดที่แล้ว YOU (น่าจะสะใจในความเจ็บปวดกันมามากพอแล้ว) มาในชุดนี้The Yers จะลดรายละเอียดยุ่บยั่บทั้งหลายให้มันกลายเป็นความดิบของซาวด์ดนตรีสดๆ เล่นกันด้วยมือเพียวๆแบบอะคูสติกมากขึ้น และก็เป็นเช่นนั้นตามการคาดเดาเมื่ออัลบั้มเต็มได้ออกมาแล้วมีชื่อว่า CRY เป็นอัลบั้มที่เหมือนเป็นspaceให้กับ The Yers ได้พักบ้างในระหว่างที่เพิ่งจะโปรโมทอัลบั้มหลักๆไปได้ไม่นาน แต่การที่จะยังคงให้วงได้ออกผลงานมาอยู่ด้วย ดังนั้นงานพิเศษเวอร์ชั่นอะคูสติกชุดนี้จึงเป็นเหมือนการพักผ่อนให้วงได้ทำอะไรเบาๆบ้าง

แต่ดูเหมือนว่าการพักครั้งนี้มันจะยอดเยี่ยมไม่ได้แพ้อัลบั้มหลักเลยซะด้วยซ้ำ

      เท่าที่ไปดูบทสัมภาษณ์มา ดูเหมือนว่าทางวงจะใส่เพลงใหม่มาในปริมาณที่เยอะกว่าเดิม ดังนั้นเราจึงได้ฟังอะไรดีๆเพิ่มมากขึ้นจากเพลงเก่าๆ ขณะเดียวกัน เพลงเก่าที่ถูกหยิบนำมาทำ มันก็ดันดีมากๆซะยังงั้น บางเพลงดีกว่าเวอร์ชั่น originalซะอีกในความคิดของเรา ดังนั้นผลลัพธ์ของอัลบั้ม CRY นี้ไม่ว่าทางวงจะคาดหวังไว้อย่างไรในเบื้องต้น แต่คุณเชื่อเถอะว่า อัลบั้มนี้มันดีจริงๆจนแฟนเพลงประทับใจกับมันมากเหมือนเป็นอัลบั้มใหม่เจ๋งๆชุดนึงเลย เพราะผมเองก็ยังคิดและเชื่อว่า นี่คืออัลบั้มทำใหม่แกะกล่องทั้งหมด แม้กระทั่งเพลงเก่าก็ตาม แต่มันพลิกโฉมหน้ากลายเป็นเหมือนเพลงอื่น ที่ไม่ใช่เพลงเดิมเลย เอาง่ายๆไม่ใช่แค่ว่าดนตรีที่เปลี่ยน (มันก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้วล่ะวะ) แต่กลายเป็นว่า ฟีลลิ่งของเพลง อารมณ์ของเพลงเก่าบางเพลงในชุดนี้นั้น มันกลายเป็นอย่างอื่นไปเลยที่แฟนเพลงไม่เคยเจอ บางเพลงการตีความเปลี่ยน บางเพลงความหมายเดิม แต่แม่งDeepแบบโหดร้ายกว่าเดิมประมาณ10เท่าได้เหมือนไปมุดหัวร้องไห้อยู่ใต้ก้นบึ้งขุมนรุกขุมสุดท้าย ดังนั้นสามารถพูดได้เลยว่า หากใครจะมองว่ามันเป็นอะคูสติกเพลงเก่าๆมาทำใหม่เปลี่ยนดนตรีเป็นอะคูสติก ก็บอกเลยว่าคิดผิด แม้มันจะเป็นแบบนั้นก็ตามที แต่ลองมาฟังดู จะรู้ว่ามันไม่เหมือนเดิมเลยอย่างสิ้นเชิงในแง่ของผู้เสพงานเพลงของ The Yers ที่คุ้นกับงานเก่าดี
 

      จุดเด่นของอัลบั้มนี้ ที่ผมชอบมากๆ มีสองเรื่องใหญ่ๆคือ 1. ภาคของความรู้สึก อารมณ์เพลง ความหมาย และฟีลลิ่งของเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงแต่งใหม่ หรือเพลงเก่า ทุกเพลงล้วนแล้วแต่สื่อความหมายและอารมณ์ที่ชัดเจนมากชนิดที่เรียกว่าน่าสะพรึงกลัวสำหรับคนชอบฟังเพลงลึกๆแบบผม คือฟังแล้วมันชัดและมันเข้าถึงสิ่งที่เขาพูด สิ่งที่เขา “เจ็บ” จริงๆ ผมก็คิดนะว่า คุณอู๋แกต้องผ่านเรื่องเจ็บหนักมาขนาดไหนวะถึงแต่งเพลงได้ในเลเวลที่สื่อสารได้แบบนี้ เราเองก็เขียนเพลงยังไม่สามารถดีพได้ขนาดนี้เลยนอกจากจะทุ่มตัวเองลงไปอยู่ในหลุมลึกๆแล้วนั่งแต่งเพลงมันอยู่ก้นหลุม ถึงจะได้เพลงแบบนี้ออกมาได้ นั่นแหละผมคิดว่าน่าจะเป็นวิธีการทำงานของเขา

      ส่วนหนึ่งคือการที่เราได้ละความสนใจจากดนตรีไปได้ส่วนนึง ที่ถูกลดลงเป็นอะคูสติกที่ดนตรีบางๆ เบาๆมาเราจึงโฟกัสกับเนื้อหาและทำนอง ความรู้สึกของมันได้ แต่อีกส่วนก็คือ การถ่ายทอดของนักร้องมันทำให้เราเชื่อ และเราเจ็บตามไปจริงๆ มันถูกสลักอยู่ในเนื้อร้องทุกคำอยู่แล้ว ดังนั้นเราสามารถอินกับเพลงของเขาที่อารมณ์มันชัดเจนแบบนี้ได้ง่ายมากๆ เหมือนมีเขามาพูดความรู้สึกในใจให้เราฟังอยู่ข้างๆหูนี่ละ

      จุดเด่นข้อที่2 มันเป็นเรื่องของ less is more คือแทนที่การลดทอนดนตรี จะทำให้เราไม่ต้องโฟกัสกับภาคดนตรีเท่าไรนัก แต่ตรงกันข้าม ผมดันกลับชอบดนตรีของ The Yers ชุดนี้ไม่แพ้กับเพลงชุดปกติที่ใส่ความเหนือชั้นทางรายละเอียดดนตรีมาเต็มข้อแบบนั้นเสียอีก กลายเป็นว่า ผมชอบความดิบ ชอบความเป็นธรรมชาติ ชอบเสียงของเครื่องดนตรีสดๆที่ไม่ต้องใส่เอฟเฟ็คต์อะไรมาเพื่อที่จะบิดเบือนความเป็นธรรมชาติของเครื่องดนตรีนั้นๆ ไม่ต้องฟังเสียงสังเคราะห์ที่ถูกเติมมาในเพลงให้มันใหญ่ แต่เรากลับหลับตาและรู้สึกไปถึงสโตรกการตีคอร์ดทุกจังหวะ ผมได้ยินเสียงเล็บที่เสียดสีกับเส้นกีต้าร์ เสียงนิ้วที่กระทบกับสาย สั่นสะเทือนรวมกัน5สาย6สาย จนรวมเป็นเสียงเดียวที่เพราะและธรรมชาติ กลายเป็นว่าชอบดนตรีอัลบั้มนี้ไปซะยังงั้น และผมรู้สึกว่าการmastering การrecordingของงานชุดนี้ผมว่ามันดีว่ะ เสียงดีมากๆเลยเหมือนพวกพี่แกมานั่งอยู่ใกล้ๆหูนี่เอง

กลายเป็นว่า ลดทอนดนตรี แต่กลับได้ “การเล่นดนตรี” แท้จริงที่เต็มอิ่มและใหญ่ในความรู้สึกมากกว่าเดิมเสียอีก

      นี่คือสองข้อที่ชอบมากๆ ส่วนข้อติ .. ผมไม่อยากจะพูดกลัววงจะเสียใจ แต่ก็คงจะต้องติสักหน่อยว่า ... การที่คุณทำงานออกมาแล้วผมไม่รู้จะเขียนติอะไรนี่มันแย่มากจริงๆ! ไม่รู้สินะ ผมอาจจะเขียนในฐานะแฟนเพลงของวงอยู่แล้ว แต่ถ้าหากใครรู้ ถ้ามีจุดอะไรที่แนะนำได้ตามความรู้สึกเรา เราจะต้องแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์กับวงอยู่แล้ว แต่ตั้งแต่ฟังมานี่ไม่รู้จะหาอะไรมาติจริงๆ เพราะมันเป็นดนตรีที่ดี และทำหน้าที่ได้ครบถ้วนแล้ว ทั้งในแง่ของการสื่อสารความหมายกับคนฟัง และการทำเพลงดนตรีเบาๆ ที่ฟังสบายๆมา บอกเลยว่าโคตรตอบโจทย์ เพราะผมฟังเพลงอัลบั้ม CRY วนไปวนมาหลายสิบรอบได้เพลินๆไม่เบื่อ ฟังแล้วหลับได้เลยเพราะดนตรีมันนุ่ม สบายมากจริงๆ เป็นมิตรกับหูมาก ดีนะพวกเขาไม่ได้ไปตามธีร์ ไชยเดชมาfeaturingด้วย ไม่งั้นได้น็อคกลางเพลงจริงๆ (ฮา)

      เป็นอัลบั้มที่ดีและน่าประทับใจมากจริงๆ ทั้งเพลงใหม่เพลงเก่า ดีหมด ถ้าใครเป็นแฟนเพลงThe Yers คงไม่ต้องพูดอะไรมาก ผมเชื่อว่าคุณฟังเพลงตัวอย่างปราดเดียว คุณจะรู้ทันทีว่างานดี และคงไม่ต้องบอกว่า อัลบั้มแบบนี้คงต้องซื้อเก็บสถานเดียวเท่านั้น ส่วนใครที่ไม่ได้เป็นแฟน หรือไม่ได้ปลื้มThe Yers เป็นพิเศษจากงานชุดเก่าๆที่อาจจะรู้สึกว่ามันเยอะไป หรืออินดี้ไป แรงไป ลองมาฟังชุดนี้ดู มันเป็นเพลงเพราะที่คุณสัมผัสมันได้ง่ายมากจริงๆ แล้วจะชอบ อัลบั้มนี้จริงๆแล้วมีทั้งหมด 11แทร็ค โดยที่2 bonus track เฉพาะCD คือ เทศกาล และ เสียสละ ในเวอร์ชั่นอะคูสติกแบบเยอๆส์ บอกเลยว่า งานโคตรดี เทศกาลนี่ฟังแล้วโคตรชิลจากปกติมันส์ๆ ส่วน เสียสละ นี่ต้องพูดเลยว่างานดีจริงๆ
 

      9เพลงหลัก ไล่ตั้งแต่ CRY และ คลาย มันเป็นเพลงดนตรีบรรเลงเบาๆสบายๆที่มีความลึกอยู่ในตัว สวยงาม แต่เหมือนแสดงถึงความเหนื่อยล้าที่เขาพยายามพยุงตัวเองอยู่ ส่วนแทร็คในอัลบั้มนั้น “อยู่ไหน” เป็นแทร็คที่ดนตรีถือว่ามีดีเทลในการเล่นที่ใกล้เคียงกับเพลงชุดปกติที่สุดแล้วด้วยความที่เป็นเพลงมีจังหวะหน่อย ทำให้เรายังคงได้เสพได้ฟังดนตรีเจ๋งๆของ The Yers ในชุดนี้ด้วย เพียงแค่ว่ามันเป็นเสียงใสๆแบบอะคูสติกนั่นเอง (มีเครื่องสายนะเว้ย) ดนตรีดีมากๆและก็ยังเพราะมากเช่นกัน

      เริ่มมหกรรมความเจ็บปวดต่อมาด้วยเพลง “คิดเอาเอง” มันบีบคั้นให้คนฟังตายช้าๆมากด้วยจังหวะเพลงที่หน่วงช้าๆ ทีละนิดๆ ไม่ฟูมฟายมาก แต่ตายทีละนิดๆ / แอบรอ นี่น่าจะเป็นไฮไลต์ที่เป็นเพลงเก่าจากชุดYou เพลงนึงที่ทุกคนชอบเวอร์ชั่นต้นตำรับ แต่แอบรอเวอร์ชั่นนี้บอกเลยว่า ว้าว แน่ๆ คือมันเซอไพรส์ว่า เพลงๆนั้น มันสามารถมาทำช้าและเปลี่ยนอารมณ์ได้หน้ามือเป็นหลั่งน้ำตาได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ ขยี้จริงๆ และก็เศร้ามากๆซะด้วย ลืมแบบเก่าไปเลย
 


 

     พายุหมุน เพลงนี้ผมว่ามันเจ็บหนัก และบาดลึกที่สุดในอัลบั้มนี้ละ ตามชื่อเพลง ตามเนื้อหาเลย ฟังแล้วรู้สึกได้จริงๆว่า คนเขียนโดนอะไรมาหนักมากขนาดนี้กัน เป็นเพลงที่เหมือนเปิดโปรเจ็คต์นี้ด้วยให้ผมได้รู้ว่า อ๋อเดี๋ยวจะมาแนวนี้สินะ และเพลงนี้ฟังตั้งแต่ปล่อยมาครั้งแรก จนถึงวันที่ชุดเต็มออก มันยังเพราะอยู่ และไม่น่าเบื่อ แต่ตรงข้ามเพลงนี้ยิ่งฟังนานเข้า ยิ่งชอบ จากที่แรกๆก็ชอบประมาณนึงนะ แต่ตอนนี้บอกเลยว่า ชอบมากกกกก

     ความวังเวงในความรู้สึก อบอวลอยู่ตลอดทุกวินาทีในเพลงที่มีชื่อว่า “เสียง” เพลงคนตัวเล็กๆในมุมคนนึงที่อยากจะให้มีใครฟังเขาบ้าง นี่คือซิงเกิลล่าสุดที่เพิ่งจะปล่อยเอ็มวีให้เราได้ดู และเป็นความ positive ที่ถูกซ่อนตัวอยู่ในความลึกของบ่อน้ำตา หากไม่ฟังดีๆจะไม่รู้เลยว่านี่มันเป็นเพลงแห่งความหวังเล็กๆ เพลงด้านบวกด้วย ยิ่งตอกย้ำชัดเมื่อใครได้ดูเอ็มวี ท้ายเอ็มวีคุณจะรู้เลยว่า เพลงนี้มันคือความสุข.. ภายใต้เพลงที่มีหัวฮุคเป็นคำว่าน้ำตารินไหลนั่นละ นอกจากความหมาย ผมว่าผมชอบเสียงกีต้าร์อะคูสติกที่ดีไซน์มาในเพลงนี้มากๆ มันให้บรรยากาศที่เวิ้งว้างไม่มีใครจะสนใจได้ดีจริงๆ โหวงเหวงเหมือนเป็นฝุ่นอยู่คนเดียวกลางอวกาศยังงั้นแหละ แต่ท่อนsoloนี่แอบเจ๋งนะ
 


 

     “เกลียด” คงไม่ต้องมีอะไรบอกว่า นี่น่าจะเป็นเพลงช้าระดับท็อปทรีที่ชอบตลอดกาลของ The Yers และเป็นเพลงที่ติดอยู่ใน Playlistที่ฟังบ่อยๆ ฟังยังไงก็ไม่เบื่อแน่ๆอีกเพลงจนถึงตอนนี้ เป็นอะไรที่เรียกว่า “Perfect” ที่สุดโดยที่ไม่ต้องบรรยายอะไรเยอะๆเลย song speaks by itself ไม่ได้พูดถึงความนิยม ที่มันฮิตชิบหายวายวอดอยู่แล้ว แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือ มันโคตรเพราะ และจังหวะ กรูฟ ไทม์มิ่ง ทุกอย่างลงตัวหมดสำหรับเพลงนี้ ผมรักเพลงนี้สุดๆ 10/10

     ความลับของเงา หากใครเกิดไม่ทันชุดเก่า ลองไปหยิบเวอร์ชั่นoriginalของเพลงนี้มาฟังดู แล้วมาฟังเทียบกับเวอร์ชั่นนี้ .. ผมขออนุญาตบอกว่า ผมชอบเวอร์ชั่นCRYมากกว่า นอกจากว่าจะสื่อสารได้ดีกว่า ตรงกว่า ชัดเจนกว่าoriginalแล้วนั้น ฟีลลิ่งอารมณ์เพลงที่มันถูกนำเสนอออกมา มันหม่นหมองสะใจพวกชอบขังตัวเองไว้ในความหมองหม่นแบบเราจริงๆ (เพื่อที่จะได้ฟังเพลงเจ็บๆได้ไพเราะ!) ดีกว่าของเก่าเยอะมาก โคตรชอบเลย และเกือบจำไม่ได้ว่านี่เพลงเก่า

     โดยรวมแล้ว นี่เป็นอัลบั้มที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง จากที่คิดตอนแรกว่ามันคงเป็นอะคูสติก เล่นเบาๆ ทำแต่เพลงช้าๆหมองๆออกมา ผมคิดแค่นี้จริงๆตอนแรกที่เดาคอนเซปต์อัลบั้ม แต่ไม่น่าเชื่อว่า ความน้อยของมัน กลับกลายเป็นการถ่ายทอดจุดแข็งที่โหดสุดๆของความเป็น The Yers ออกมาได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิมอีก สารภาพตามตรงเลยว่าคิดผิดมหันต์ มีคนข้อความมาหาผมว่า เขาชอบชุดนี้มากกว่าอัลบั้มเก่าเสียอีก ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อ แต่พอมานั่งไล่ฟังทั้งชุดด้วยตัวเองแล้ว ผมเชื่อนะ ทั้งงานเก่าๆ และอัลบั้มนี้ มันดีมากๆในคนละแบบ อยู่ปลายสุดของแต่ละทางเลย แต่ไม่แพ้กันแน่นอน และชุดนี้ก็ไม่ใช่อัลบั้มคั่นเวลาที่จีนี่บังคับให้วงเข็นๆๆออกมาด้วย กลับได้ผลดีทำให้เรารักวงนี้มากกว่าเดิมซะอีก ชุดนี้จะอยู่ในใจคนฟังทุกๆเพลงแน่นอน

      นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ฟังอัลบั้มที่มีเพลงดีๆรวมกันแบบนี้ คิดถึงโลกการฟังเพลงสมัยก่อนจริงๆที่ได้มาอัลบั้มๆนึง เราต้องละเลียดกับมันทั้ง10เพลงจนถึงที่สุด

CRY ก็เป็นแบบนั้นละครับ
 

Close [×]