#ประโยคโคตรบ้านแต่ซ่อนปรัชญาโคตรDeep “แสงสวรรค์” ซิงเกิลใหม่ให้พลังใจและวิธีคิดดีๆจาก Bodyslam

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

#ประโยคโคตรบ้านแต่ซ่อนปรัชญาโคตรDeep “แสงสวรรค์” ซิงเกิลใหม่ให้พลังใจและวิธีคิดดีๆจาก Bodyslam

 


 

     ดีใจมากจริงๆนะที่ช่วงนี้ Bodyslam ปล่อยเพลงดีๆออกมาให้เราได้ฟังอย่างต่อเนื่อง และไม่ต้องเสียเวลารอนาน ซิงเกิลที่สามก็ตามมาอย่างเร็ว และเพลงโคตรดีแบบ ดีมากๆ ผมรู้สึกดีใจที่จะได้เขียนรีวิวไปพร้อมๆกับการเสพเนื้อหาของสิ่งที่พวกเขาส่งสารนี้มาให้กับคนฟัง งานใหม่จากอัลบั้มที่7 วิชาตัวเบา มีชื่อเพลงที่เป็นเหมือนแสงที่สามจากบอดี้สแลม เพลงที่มีชื่อว่า “แสงสวรรค์”
 


 

     ว่าด้วยเรื่องของที่มาเพลงนี้ก่อนเลย จากโพสต์เฟซของพี่ไก่ผู้กำกับเอ็มวี(และหนัง2215) หลายๆคนที่มีโอกาสดูหนังคงได้ฟังกันก่อนแล้วเพราะมีในหนังด้วย .. เพลงนี้มาจากช่วงเวลาที่พี่ตูนแกต้องหยุดพัก จากโครงการก้าว วันที่เจ็บนั่นแหละที่ลงไปกองอยู่ข้างทางที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วยคำสั่งหมอ3วัน วันสุดท้ายก่อนวิ่งต่อวันที่25 ซึ่งมันคือ 24-11-60 น่าจะเป็นวันเวลาที่เพลงนี้มันเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ จึงกลายมาเป็นเบอร์โทรปริศนาที่อยู่หลังเสื้อของเมสเสนเจอร์จากสวรรค์ในเอ็มวีนั้นเอง
 


 

     ดังนั้นแรงบันดาลใจและที่มาของเพลงๆนี้ เราจะเห็นได้ชัดเจนว่ามันคือการยอมรับที่จะต้องให้ตัวเองได้พักบ้างของคนทุกคน เมื่อเราเหนื่อยเราล้า เราเจ็บปวด ไม่ว่าจะยังไงคนเราต้องรู้จักการหยุดบ้างหากมันเจอปัญหาหรือสู้ถึงที่สุดแล้ว
 


 

     การหยุด หรือการยอมรับความผิดพลาดบ้าง ล้มบ้าง ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องน่าอายเลย แต่มันคือสิ่งที่เป็นเรื่อง “ธรรมดา” สุดๆของคนทุกคนบนโลกนี้ กลับกัน ยิ่งเข้าใจ ยิ่งรับรู้และยอมรับได้มากเท่าไหร่ เราจะยิ่งกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมและเดินไปข้างหน้าได้เร็วกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ เรื่องนี้เป็นปรัชญาง่ายๆที่อยู่ในชีวิตทุกคนที่อยากให้รับฟังและคิดตาม หากใครที่เป็นนักกีฬาคงจะเข้าใจดี โดยเฉพาะพวกที่ใช้ร่างกายหนักๆ อย่างการวิ่งระยะไกลๆเช่นระดับฮาฟมาราธอน ฟูลมาราธอนขึ้นไป หรือเหล่านักฟุตบอลก็ตาม

     เมื่อใดที่ร่างกายเกิดการบาดเจ็บขึ้นมา สิ่งที่ควรทำที่สุดคือหยุดพักให้เต็มที่ไม่ต้องฝืน นี่คือkeyของเพลงนี้ เพราะถ้าฝืน มันก็ไปได้แค่ช้าๆเพราะเราเจ็บอยู่ และอาจจะเจ็บหนักกว่าเดิมเสียอีก ดังนั้นเราจึงต้องรักษาให้เร็วที่สุดด้วยการหยุดพักไปเลยให้เต็มที่ แล้วถึงเวลาที่พร้อมกลับมาสู้ใหม่ เราจะไปได้เร็วกว่าการที่ฝืนมันไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักหยุด ไม่รู้จักพัก การหยุด การพัก มันสำคัญกับทุกๆอย่างบนโลกนี้ นักกีฬาที่จะวิ่งได้ดี ก็จำเป็นต้องแบ่งเวลาพักผ่อนให้ดีพอๆกับช่วงเวลาซ้อมเหมือนกัน

     เนื้อหาของเพลงนี้ชัดเจนมากชนิดที่ไม่ต้องตีความอะไรเลย ฟังปุ๊บเราจะเห็นภาพทันทีว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องมีการหยุดพักต่อให้อยากจะไปข้างหน้าแค่ไหนก็ตาม ด้วยประโยคง่ายๆอย่าง “รีบขนาดไหนยังต้องเจอไฟแดง” ประโยคโคตรบ้าน แต่ปรัชญาที่ซ่อนอยู่โคตรDeepจริงๆท่อนนี้

      เรื่องนี้มันไปตรงกับอะไรอีกหลายๆอย่าง เช่นเดียวกันกับหลักง่ายๆของพุทธศาสนาที่แม้ว่าเราจะไม่ได้เคร่งอะไรกันขนาดไหน แต่เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินเรื่องทางสายกลางมัชฌิมาปฏิปทา อะไรที่มันตึงมากเกินไป อย่างที่หลายๆคนเข้าใจผิดว่า ชีวิตมันต้องสู้ สู้แม่งให้ถึงที่สุด ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝันเหมือนที่พี่ตูนบอกเอาไว้ .. ต้องสู้ใช่ครับ แต่มันต้องควรอย่าให้ตึงไป หรือหย่อนเกินไป ไม่เอาอะไรเลยสักอย่าง นั่นก็ไม่ไหว เพลงๆนี้เหมือนเป็นหลักของทางสายกลางง่ายๆ แต่สามารถเข้าถึงผู้คนได้จริงๆ ทุกสิ่งที่ผิดพลาด ล้ม เจ็บปวด เราก็แค่พักซะแค่นั้น อย่าไปฝืน

เหนื่อยก็พัก เท่านั้นเอง

     เป็นเนื้อเพลงที่ดีมากๆอย่างที่บอกไป concept ของเพลงนี้มันง่ายๆ แต่ลึกซึ้งอย่างที่บอก เพลงของบอดี้สแลมยังคงสร้างพลังงานดีๆให้กับคนฟังได้อย่างมหาศาล มีคุณค่าและมีอิทธิพลของชีวิตใครหลายๆคน รวมถึงผู้เขียนด้วยก็ได้รับพลังจากBSไม่ต่างกัน โดยเฉพาะเพลงจากอัลบั้มหลังๆที่ดูเหมือนจะฟังยากขึ้นไม่ใช่เพลงรักเหมือนสมัยก่อน แต่อยากบอกว่า ชอบงานยุคหลังมากกว่าซะอีกเพราะมันลุ่มลึกมากขึ้นทั้งเนื้อหา และภาคดนตรีที่พัฒนาขึ้นแบบไม่หยุดยั้ง

     เพลงนี้ก็เช่นกัน ความเป็นร็อคของเพลงนี้ผมรู้สึกว่า มันสดใหม่มากๆ ในขณะเดียวกันก็ได้กลิ่นอายของร็อคยุคนู่นปลายๆ70sมาอีกตะหาก คือกลมกล่อมมากจริงๆมันได้อารมณ์ที่ใหม่มากๆและยังมีรากของความเป็นร็อคอยู่ชัดเจน รายละเอียดดนตรีในเพลงนี้ เพียบไปหมดไม่ว่าจะเป็นไลน์ไหนๆ กลอง เบสกีต้าร์ คีย์บอร์ด มาครบจริงๆ แถมช่วงกลางๆเพลงยังทำสิ่งที่หาดูได้ยากมากๆนั่นคืออยู่ดีๆใส่ท่อนที่มีความเป็นบลูส์จ๋าๆเลยมาอยู่ในกลางเพลงด้วย เคี้ยวมันส์มากๆ (ผมชอบท่อนเสียงร้องเรทโทรของพี่โยกเยกในเอ็มวีมากเลย)
 


 

     เนื้อหาในเอ็มวีก็ตามที่อธิบายไปเรื่องของภาคคอนเซปต์เพลง ง่ายๆก็คือ เพลงแสงสวรรค์ มันเป็นเหมือนหนทางสว่างจากเบื้องบนจากฟากฟ้าที่ชี้ทางให้เราพบทางออกที่ถูกต้อง ผ่านบทเพลงนี้มาเป็นเหมือนสารจากพระเจ้า ถูกนำเสนอออกมาให้เป็นรูปธรรมโดยทูตจากสวรรค์ที่แสดงโดยพี่ชายที่น่ารักอย่างพี่โยกเยก เดินใส่เสื้อmessengerจากสวรรค์ที่มีเบอร์โทรเป็นวันหยุดพักและวันแต่งเพลงนี้ของพี่ตูน เดินนำเพลงๆนี้มามอบให้กับทุกคนที่กำลังเหนื่อยกับการต่อสู้อะไรหลายๆอย่างในชีวิตให้หยุดพักและล้มตัวลงนอนไป เพื่อให้มีกำลังมีแรงกลับมาสู้ใหม่ กลับไปหาที่พักของเรา ไม่ว่าจะเป็นกลับบ้าน ไปหาครอบครัว กลับไปเกาพุงชิสุที่บ้าน หรือไปที่ที่ตัวเองสบายใจเพื่อพักใจพักผ่อนให้เราเข้มแข็งและhpเต็ม เพื่อกลับมาสู้ชีวิตต่อไป
 


 

     ตอนท้ายของเรื่องเราก็ยังได้เห็นเช่นกันว่า แม้กระทั่งวงดนตรีฮีโร่อย่างBodyslamเองพวกเขาก็ต้องแบกและต่อสู้กับอะไรหลายๆอย่างเช่นกัน มีวันเหนื่อยเหมือนเราทุกคนเช่นกัน Bodyslamก็ต้องพักเช่นกัน และสุดท้ายก็เจอพี่โยกเยกจัดการpenta killส่งกลับไปนอนยกตี้5คนกันเลยทีเดียว สื่อความหมายได้ดีมากๆ ผมก็อยากให้BSได้พักเช่นกันถ้าเหนื่อยๆหรืออะไร แต่การที่พวกเขายังทำเพลงดีๆที่ให้กำลังใจและพลังในการสู้ชีวิต แก่คนฟังที่ได้ยินเพลงอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ผมก็ถือว่า เพลงดีๆของBodyslamนี่แหละ คือแสงจากสวรรค์ที่แท้จริง

 


 

เป็นเพลงที่ดีทุกอย่างทั้งดนตรีที่หนักแน่นและสดใหม่จัดเต็ม .. เนื้อหาของเพลงที่เป็นเรื่องง่ายที่สุด แต่ลึกซึ้งและมีคุณค่าที่สุด เอ็มวีภาพโคตรพ่อโคตรแม่สวย ชอบมากก จัดแสงได้ยอดสุดๆ คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากมายแล้วนอกจากแค่ว่า เพลงๆนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่มีคุณค่าที่สุด ของชีวิตใครหลายๆคนที่ได้ฟังเพลงของพวกเขา Bodyslam

สุดท้ายอยากฝากบอกพี่ตูนด้วยว่า ผมรู้ว่าพี่เหนื่อยมาก พี่ก็ต้องพักเยอะๆนะครับ ขอล่ะ ^_^
 

 

Close [×]