วิพากษ์ #ประเทศกูมี ในแง่มุมของ “การฟังเพลง” เพื่อความสุนทรีย์ ตัดเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองออก

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

วิพากษ์ #ประเทศกูมี ในแง่มุมของ “การฟังเพลง” เพื่อความสุนทรีย์ ตัดเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองออก
 


 หลังจากที่เป็นกระแสสังคมกันอย่างฮือฮาและดุเดือดไปแล้ว เราจึงรอให้กระแสซาๆลงไป แล้วค่อยมาเขียนถึงดีกว่าน่าจะปลอดภัยกว่า (ฮา) วันนี้อยากจะเขียนถึงเพลงแร็ปที่ดังที่สุดในวินาทีนี้ คงหนีไม่พ้น ประเทศกูมี จากกลุ่มศิลปินที่รวมกันใช้ชื่อว่า RAP AGAINST DICTATORSHIP ซึ่งหลายๆคนในนั้นแม้จะปิดหน้า แต่ก็มีคนที่เราเหล่านักฟังเพลงรู้จักกันอยู่แล้วแน่นอนเพราะพี่แกก็ไปกันมาหมดแล้วทั้ง The Rapper และ Show me the money นั่นเอง

วันนี้สิ่งที่อยากพูดและเขียนถึง เราจะไม่พูดถึงเพลงนี้ในแง่ของการเมืองใดๆเลยทั้งสิ้น เราจะโยนเรื่องพวกนั้นออก สลายสีเสื้อและมาคุยกันเฉพาะเรื่องของเพลงอย่างเดียวดีกว่า เพราะตัวผู้เขียนเองก็มีความเชื่อทางด้านการเมืองอยู่ และอาจจะเป็นฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกลุ่มที่ทัศนคติแบบเดียวกับเพลงนี้ด้วย แต่ผมเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเลย เพราะผมมองเพลงๆนี้เป็น “บทเพลง” ดีๆเพลงหนึ่งเท่านั้น

มันคืองานศิลปะแห่งการถ่ายทอดเนื้อหาเพียงเท่านั้นเอง
 


 

เพลงมันก็คือเพลง มันไม่ใช่สงคราม ดังนั้นถ้าผู้หลักผู้ใหญ่จะคิดว่าเพลงนี้มันสั่นคลอนต่อความมั่นคง หรือสถานการณ์ปัจจุบัน ผมคิดว่า เพลงนี้มันยังห่างไกลเรื่องที่ว่านั่นเยอะ ถ้าไม่ได้ลงมาโฟกัสและมีปัญหา มันจะไม่ได้สร้างปัญหาอะไรเลยด้วยซ้ำ เชื่อผมเถอะครับ นี่มันก็เป็นแค่เพลงสะท้อนสังคมธรรมดาๆเพลงหนึ่งเท่านั้นเอง

ทีนี้ เรามาพูดในเรื่องของตัวเพลงเพลงนี้โดยเฉพาะกันบ้าง แรกเริ่มคือ เพลงนี้ “ประเทศกูมี” เป็นเพลงที่ประกอบไปด้วยแร็ปเปอร์หลายๆคน มาร่วมกันร้องในเพลงนี้เพลงเดียว ในมุมของนักฟังเพลงที่ชอบเสพเพลงแร็พในยุคใหม่ๆนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจ จากที่กระแสเพลงแร็พในบ้านเรากำลังมา การได้เห็นคาแรคเตอร์ของแร็ปเปอร์หลายๆคนมารวมกันในเพลงเดียว ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

ถ้าปี2540มีThe Next 2561ก็มี Rap Against Dictatorship นั่นแหละ เปรียบให้เห็นภาพง่ายๆนะ
 


 

หลายๆคนในนั้นเราก็รู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น NLตื้ดZ / K. ตื้ดlet หรือ dif ตื้ด ก็ตามที (ฮา) คนตามเพลงแร็ปบ่อยๆก็พอจะคุ้นหน้ากันอยู่บ้างอยู่แล้วเพราะถ้าจะปิดหน้าตากันจริงๆก็คงจะไม่โผล่มาในเอ็มวีกันหรอก ดังนั้นเรื่องการรวมตัวของแร็ปเปอร์หลายๆเบอร์ เพลงนี้ถือว่าน่าสนใจมาก

ในส่วนของบีทเพลง ผมว่าบีทเพลงนี้กำลังดี มันมีความดุดัน หนักแน่นอยู่ในตัว ค่อนข้างรับกับเนื้อหาหนักๆของเพลงอยู่แล้ว สามารถฟังได้เรื่อยๆ แต่ที่ชอบคือช่วงโซโล่กีต้าร์กลางเพลง มันช่วยทำให้เพลงนี้มีสัดส่วนของดนตรีเพิ่มขึ้นมากกว่าการมาสาดแร็พใส่บีทอย่างเดียวรัวๆ ซึ่งดีมากๆ

เพลงนี้มีความบันเทิงของการเสพเพลงแร็พอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ในฐานะคนที่ชอบฟังเพลงแร็พยุคใหม่ๆ การแร็พในเพลงนี้ผมบอกเลยว่า ให้ 10/10 คือหลายๆคนที่มา อาจจะสกิลflip flowอาจจะไม่เท่ากัน แต่โดยรวมแล้วทุกคนสกิลดีมากๆโดยรวม และการแร็พของพวกเขามันทำให้ผมเชื่อในเพลงได้มากๆว่า พวกเขาคิดและจะสื่อแบบไหนจริงๆ กระแทกกระทั้นอารมณ์ที่คำไหน เรียกง่ายๆว่าถ้าเป็นนักร้องก็คือ การร้องร้องได้ดีมากๆ สื่อสารฟีลลิ่งเพลงได้ดีจริงๆ และนอกจากการแร็พแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือ ไรม์ในเพลงนี้ แต่งกันมาดีมากจริงๆ
 

คำว่า ไรม์ ที่ว่านี่ มันไม่ได้มีแค่ “ความหมาย” ที่อยู่ในเนื้อเพลง แต่ไรม์ในภาษาแร็พ มันรวมถึงความคมของคำ การไหลการประโยคและชุดศัพท์ ความคล้องจอง การเล่นคำ เล่นความหมาย ทุกอย่างเมื่อรวมกันแล้ว ผมบอกเลยว่า ไรม์ในเพลงนี้ทุกๆบาร์ เขียนได้ดีมากๆทุกคนจริงๆ คือแต่ละคนมีสไตล์การเขียนเฉพาะตัวมากๆ และยิ่งมาแร็พแล้ว มันก็ยิ่งแตกต่างเป็นน้ำจิ้มหลายรสชาติในเพลง

ไรม์เพลงประเทศกูมี ถือเป็นความสวยงามของการเขียนเพลงแร็พอย่างแท้จริง

คือเพลงฮิปฮอปในระยะหลังๆที่ว่ากันว่าดังๆ ถ้าจะให้ยกมาสักเพลงที่ไรม์มันเขียนได้ดีจริงๆ ทั้งความหมาย การเล่นคำ ความสวยงาม ความคมของคำ พันช์ไลน์ ทุกอย่างนั้น เพลงนี้ ประเทศกูมี ถ้าหากตัดประเด็นการเมืองไป นี่คือ

”เพลงแร็พที่ดีที่สุดของยุคนี้” ในแง่ของการเขียนเพลงเลย ผมยืนยัน
 


 

คือนั่งฟังแร็พเพลงนี้บอกเลยว่ามันมันส์มาก ขนาดที่ว่าเราเองก็ไม่ชอบพวกattitudeแย่ๆ พวกที่ทัศนคติติดลบกับบ้านเมือง กับประเทศไทยอย่างเดียว แต่อยากบอกว่า มันไม่ได้เกี่ยวเลย เพราะมันเป็นแค่เพลง และเราสามารถโยกหัวกับเพลงนี้ไปกับการแร็พแต่ละคนได้ โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงเนื้อหาเลยก็ได้ ยิ่งช็อตตอน kตื้ดlet ออกมาแร็พ มันโอลด์สคูลมากๆ กรูฟจังหวะแตกต่างจากของคนอื่นชัดเจน ฟังแล้วโยกตามเลย

ดังนั้น สรุปแล้ว หากจะมองเพลงในกันในแง่ของ “บทเพลง” ที่ฟังเพื่อความบันเทิงแล้ว เพลงนี้เป็นเพลงที่ดีเยี่ยม ที่ทำออกมาได้ดี และแต่ละพาร์ทแต่ละบาร์ เขียนไรม์มาได้ยอดเยี่ยมมากๆ ภาษามันสวย และกรูฟเพลงมันได้จริงๆ ฟังแล้วชอบมากๆ ส่วนในแง่ของความหมายนั้น ก็ไปตีความ และคิดต่อยอดกันเอาเองแต่ละคน แต่ถ้าอยากจะรู้ความเห็นของผู้เขียนจริงๆ ผมก็ยังคิดว่า

“เพลงมันก็คือเพลงมันไม่ใช่สงคราม”

เหมือนเดิม ตัวเพลงนี้มันอาจจะเขียนขึ้นมาด้วยความอคติ หรืออยู่ฝั่งตรงข้ามของรัฐบาล หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เรื่องที่เขียน ไรม์ที่เขียนออกมา มันก็เป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆไปที่มันมีจริง และเกิดขึ้นจริงในบ้านเมืองเราทั้งนั้น อาจจะมีเรื่องที่อคติเกินไปและไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็มีอยู่ในเพลงนี้อยู่เช่นกัน แต่ก็นั่นแหละ มันคือเพลง หลายๆส่วนที่ มีคนมานั่งจี้ทีละท่อนๆๆๆ ว่า ไม่เป็นความจริง ไม่ตรงกับfactบ้างอะไรบ้าง เรื่องนี้ผมว่าค่อนข้างสำคัญมากๆนะเพราะว่ามันเป็นการชี้นำและส่งต่อข้อมูลที่ผิดๆ การบิดเบือนก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่อยากฝากให้เป็นการบ้านต่อไปหากจะมีคนทำแบบนี้อีก เพียงแต่ว่า เราจะเอาการจับผิดทีละท่อนๆ มาใช้กับเรื่องบทเพลงไม่ได้

คนที่ไม่ทราบอาจจะงง แต่สำหรับนักแต่งเพลงอย่างผม ผมจะบอกว่า มันคือสิ่งที่เรียกว่า “ภาษาเพลง”
 


 

บางประโยคบางท่อนมันอาจจะไม่ได้หมายความตรงๆอย่างที่เขาร้องหรอก เพียงแต่ว่า สัมผัส และการใช้ภาษา มันไหลไปเรื่อยๆจนออกมาเป็นประโยคที่เหมาะและสวยงามมากกว่า แต่ไม่ได้หมายความตรงๆแบบนั้น นี่คือสิ่งที่เรียกว่าภาษาเพลงที่คนแต่งอาจจะแต่งไหลไปตามฟีลลิ่งและอารมณ์เท่านั้นเอง อยากให้หลายๆคนเข้าใจเรื่องตรงนี้

และผมอยากให้ทุกคนเสพเพลงนี้ ในแง่ของการที่มันเป็นเพลงเท่านั้นพอ ไม่ใช่เรื่องเครื่องมือทางการเมือง คิดแบบนี้แหละ ถึงจะเรียกว่าปรองดองที่แท้จริง..

ผมอยากให้ทุกคนเองก็ลองลดสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ทั้งสองฝ่าย ผู้ใหญ่เองก็ใจกว้างมากขึ้นหน่อย ไม่ใช่นิดๆหน่อยๆก็จับก็ห้าม ในขณะที่เด็กเองนอกจากมีความห้าวแล้วก็ต้องมองมุมกว้างๆในเวลาเดียวกัน เข้าใจบริบทของประเทศ และเรื่องราวต่างๆอย่างเป็นธรรม ถ้าทั้งสองฝ่ายลดราวาศอกกัน เรื่องแค่นี้จะไม่เป็นปัญหาอะไรเลย

ฟังเพลงให้บันเทิงดีกว่าครับอย่าคิดมาก ^^

Close [×]