รีวิวอัลบั้ม ภูมิจิต MID : LIFE อัลบั้มแห่งการปรับทุกข์ซึ่งกันและกันอย่างมีความสุข ระหว่างคนฟังกับบทเพลง [9.5/10]

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

รีวิวอัลบั้ม ภูมิจิต MID : LIFE อัลบั้มแห่งการปรับทุกข์ซึ่งกันและกันอย่างมีความสุข ระหว่างคนฟังกับบทเพลง [9.5/10]



 

หากเปรียบผลงานอัลบั้ม “MIDLIFE” ของภูมิจิต เป็นอะไรสักอย่าง หลังจากที่ได้นั่งฟังผลงานทั้งอัลบั้มนี้อย่างมีความสุขแล้วนั้น นี่คือชายวัยทำงานที่อายุล่วงผ่านมาระยะหนึ่ง มากพอที่ชีวิตจะได้รับประสบการณ์ทั้งที่ดีๆ และแบบที่มีความผิดหวัง .. เผชิญภาระหน้าที่ที่ดึงเวลาของชีวิตเขาไปอย่างไม่พอดีสัดส่วน แต่ก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมที่จะอยู่กับสิ่งเหล่านี้ต่อไปด้วยความ “เข้าใจ” ในชีวิตคนตามวิถีปกติ และเขาก็มาเล่าสิ่งที่เขาพบเจอให้กับคนฟังได้รับฟัง และปรับทุกข์ ”ซึ่งกันและกัน” นั่นก็คือ ชายคนนี้ (ภูมิจิต : MIDLIFE) และผู้ฟังในวัยใกล้เคียงกัน และพบเจอกับสิ่งต่างๆเหล่านี้ในชีวิตเช่นกัน

หลังจากที่ภูมิจิตย้ายบ้านมาอยู่กับค่ายเพลงที่มีสเกลใหญ่ขึ้นอย่างสนามหลวงมิวสิค นั่นแปลว่าพวกเขากำลังก้าวเดินไปข้างหน้าและพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่างที่ชัดเจนยิ่งกว่าเราให้ได้รู้ว่า ภูมิจิตคือใคร และอยู่ตรงไหน วันนี้ผมสามารถพูดได้เลยว่า เรารู้จักพวกเขาผ่านบทเพลงและตัวตนอย่างแน่นอนถ้าคุณมาลองฟัง ภายในไม่กี่ครั้งที่คุณฟังเพลง จะรู้ทันทีว่า ภูมิจิตคือวงแบบไหน และเป็นเรื่องจริงที่ผมต้องเขียนว่า วงดนตรีสไตล์นี้ กับตลาดบ้านเรา ถ้าคนที่ชอบ ก็จะชอบมากไปเลย ส่วนคนที่ฟังแล้วไม่เก็ท ไม่อิน หรือไม่ถูกจริต การฟังเพลงของภูมิจิตจะเกิดขึ้นครั้งเดียว จากนั้นวางไว้ และก็รอเพลงใหม่ต่อๆไป ที่มันจะโดนใจเขามากกว่านี้ คือถ้าไม่ชอบก็จะไม่หยิบฟังเลยแหละ

แต่ผู้เขียน เป็นกลุ่มคนเล็กๆที่อยู่ในพวกแรก คือชอบเข้าขั้นรักเลย

น้อยครั้งที่ผมจะรีวิวแล้วจะเขียนถึงขั้นนี้ หรือกล้าให้คะแนนถึงขั้นนี้ น้อยมาก แต่ภูมิจิต MIDLIFE เป็นอัลบั้มที่ผมฟังแล้วมันเกิดความสุขกับการฟังงานเพลงดีๆที่มีเนื้อหาลึกซึ้งกับชีวิตผู้ฟัง การได้เสพงานดนตรีที่สวยงามมากๆ ชั้นเชิงดนตรีคือไม่ใช่งานที่ทำออกมาแบบฉาบฉวยเพื่อเรียกยอดไลค์หรือความนิยมระดับล้านวิว แต่พวกเขาทำออกมาอย่างสวยงามมากๆ ส่วนเนื้อหาคงไม่ต้องพูดถึง ว่ามันโดนคนฟังอย่างแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าคนวัยทำงานที่เรื่องราวชีวิต ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเพลง และคนที่ไม่ใช่วัยแบบนี้ แต่ผ่านมาแล้ว ก็สามารถเข้าใจได้เช่นกัน ในขณะที่หนุ่มสาวที่ยังไม่ต้องเข้าสู่ภาวะภาระแบบนี้นั้น การฟังเพลงชุดนี้อาจจะเป็นแบบฝึกหัดย่อมๆให้คุณได้เตรียมใจก่อน ว่าชีวิตจะได้เจออะไรบ้างในภายภาคหน้า

แต่ถึงจะเขียนแบบนี้ก้ตาม อัลบั้มนี้มันไม่ใช่งานที่น่าเบื่อในแง่เนื้อหาเลย อาจจะดูซีเรียส แต่จริงๆไม่ซีเรียส เพราะเนื้อหามันคือเรื่องธรรมดาทั่วๆไป ซิมเปิลๆมาก ที่จริงๆแล้วมันก็คือเรื่องราวความรักรูปแบบหนึ่งด้วยซ้ำ แต่เป็นความรักที่มีปัจจัยของชีวิต และเวลา มาเกี่ยวข้อง ในแง่มุมด้านนี้เท่านั้นเอง ดังนั้น ตลอดเวลาตั้งแต่แทร็คแรกยันแทร็คสุดท้าย ทั้งๆที่ผมได้ฟังเพลงบางเพลงมาก่อนแล้วในรูปแบบซิงเกิล แต่พอมาฟังเป็นอัลบั้มเต็ม รวดเดียวแล้วนั้น

มันทรงพลังมากกว่าเยอะ
 


 

หลังจากที่ผมได้เห็นซิงเกิลปล่อยออกมาประมาณสองสามเพลง ผมเริ่มเห็นทิศทางอัลบั้มนี้และคิดว่า เพลงเหล่านี้น่าจะได้ฟังรวดเดียวจบ แบบเต็มๆอัลบั้ม มันน่าจะสมบูรณ์และดียิ่งขึ้นอีก และเมื่อได้ฟังจริงๆ มันเป็นยิ่งกว่านั้น ประการแรกเลยคือ อัลบั้มนี้ทำให้ความรู้สึกแบบเก่าๆของคนที่อยู่ในยุคสมัยเก่าของการฟังเพลง ได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง นั่นก็คือการฟังทีเดียว ทีละอัลบั้มๆต่อเนื่องไป ย้ำ ว่า ต่อเนื่อง มันจะได้อรรถรสของการฟังเพลงมากกว่าการฟังทีละซิงเกิลๆในยุคนี้เยอะมาก ซึ่งงานชุดนี้ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพลงทุกเพลง มันไม่ใช่เพลงแยกเลย จริงๆแล้วมันเป็น “เนื้อเดียวกัน” ทั้งอัลบั้ม ในก้อนความคิดหนึ่งที่มีประเด็นเรื่องราวของ “เวลา กับ ชีวิต” เป็นตัวแปรหลักที่จะส่งผลต่อเรื่องราวด้านอื่นๆอีกมากมาย โดยที่มีรอยคั่นระหว่างเพลง เป็นแค่การพักกลืนน้ำลายชั่วขณะ แล้วเล่าเรื่องต่อในหัวข้ออื่นๆที่ใกล้เคียงแค่นั้นเอง

ถ้าเปรียบเปรย ผมว่าเป็นหนังสือดีๆ หนึ่งเล่ม ที่เราอ่านแล้ว อยากอ่านรวดเดียวให้จบเล่ม ให้มันเต็มอารมณ์ทีเดียว ทั้งความเศร้า และ การเติมเต็มความคิดความรู้สึก

หนังสือเล่มนี้ MIDLIFE ไม่ใช่หนังสือที่จะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งเลยแม้แต่น้อย ไม่ได้เป็นหนังสือที่สอนใคร แต่เป็นหนังสือที่เล่า ให้ผู้อ่านได้รับรู้และเข้าใจ ว่าเขาพบเจออะไรบ้าง เป็นยังไงบ้าง และก็ชวนคุยทางอ้อมกับคนฟัง ให้ตัวเองนำเรื่องราวของตนมาแชร์ด้วยกัน แต่เป็นการแชร์ในความคิดของคนฟังคนเดียว ไม่ต้องมาInboxในเพจภูมิจิตแล้วส่งข้อความไปเล่านะ (ฮา แต่จะเล่าจริงๆผมว่าทางวงน่าจะดีนะ)

ดังนั้น ในเมื่อผมเปรียบเป็นหนังสือ งานอัลบั้มชุดนี้มันจึงเลยมาไกลกว่าคำว่า เป็นอัลบั้มเพลง อยู่หนึ่งสเต็ป แต่มันเป็นอะไรบางอย่างที่เราสามารถฟังและเสพกับมันได้อย่างมีความสุข ตั้งแต่ต้นจนจบเป็นเนื้อเดียวกัน เช่นเดียวกัน บท

เพลงในอัลบั้มนี้ ทุกเพลงมันร้อยเรียงต่อกันจริงๆ และการวางเพลงในอัลบั้มก็บ่งบอกอยู่ เพลงหลายๆเพลงนั้นเนื้อหาคาบเกี่ยวเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Good job กับ ชีพจร โดยที่มีเพลงเชื่อมต่อคือแทร็คที่ชื่อว่า นาฬิกา ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวของชีวิต กับสิ่งที่ต้องทำอยู่ในปัจจุบัน โดยที่มีตัวแปรเรื่องเวลาชีวิตที่ต้องสูญเสียไป.. เราอาจจะมีนาฬิกาแพงๆ ซึ่งเปรียบเปรยกับเงิน แต่ เวลาก็ขาดหายไปเช่นกัน

Drama-addict และ จริงๆ คือสองแทร็คที่พูดถึงเรื่องราวของสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัวว่า ในโลกเราต้องเจอกับอะไรบ้างในชีวิต ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ และการนำเอาตัวเราเข้าไปวุ่นวายในเรื่องราวเหล่านั้น ผ่านประเด็นดราม่าและSocial Network เป็นต้น ซึ่งสองเรื่องและสองแทร็คนี้ก็เชื่อมต่อกันอยู่อย่างมีนัยสำคัญเหมือนกัน
 


 

ลำดับถัดมาในกลางเพลง มีช่วงเวลาที่พักหยุดคุยกับตัวเราเอง และพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในแทร็คเจ้าพระยา และเริ่มที่จะค้นหาคำตอบขึ้นเรื่อยๆว่า “เวลา” มันคืออะไรกันแน่ จากแทร็คชื่อเดียวกันนี้ และพบว่ามันเกี่ยวพันกับชีวิตในทุกๆด้านและไม่สามารถควบคุมจัดการมันได้ เพราะว่ามันมีจำกัดเหลือเกิน ในขณะที่ชีวิต มีอะไรหลายอย่างที่ต้องจัดการ ทั้งดูแลความรัก ทั้งความฝัน ต้องทำงานหาเงินอีก

ประเด็นหลักๆก็คือ ชีวิต กับ เวลา แทบทั้งสิ้น

ก่อนที่หนังสือท้ายเล่ม มันจะเป็นการตกตะกอนความคิดและความ “เข้าใจ” ในทุกๆอย่าง อย่างที่เกริ่นเอาไว้แล้วว่า อัลบั้มนี้สุดท้ายแล้ว เขาก็เข้าใจในชีวิต ว่าทุกสิ่งที่พูดมานั้น หากจะทำให้สำเร็จได้ในความฝัน ขั้นแรกสุดก็คือต้องอยู่กับความจริงในทุกๆวันให้ได้ก่อน เพื่อเป็นบันไดไปสู่ความฝันนั่นเอง ในแทร็ครับรู้ความเป็นจริงของโลกที่ชื่อว่า โลกยังอยู่ และแทร็คติดกันที่เรียงร้อยต่อเนื่องก็คือ ปัจจุบัน เพื่อตอกย้ำว่า สิ่งที่จะทำให้มันผ่านไปได้ ก็คือเราอยู่กับปัจจุบัน ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง ซึ่งสิ่งที่อยู่กับเราในทุกวัน มันก็คือความรักที่เราเฝ้าดูแลอยู่นั่นแหละ

นี่คือสิ่งที่บุคคลวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ได้รับมาจากชีวิตที่ผ่านมาประมาณหนึ่งแล้ว

จะเห็นได้ว่า ทุกเรื่องมันเกี่ยวเนื่องกันหมด แม้กระทั่งความรักที่เราต้องพยายามเพื่อที่จะดูแลมัน แต่จริงๆแล้วความรักก็เป็นเหมือนแรงขับ และกำลังใจให้กับเราในเวลา ณ ปัจจุบันนี่เอง และจากการสังเกตการณ์เขียนเนื้อเพลงอัลบั้มนี้ โดยคุณพุฒิ ภูมิจิตแล้ว สังเกตดีๆคือเนื้อทุกเพลงมันจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกันหมดทุกเพลง โดยที่แต่ละส่วน จะกระจายๆกันไปอยู่ในแต่ละเพลง ซึ่งสิ่งที่มีเยอะที่สุดคือประเด็นหลักอย่าง เวลา และก็มีการใช้สัญลักษณ์บางอย่าง ในหลายๆเพลง เช่น เจ้าพระยา ที่อยู่ในเพลงชีพจร ก็มาเป็นชื่อเพลงในอีกหนึ่งเพลงนั่นเอง และยังมีอีกหลายๆคำในหลายๆเพลงที่นำมาใช้ด้วยกัน ซึ่งมันแสดงให้เห็นเลยว่าเพลงในชุดนี้ ถูกเขียนขึ้นมาในเวลาใกล้เคียงกัน มีการคุมโทน คุมเนื้อหาและสโคปของประเด็นได้อย่างดีมากๆ เป็นลักษณะของการเขียนเพลงในรูปแบบของ “งานเขียน” อย่างหนึ่ง ซึ่งมันก็คล้องกับการฟังเพลงรวดเดียวแบบการอ่านหนังสือเลย

นี่คือลักษณะโดยรวมของความเป็นอัลบั้ม MIDLIFE นี้ของภูมิจิต ซึ่งหลังจากที่พอจะเห็นภาพแล้ว เรามาดูในแง่ของภาคการฟังเพลง และดนตรีกันบ้าง อย่างแรกที่สุดเลยคือ ภูมิจิตทำดนตรีออกมาได้ดีมากๆแบบที่เรียกว่า สามารถฟัง

มันในฐานะเพลงบรรเลงเพราะๆได้อัลบั้มหนึ่ง หลายๆเพลงรายละเอียดดนตรีดีมากๆ ไม่ได้ทำออกมาลวกๆกากๆ และก็ไม่ได้ดิบจนฟังไม่ได้ แต่มันคือความละเมียดที่น่าจะเคาะกันนานกว่าจะฟินิชเพลงได้ มีทั้งแบบสวยงาม ทั้งแบบที่เล่นกันเหนือชั้น ดนตรีอร่อยๆก็มี โดยเฉพาะแทร็ค “จริงๆ” น่าจะเป็นแทร็คที่ภาคดนตรีพีคที่สุดในอัลบั้มนี้ ไม่ใช่แค่ว่ามันมีจังหวะ แต่มันอร่อย และมันซึมลึกไปมากๆเมื่อมันสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณชีวิตมนุษย์ในเพลง ด้วยการนำเอาเพลงพื้นบ้านที่มันออกมาจาก “ชีวิตจริงๆ” ของคนพื้นบ้าน มาเล่นในเพลงอย่างมันส์ เบสเดินอร่อยมาก กับเครื่องดนตรีพื้นบ้าน งานภาคดนตรีดีจริงๆ และก็มีหลายรูปแบบ ทั้งการประยุกต์เอาสำเนียงไทยๆเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน ภาคที่มีความเป็นร็อคก็มี บางเพลงดนตรีล่องลอยแทบจะเป็นไซคีเดอลิคไปแล้ว อย่างแทร็ค เวลา เป็นต้น มาแบบอ่อนๆให้เป็นสีสันที่แตกต่างในอัลบั้ม ดังนั้นเขียนถึงตรงนี้ ผมที่ค่อนข้างโฟกัสกับดนตรีมากกว่าเนื้อซะอีก บอกเลยว่า ชุดนี้ฟังดนตรีเพลินและฟินมากจริงๆ ชอบ
 


 

ส่วนในเพลงแต่ละเพลง จากอัลบั้มนี้นั้น ผมไม่อยากเขียนเลยว่า ชอบเพลงไหนที่สุด เพราะพูดตรงๆว่า มันดีทุกเพลงจริงๆในชุดนี้ มันเกลี่ยอัลบั้มได้ดีมากๆ และดีทุกเพลง ไม่มีเพลงไหนดรอปไปเลย แต่หากจะจำเป็นต้องเลือกจริงๆ ผมว่า แทร็คเพลง ชีพจร น่าจะเป็นพระเอกที่เล่าหน้าตาของหนังสือเล่มนี้ได้ดีที่สุด เมื่อมันสะท้อนกับสิ่งที่ต้องเผชิญได้ดี และทำให้เราอยากติดตามต่อในอัลบั้ม ซึ่งแต่ละเพลงก็จะค่อยๆตอบคำตอบของคำถามออกมาเรื่อยๆเป็นสเต็ปๆ ชีพจร ผมชอบมากที่สุด ยิ่งได้ไลน์ไวโอลินของเพลง ชีพจรลงเท้า จากอาจารย์ดนู ฮันตระกูลมาใส่ในช่วงท้ายๆเพลงยิ่งพีคมากๆ แต่จริงๆแล้วเพลงอื่นๆก็ชอบหมดทุกเพลงเลย ไม่ว่าจะเป็น Active Incomeที่ปล่อยออกมาและโดนชีวิตมากๆ แถมยังเล่นคำตลกร้ายกับคำว่า งาน VS แต่งงาน ได้อย่างเจ็บแสบลึกๆในความรู้สึก
 


 

นาฬิกา กับ เวลา คือสองแทร็คที่เป็นคู่แฝดกัน แต่อารมณ์ต่างกันมาก เพลงแรกเป็นเชิงตั้งคำถาม นาฬิกาสวยๆในข้อมือ ที่เปรียบเปรยบความแพงกับชีวิตที่มีเงิน แต่ว่ามีนาฬิกา กลับไม่มีเวลาซะยังงั้น มันย้อนแย้งกันจริงๆ ซึ่งดนตรีจะค่อนข้างดุดันกว่าด้วยฟีลลิ่งเพลงตั้งคำถาม แต่แทร็ค เวลา คือความล่องลอยที่ลงลึกไปเพราะว่า ต้องการค้นหาคำตอบแล้วว่า สรุปแล้ว เวลา มันคืออะไรกันแน่ ที่เป็นปัญหาประเด็นของชีวิตเราในตอนนี้ที่เราหาทางออกกับมันอยู่ สองแทร็คนี้ก็ดีทั้งคู่ นาฬิกานี่น่าจะเหมาะกับสายโหดเพราะมีความเป็นร็อคสูง สาดยับ ในขณะที่ เวลา นี่หลอนลอยมาก นึกว่าฟังพิงค์ฟลอยด์อยู่ (ฮา) และนาฬิกาก็เหมาะกับการเป็นปฐมบทปูไปเพลง Drama-addictอยู่แล้วด้วยจังหวะกระแทกกระทั้นของมันที่ประเด็นหนักหน่วงกว่า ซึ่งเพลงดราม่า มันทำให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านมากในขณะฟัง เพราะดนตรีมันเร้าใจดีจริงๆ ชอบมาก และการมาสเตอร์ทำออกมาได้ดีด้วยเพราะผมรู้สึกว่ามิติการฟังของเพลงนี้มันกว้างดีเหลือเกิน ชอบมากๆภาคดนตรี

อีกเพลงที่ฟังแล้วประทับใจจัดๆคือ เจ้าพระยา ที่ใครจะตีความยังไงไม่รู้นะ แต่ผมรู้สึกว่ามันคือการพูดคุยกับตัวเอง ในอดีต ว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเรากำลังทำอะไรอยู่ เมื่อเทียบกับปัญหาในวันวานสมัยที่ยังเป็นเด็ก ยังไม่มีภาระมาก อะไรทุกอย่างมันก็ง่ายๆ ปัญหามันก็ง่ายๆ เปรียบเปรยกับแค่ แม่น้ำมันสกปรกเลยไม่มีปลา แค่นั้นเอง แต่ว่า เจ้าตัวน้อยในจินตนาการและความคิดของเพลงนี้ มันน่ารักมากจริงๆ ทำให้บรรยากาศเพลง ถ้านึกตามดีๆ กับดนตรีอะคูสติกในเพลง และภาษาง่ายๆน่ารักๆ ทำให้เพลงมันน่ารักมากจริงๆ และก็ฉุกคิดให้เราได้ “ทบทวน” อะไรหลายๆอย่างด้วย

โดยรวมแล้วผมบอกเลยว่า ผมชอบมากทุกเพลงในอัลบั้มนี้ และยิ่งฟังต่อกันเรื่อยๆจนจบ ยิ่งรักทุกเพลงเหมือนกันหมด ผมจะไม่โกหกตัวเองและไม่รีวิวอะไรที่มันเกินจริงเด็ดขาด เขียนด้วยความซื่อสัตย์มาตลอด ครั้งนี้ผมก็จะไม่โกหกตัวเองว่า ภูมิจิต อัลบั้ม MIDLIFE นี้ แค่ความรู้สึกที่จะเปิดเพลงแรกฟัง อินโทรขึ้นมา เพลงค่อยๆขึ้นมาทีละเพลงๆ ผมมีความรู้สึกว่า “ผมต้องออกไปซื้ออัลบั้มนี้ให้ได้” อยากจะพุ่งไปร้านเดี๋ยวนี้เลย เพราะว่าฟังจากออนไลน์อยู่ ฟังจบปุ๊บในฐานะคนฟังเพลงและคนชอบสะสมงานดีๆนั้น ภูมิจิต MIDLIFE สำหรับผมถ้าผมไม่ซื้อเก็บผมจะโคตรเสียใจมากๆ ถ้าคุณได้ฟังเพลงทั้งชุด คุณอาจจะรู้สึกเหมือนผม แม้ว่าตัวผู้เขียนเองจะพอรู้จักศิลปินบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้มาให้ตังค์อะไรผมเพิ่มอยู่แล้ว (5555) แต่ผมกล้าที่จะเขียนด้วยความรู้สึกจริงๆ งานดีจริงเราก็เขียนตามสิ่งที่มันเป็น
 


 

คะแนน 9.5 ถือเป็นคะแนนที่สูงมาก มากกว่าหลายอัลบั้มที่เคยรีวิวและให้คะแนนมา แต่มันหายากนะที่ ระหว่างที่ฟังเพลงสักอัลบั้มนึง เราจะขนลุกกับมันได้หลายๆเพลง เราตื่นเต้นที่จะได้ฟังรายละเอียดในเพลงตลอดเวลาที่เปิดฟัง และหลายๆเพลง ก็ทำเอาเรา “จุกในอก” จนสามารถที่จะร้องไห้กับมันได้เลย น้ำตาที่อยู่ข้างในของคนฟัง กับการได้เกือบคะแนนเต็มนั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจเท่าไหร่เลย เพราะผมน้ำตาจะไหลกับการฟังเพลงชุดนี้จริงๆ

ก็อย่างที่บอก ใครที่ชอบก็จะชอบไปเลย

ใครที่ไม่ชอบแนวนี้ ก็จะรอบเดียวแล้วไปหาเพลงเพราะๆเพลงอื่นฟังต่อไปเรื่อยๆตามปกติ

แต่ผมภูมิใจที่จะบอกว่า ภูมิจิต MIDLIFE คืออัลบั้มเพลงไทยที่ดีมากๆเพลงหนึ่งที่ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงอายุไหน หรืออยู่ในวัยเดียวกับในบทเพลงเหล่านี้หรือไม่ ควรจะลองฟังดู และที่สำคัญคือ ต้องฟังทีเดียวทั้งอัลบั้ม จะดีที่สุดเพราะคุณค่าที่แท้จริง มันคือสารที่ศิลปินจะสื่อให้ฟังทั้งอัลบั้ม แต่ว่า ในแต่ละแทร็คก็มีความคมชัดที่สามารถจบได้ในตัวมันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ชีพจร หรือ Active Income ก็ตาม

ผมมีความสุขและเป็นเกียรติมากๆที่ได้ฟังผลงานดีๆเหล่านี้ครับ ภูมิจิต

Review Scores : 9.5 / 10

Close [×]