รีวิวAQUAMAN นี่คืองานศิลปะแอคชั่นครบรสอลังการและสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งรวมจุดแข็งมากมายของหนังที่พวกเราชอบ [9.5/10] Spoiled

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

รีวิวAQUAMAN นี่คืองานศิลปะแอคชั่นครบรสอลังการและสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งรวมจุดแข็งมากมายของหนังที่พวกเราชอบ [9.5/10] Spoiled




น้อยครั้งมากที่จะให้คะแนนในการรีวิวภาพยนตร์สูงมากขนาดนี้ แต่นี่เป็นหนังที่ผมสามารถให้คะแนนสูงได้เลยอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ด้วยความที่มัน “สมบูรณ์แบบ” ที่สุดแล้วสำหรับการเป็นหนังดีๆสักเรื่องหนึ่งที่มันดูแล้ว “สนุก” และมีความสุขไปกับการชมตลอดสามชั่วโมงที่มันฉายบนจอหนัง
 

สิ่งที่ต้องชมก่อนก็คือ Aquaman นั้นเป็นหนังที่ทำออกมาได้กระชับมากในการเล่าเรื่องปูพื้นของที่มาที่ไปของฮีโร่ เราไม่จำเป็นต้องดูอะไรยืดยาวเลย หนังสรุปจุดกำเนิดได้ดีมากซึ่งไม่ทำให้หนังยืดเยื้อมากไป แต่การปูพื้นการเป็นลูกของราชินีแอตแลนติส กลับกลายเป็นจุดสำคัญของหนังที่สำคัญที่สุดของประเด็นทั้งหมดในเรื่องไม่ว่าจะเป็น ความเป็นราชา สายสัมพันธ์แม่ลูก และความรักทั้งหมดที่เป็นแกนสำคัญของหนังเรื่องนี้ จุดเด่นในเรื่องดราม่าของ Aquaman ทำได้ดีมากๆเมื่อหนังเล่าเรื่องและทำให้คนดูอินได้ โดยเฉพาะคู่ของ ทอม พ่อของอาเธอร์ และ ควีนแอตแลนนา ซึ่งเล่นโดยทีมูร่า และ นิโคลคิดแมน สองคนนี้เป็นคนที่เล่นคู่กันแล้วส่งหัวใจถึงกันได้อย่างเด่นชัดที่สุดในเรื่อง ในขณะที่ความรักระหว่างแม่ลูก ควีนกับอาเธอร์ ก็โคตรซึ้งและดีพ แถมมีปมเรื่องพี่น้องอย่าง คิงออร์ม หรือ โอเชียนมาสเตอร์อีก
 

ดังนั้นถ้าใครคิดว่าหนังเรื่องนี้คือหนังฮีโร่ เตะต่อยกันอย่างเดียว มาดูCG บอกเลยว่าคิดผิด
 

ในส่วนของความอลังการด้านCGเอฟเฟกต์นั้นต้องบอกว่า โคตรพ่อโคตรแม่อลังการงานสร้างล้านแปด หลายๆฉากอย่างฉากใต้น้ำกับสีสันนี่ สวยมากพอๆกับดวงจันทร์ของ Avatar เลยทีเดียว ในขณะที่สเกลและความยิ่งใหญ่ของฉากที่มีมอนสเตอร์เยอะๆ แสงสี หลายๆฉากนั้นทำให้เราได้ดูความอลังการแบบที่ไม่คิดว่ามันเกิดขึ้นบนโลกเรา แต่เหมือนไปสู้กันอยู่ที่ดาวอื่น สีสัน โทนของเรื่องโดยเฉพาะช่วงไปเจอปีศาจร่องสมุทรนี่ก็เหมือนได้ดูหนังไพเรทส์ ออฟดิแคริเบี้ยนชัดๆ ในขณะที่หลายฉากอย่างฉากขับยานนี่คือ หนังโทนสตาร์วอร์ การ์เดี้ยนฯชัดมาก
 

ใครที่คิดว่าจะมีแต่ฉากใต้น้ำอย่างเดียวสวยๆ นี่ก็คิดผิดอีกแล้ว (ฮา)
 

จุดที่ผมคิดว่าแข็งแกร่งที่สุดของ Aquaman ก็น่าจะเป็นเรื่องของCGนี่แหละ ซึ่งไม่ใช่ว่าเพราะมันสวยเลยให้คะแนนเยอะนะ จริงๆภาคส่วนอื่นของหนังก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน แต่ถ้าจะให้ถามว่าจุดเด่นไหนที่ผู้เขียนคนเดียวคิดว่ามันเจ๋งที่สุด ก็คงต้องเป็นเรื่องนี้ เพราะฉากใต้น้ำนี่คือเล่นอะไรได้เยอะมาก แบบที่ไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้ และทุกๆฉากคือ สวยมาก ซึ่งจากจุดตรงนี้สิ่งที่ผมอยากจะบอก คือรู้สึกตั้งแต่ดูในโรงแล้วว่า มันไม่ได้อลังการอย่างเดียว


แต่มันโคตรสวยด้วย
 

สวยในทีนี้คือ การออกแบบฉาก การออกแบบโพสต์ ท่าทางต่างๆ สำคัญสุดคือ “องค์ประกอบศิลป์” ของฉากทุกฉากคือ จัดวางและดีไซน์มาอย่างดีมากๆ ดังนั้นมันไม่ได้แข็งแค่CG แต่จริงๆคือการ “ออกแบบ” ต่างๆหากที่สุดยอด ไม่ว่าจะเป็นฉากที่เมร่ากับอาเธอร์ดำดิ่งหนีอสูรเป็นล้านตัว ฉากนั้นโคตรสวย อารมณ์นี่ไพเรทส์ ผสม WWZ มาก สวยงาม ในขณะที่ ด้านท่าทางการออกแอ็คชั่นของฉากต่อสู้ ฉากบู๊ดุเดือดคือ ท่าเท่มาก เตะต่อยกันจริงจัง และสะใจแฟนบอยซึ่งเป็นเหล่าเด็กผู้ชายบนโลกนี้กันแน่นอน ซึ่งตรงนี้ผมโคตรนับถือ “เจมส์ วาน” ผู้กำกับที่ยังไว้ลายตรงนี้ได้ ไม่เสียแรงกำกับฟาสต์มา มาทำอควาแมนนี่คือ โคตรปังมากๆในฉากต่อสู้
 

ฉากต่อสู้ที่ผมประทับใจมากสุดที่ติดตา คือภาพการแลนดิ้งของ โอเชียนมาสเตอร์ บนเรือที่ 1-1 กับ อาเธอร์ในฉากสุดท้าย แม่งพีคมากๆ ภาพโคตรสวย เป็นงานศิลปะที่ยอดเยี่ยมสุดๆ

 



นอกจากนี้ยังมีประเด็นconflict ชิงบัลลังก์กันระหว่างพี่น้องเพื่อขึ้นเป็นคิงและรับพลังที่แท้จริงไป ระหว่างคิงออร์มกับ อาเธอร์ ซึ่งต้องพูดถึงจริงๆว่า มันทำให้นึกถึงอีกเรื่องที่เราชอบ นั่นก็คือ แบล็คแพนเธอร์ ประเด็นตรงนี้มันจะคล้ายๆกัน เรื่องนั้นก็ทำได้ดีมากๆและคิดว่าหลายคนยังคงชอบไมเคิล บี จอร์แดน อยู่ ซึ่งในอควาแมน ก็มีเรื่องการชิงตำแหน่งเช่นนี้เหมือนกัน แต่ซีจี และฉากแอ็คชั่น การลากยาวและเปิดround 2 และ Final Round ให้ได้บู๊กันเต็มๆนี่คือดีมาก รวมองค์ประกอบเต็มแล้ว อควาแมนก็กินแบล็คแพนเธอร์ไปแล้วเรียบร้อยทุกด้าน ทั้งCG ฉากบู๊ ความอิน (แต่เสือดำก็ยังเยี่ยมอยู่นะสำหรับผม)
 

ถามว่า เขียนมาตั้งขนาดนี้ มันไม่มีจุดบกพร่องเลยรึไง .. คำตอบก็คือ มีสิ มีเยอะด้วย เพียงว่าแต่ละจุดมันเล็กๆน้อยๆ ซึ่งมันทำอะไรกับความประทับใจและความฟินตลอดการดูของเราไม่ได้เลย ซึ่งโดยรวมแล้วอย่างที่เกริ่นไป
 

หนังเรื่องนึงถ้าไม่ทะลึ่งดูแบบจับผิดน่าเกลียดๆเหมือนพวกเหนือๆในเนตชอบทำกัน และทำให้หนังอย่าง BVS กลายเป็นหนังไม่สนุกไปซะได้ หนังเรื่องนี้ไม่ต้องคิดมาก ดูเพลินๆ สนุกๆ มีความสุขไปกับการดูฮีโร่ตีกัน แอ็คชั่นมันส์ๆ ภาพสวยๆ ฉากสวยๆที่คุ้มกับการเสียเงินไปดูในโรงดีๆ และบททุกอย่างในหนังนั้นลื่นไหล และsupport ความคิด และที่มีที่ไปทั้งหมด มีความสมเหตุสมผลไม่ยัดเยียดเกินไป
 

และที่สำคัญ ไม่ถูกต้นสังกัดหั่นหนังจนดูไม่รู้เรื่องเหมือนJustice Leagueด้วย ผ่าง!!
 

หนังมีทั้งPlotหลัก ที่เป็นประเด็นการหยุดการทำลายโลกของออร์ม ซึ่งเป็นวิธีคิดแบบสุดโต่งที่ทำเพื่อรักษาพวกพ้องตัวเอง ซึ่งพระเอกต้องมาหยุดตรงนี้โดยการมาเอาชนะและขึ้นเป็นคิง เพื่อจะคอนโทรลไม่ให้มันเกิดขึ้น ในขณะที่ sub-plot ก็ยังมีประเด็นแม่ลูกที่สุดจะซาบซึ้ง และยังมีตัวสอดแทรกเท่ๆมาล้างปมพ่อลูกให้ได้สยองกันอีกว่า สงสัยพ่อพระเอกที่พวกเราคนดูรักกันมากในภาคนี้ สงสัยภาคหน้าอันตรายแน่ๆ กับการมาเป็นตัวร้ายอีกตัวของ Black Manta นั่นเอง
 

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล มันจะไม่ได้คะแนนเยอะขนาดนี้เลย เพราะถ้ามีเพียงทุกอย่างที่กล่าวมาด้านบน แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดอย่างหนึ่งในอควาแมน นั่นคือ “ความตั้งใจที่พิถีพิถันในการลงรายละเอียดให้กับหนังที่พวกเขาทำอยู่” ซึ่งภาษาง่ายๆคือ “หนังมีดีเทลที่ละเอียดมาก” จนทำให้เรารู้ว่า [เขาตั้งใจและใส่ใจในการทำหนังเรื่องนี้มาจริงๆ]
 

ถามว่า ดีเทลอะไรบ้างที่ดีๆในเรื่องนี้
 

เอาแค่ ฉากอย่างเดียวก็ยุ่บยั่บแล้ว ยังไม่รวมการออกแบบ รายละเอียดต่างๆ ของไอเทมทุกอย่างในหนัง การออกแบบคาแรคเตอร์ต่างๆ มีรายละเอียดเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากรบใต้น้ำนี่ เหมือนผมได้ดูหนังสองเรื่องควบ มันเหมือนโคตรสงครามของหนัง The Lord of The Ring มารวมกับหนังสัตว์ประหลาด Godzilla ผสมกับ Starship Trooper และมีไคจูจาก Pacific Rim โผล่มาอีกตะหาก ตัวใหญ่อลังการมากกกกก และตัวต่างๆในสงครามนี่เยอะจริงๆ พวกปูรบ ยานกุ้งรบต่างๆ (ฮา) ในฉากต่อสู้นี่คือสุดจริงๆ ออกแบบมาได้ดีมาก และไม่หลุดธีม แถมมันยังดูล้ำและผสมผสานได้ดีแบบสุดๆ
 


สิ่งเดียวที่ทำให้ผมตัดคะแนนหนังเรื่องนี้ออกไป 0.5 ไม่ให้เต็ม ก็คือ ความพยายามที่จะยัดมุกตลกเข้ามาเกินไป ซึ่งผมไม่ชอบตรงนี้ เช่นพยายามให้บทพูดตลกๆบางอันแก่พระเอก หรือฉากนักเลงขอถ่ายรูป คือมันดูตั้งใจจะให้มันมีมุกเกินไปเพื่อให้หนังผ่อนคลาย ให้คนดูหัวเราะ ถ้าจุดนี้ทำได้เนียนกว่านี้ เรื่องทำให้มันตลก ให้มันฮาในบริบทและเหตุการณ์ของมันเอง ไม่ใช่ความพยายามใส่มุกเข้ามา มันจะดีมาก แต่ก็ติแค่นิดเดียวแหละเพราะโดยรวมก็คือโอเคอยู่ มีความตลกที่ทำให้ผมอมยิ้มกับมันได้ แม้จะติมาก็ตามที แต่ก็น่าจะเลิกๆแขวะเรื่องหนังDCพยายามจะดาร์คได้แล้ว เพราะจริงๆมันไม่ได้ดาร์คอะไรเลยไม่ว่าจะเรื่องไหน
 


สรุปโดยรวมแล้ว นี่เป็นหนังที่ผมอยากจะไปซ้ำรอบสองใน IMAX ซะจริงๆถ้ามีโอกาส เพราะมันดีมาก และไม่ใช่หนังทุกเรื่องที่ดูแล้วเราอยากจะเสียตังค์เพิ่มอีกครั้งกับหนังที่ดูไปแล้ว แต่กับ Aquaman ทำให้เรารู้สึกแบบนี้ได้จริงๆ และนี่คือหนังที่ไม่ได้มากอบกู้ DC นะฮะ แต่อควาแมนคือหนังที่จะพาจักรวาล DC ไปข้างหน้าตะหาก .. เหมือนที่หลายคนรู้สึกกัน เสียดายเรื่องนี้น่าจะมาก่อน Justice League ซึ่งสร้างเร็วเกินไป และโดนพิษเรื่องการตัดต่อเล่นงานจากต้นสังกัดเยอะมาก น่าเสียดาย

 

ถ้าถามความยอดเยี่ยม เรื่องนี้เยี่ยมพอๆกับที่ประทับใจจนน้ำตาไหลกับ Wonder Woman เลย แต่ดีกันคนละด้าน ของWW จะได้ที่ความฮึกเหิม หัวใจ ความประทับใจ ส่วน Aquaman นี่คือ เต็มอิ่มกับฉากแอ็คชั่นสวยๆ ฉากบู๊มันส์ๆ และความเต็มอิ่มที่ได้จากหนังที่เหมือนเอาข้อดีของหนังหลากรูปแบบมารวมกัน อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า เหมือนได้นั่งดูหนังหลายเรื่อง ในอควาแมนเรื่องเดียว พูดถึงความดีงาม ในฐานะติ่งของทั้งสองค่าย ทั้งMarvel และ DC ผมสามารถพูดได้ว่า Aquaman ดีกว่าหนังของMarvelหลายๆเรื่องซะอีก ดังนั้นแฟนบอยของทั้งสองค่ายที่รักการดูหนังฮีโร่ทุกชนิดเหมือนกับผม น่าจะมีความสุขกันบ้างว่า อย่างน้อย อควาแมน ทำให้เรามีลุ้นจะได้ดูหนังของฟากDCต่อยอดขยายจักรวาลต่อไป ยังไม่ล้มพับโปรเจกต์ไปซะก่อน
 

อควาแมนทำให้พลังพิเศษที่ดูงอกง่อยอย่างการ “คุยกับปลาได้” กลายเป็นพลังที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งบนโลกนี้ และทำให้เมร่า เหมือน “แอเรียลภาคเรือดำน้ำพิฆาต” ที่สวยที่สุดคนนึงในบรรดานางเอกหนังฮีโร่เลยทีเดียว!!
 

Close [×]