ย้อนความทรงจำไปกับ Room 39 กับภาพจำยุคแรกเริ่มที่จะคงอยู่ตลอดไป

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

ย้อนความทรงจำไปกับ Room 39 กับภาพจำยุคแรกเริ่มที่จะคงอยู่ตลอดไป
 

 


 

        ในที่สุดก็ถึงบทสุดท้ายของเส้นทางวงดนตรีป็อปอะคูสติกสามคนที่มีต้นกำเนิดจากการเล่นดนตรีด้วยกัน ในห้องเล็กๆห้องหนึ่งที่พวกเราได้เริ่มติดตาม และมีชื่อเสียงขึ้นมาบนช่องทางโลกออนไลน์ หลายๆคนที่ตามกันมาตั้งแต่ช่วงแรกๆก็คงจะยังบรรยากาศในตอนนั้นได้อย่างดี เมื่อวันนึง ห้องที่ว่ามันก็อาจจะคับแคบ เมื่อหลายๆสิ่งเปลี่ยนไป กาลเวลาไม่เคยหยุดทุกสิ่งให้เป็นเหมือนเดิมได้ และห้องที่ว่านั้นก็เช่นกัน เมื่อมีคนที่ต้องการเดินออกไปจากห้อง เพื่อก้าวไปหาสิ่งใหม่ๆ จึงถือเป็นเรื่องธรรมดาที่เป็นสัจธรรมของโลกนี้ ที่เราแฟนเพลง และทุกๆฝ่ายควรจะเข้าใจการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้


ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงเส้นทางที่ยุติลงของวง Room 39
 

        วันนี้เปิดเผยและเคลียร์ได้ชัดเจนอย่างดีที่สุดแล้วโดยต้นสังกัด LOVEiS Entertainment บนหน้าเพจของพวกเขาเองในวันที่21 กุมภาพันธ์นี้ โดยสรุปสั้นๆได้สี่ข้อก็คือ
 

1. Room 39 จะเล่นงานที่ยังมีสัญญอยู่จนครบถ้วนและหลังจากนั้นไม่มีรับเพิ่มต่อ

2. หลังงานสุดท้ายที่ดีลไว้ก็จะไม่มีงานในนาม Room 39 อีกนับจากนี้

3. มน กับ โอ ยังอยู่กับ LOVEiS

4. ทอมไม่ต่อสัญญากับค่าย
 

 

        สรุปก็คือวงRoom 39จบลงแค่นี้ ทอมไม่ต่อสัญญาและออกค่ายไป โอกับมนอยู่ที่เดิม ซึ่งก็จะไม่ใช่วงRoom 39 อีกต่อไปนั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือต่างๆออกมามากมาย และจากสัญญาณต่างๆที่เกิดขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจอะไรเลยที่ประกาศแล้วอย่างชัดเจน ถือเป็นOfficialที่เคลียร์ที่สุดแล้วว่า วงจะจบอยู่ที่ตรงนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลก เราอย่าไปมองว่า ใครดังแล้วแยกวงหรืออะไร ทุกอย่างมันต้องมีการเปลี่ยนแปลงและก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะก้าวไหนๆก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เรื่องราวของ Room 39 ที่ยังเคยประทับใจ มันก็ยังไม่ได้หายไป ยังคงอยู่ในความทรงจำคนฟังตลอดเวลาที่เราสามารถจะมาย้อนดูอีกเมื่อไรก็ได้ เพียงแค่ว่าเขาไม่เดินไปต่อจากจุดนี้เท่านั้นเอง

 

   
   ดังนั้นเพื่อส่งRoom 39 เป็นครั้งสุดท้าย การรำลึกถึงงานเก่าๆในตอนต้นของการเดินทางของวงคูลๆวงนึงที่ร้องเพลงกันอยู่เมืองนอก สุดท้ายค่ายใหญ่ต้องรีบไปดึงตัวมา ฟีลกลับมาเมืองไทยผ่านสนามบินตอนนั้นนี่ โคตรซุปตาร์จริงๆถ้าใครยังจำได้ พวกเขาทั้งสามมาแบบดาราที่ดังแล้วเลย มาย้อนดูดีกว่าว่า ยุคนั้นเราฟังอะไรกัน และความประทับใจแรกๆเป็นเช่นไร

 

 

เข้ากันไม่ได้ Synkronize covered by Room 39

 


 

       คลิปนี้เป็นคลิปแรกๆเลยที่วงปล่อยออกมา มีแม้กระทั่งการแนะนำตัวของทอมตอนนั้น ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นคลิปที่impactมากๆเพราะหลายคนจำได้ว่านี่คือดาราเด็กเก่า และพอได้ฟังเสียงร้องยิ่งทึ่ง เพราะไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะร้องเพลงเพราะขนาดนี้ ด้วย “สำเนียงการร้อง” ที่ยอดเยี่ยมมากๆและสไตล์ที่เป็นR&Bจ๋าๆ ยิ่งร้องเพลงสากลนี่บอกเลยว่าอินเตอร์มากๆ ไม่แปลกอะไรถ้าจะดังเปรี้ยงในระดับไวรัลชั่วข้ามคืนเลย

 

       ถัดมาคือมน นักร้องหญิงของวงที่อาจจะไม่โดดเด่นเท่าทอม แต่เอาจริงๆขาดไม่ได้เลย เพราะต้นตอของความเพราะของRoom 39 คือเสียงนุ่มๆอันมีเอกลักษณ์มากๆของมนนี่แหละที่มันจะทำหน้าที่supportเสียงหลักได้ดีมากๆ เพราะเสียงเขาจะไม่เด่นออกมากลบคนอื่น แต่มันคือความสวยงามที่ปูรองให้คนอื่นได้เฉิดฉาย แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อมนร้องเพลงเดี่ยวๆคนเดียวแบบไม่มีใครด้วย เสียงจะโดดเด่นมากจริงๆ หลายๆเพลงที่เป็นเพลงเดี่ยวของมนในนามRoom 39 ผมสังเกตเลยว่า ดังเปรี้ยงแทบทุกเพลง ไม่ว่าจะเป็น “อย่าให้ฉันคิด” ที่ยอดวิวเข้าขั้นepicเพลงนึงของวง เยอะกว่าหน่วงแบบทาบกันไม่ติดเลย และเพลงอย่าง “หากวันนั้น” เป็นอีกเพลงที่เศร้ามากๆ แต่ย้อนกลับไปสมัยแรกๆ คลิบ coverโดยมน คลิปที่ยังตราตรึงใจอยู่ คือคลิป Bleeding Love ที่ถ้าเป็นศัพท์สมัยนี้ ผมน่าจะบอกว่า ผม”โดนตก” โดยคลิปนี้นั่นแหละ เพราะเสียงมนนี่คือ มีเสน่ห์มากกกก เพราะมากจริงๆ

 

 

ย้อนกลับไปฟังกี่ครั้งก็ยังเพราะอยู่
 

       คนสุดท้ายคือส่วนสำคัญของวงแบบที่ห้ามขาดห้ามตาย นักแต่งเพลงและมือกีต้าร์หลักของวงอย่าง แว่นใหญ่หรือ โอ Room 39 ช่วงแรกๆผมว่าส่วนใหญ่คนฟังจะโฟกัสแต่ทอม หรือไม่ก็มน แต่ช่วงหลังพอโอแว่นใหญ่ได้ออกเพลงเดี่ยวตัวเองในนามวงมาบ้าง ทีเดียวเปรี้ยงเลยกับเพลง “บอกตัวเอง” นี่คือเพลงประจำตัวโอเลย ความดังอยู่ในเลเวลGod พอๆกับเพลง อย่าให้ฉันคิด ของมนเลย และอีกเพลงที่ดังจัดๆคือเพลง “ความจริง” นี่ก็ยอดวิวใกล้ๆกัน เกินร้อยล้านวิวไปแบบสบายๆ แต่ถ้าให้ย้อนไปดูคลิปสมัยแรกเริ่มของแชนแนลRoom 39 แล้วละก็ เราจะได้เห็นเพลงเดี่ยวของโอน้อยมาก แต่เพลงนี้ จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ คือเพลงที่บ่งบอกคุณภาพการร้องของโออย่างดี น้ำเสียงเขามีเอกลักษณ์มากๆและโคตรจะเข้ากับเลิฟอีส ผมฟังแล้วคิดถึงพี่ป๊อดเลย คนที่ร้องเพลงอะไรก็เพราะ โอก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน
 

ที่สำคัญ ในวงการเพลงไทย โอจะไปได้อีกไกลมากๆในฐานะนักแต่งเพลงชั้นอ๋อง ที่คลาสการทำเพลงเยี่ยมมากที่สุดคนนึงของวงการเลยล่ะ

 





 

        ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็คงจะเป็นไปตามคำที่ว่าIt’s time to say goodbye สำหรับในนามวง Room 39 ที่กำลังจะสิ้นสุดผลงานร่วมกันตามที่ได้แถลงการณ์เอาไว้ แต่การเดินทางของทั้งสามคนก็ไม่ได้จบ แค่เป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่ที่ต้องไปเผชิญกัน ใครจะรู้อาจจะดังกว่าเดิมก็ได้ โออาจจะกลายเป็นโปรดิวเซอร์มือทอง มนอาจจะเป็นนักร้องหญิงที่มีเพลงฮิตแบบร้องได้ทั้งประเทศ และทอมเองที่ดังเปรี้ยงอยู่แล้ว อาจจะต่อยอดไปได้ไกลกว่านี้ ตามที่เขาได้เลือกตัดสินใจครั้งนี้เอาไว้ที่จะไม่ต่อสัญญากับเลิฟอีส และเดินหน้าไปในเส้นทางที่ตนเองเลือกแล้ว ไม่ว่าจะการมีแชนแนลของตัวเอง รายการที่ทำกับเพื่อนอีกมากมาย
 

ถือเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายตัดสินใจและยอมรับด้วยกัน ดังนั้นไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น

 

       หากเราแฟนเพลงยังคงรักและคิดถึงRoom 39อยู่ ก็ให้ไปกดเก็บแชนแนล Room 39 เอาไว้ฟังยามเหงาและคิดถึง ในนั้นมีเพลงcoverมากมาย และในส่วนของStudio Album ของRoom 39กับค่ายเลิฟอีส ก็ยังมีเพลงอีกมากมายให้เราได้ฟัง รวมถึงเพลงแรกที่ทำให้เราได้รู้จักพวกเขาในวงกว้างกันอย่างเพลง “หน่วง” เพลงประจำวงRoom 39 ด้วย

 


 

         คิดถึงกัน ก็เอาเพลงเก่าๆเหล่านี้มาฟังยามเหงา และเก็บพวกเขาเอาไว้ในใจตลอดไป หากจะให้ดีก็ช่วยตามไปให้กำลังใจพวกเขาทั้งสามคนต่อในช่องทางต่างๆ ที่พวกเขาจะเดินต่อไป นั่นแหละคือการสนับสนุน “Room 39” ได้อย่างดีที่สุด แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ออกงานด้วยกันสามคนพร้อมกันก็ตาม แต่ทั้งสามจะเป็น Room 39 ตลอดไป ไม่มี ทอม13 โอ13 มน13 แน่นอน (ฮา) ถ้ารักพวกเขา ตามพวกเขาต่อไป อย่าหยุดสนับสนุน อย่าดราม่า นี่คือเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรขนาดโลกแตก
 

       ขอให้ทอม มน โอ ประสบความสำเร็จกับจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้งของชีวิต เราจะสนับสนุนพวกคุณตลอดไปไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม Room 39 จะอยู่ในใจคนฟังตลอด กับตำนานCoverเพลงสากลสุดคูลที่ทำให้พวกเราตื่นเต้นกันในวันนั้น
 

ความรู้สึกนี้จะไม่มีทางลืมเลือนแน่นอน
 

Close [×]