#นี่แม่งคือตัวตนแท้ๆของแม่ดา รีวิว Digital Album “DAMATIC” จากดา เอ็นโดรฟิน และการกลับมาที่โคตรเอาจริง! [8.5/10]

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

#นี่แม่งคือตัวตนแท้ๆของแม่ดา รีวิว Digital Album “DAMATIC” จากดา เอ็นโดรฟิน และการกลับมาที่โคตรเอาจริง! [8.5/10]
 

 


 

      เรียกได้ว่ามันเป็นการคัมแบ็คที่โหดที่สุดครั้งนึงเลยทีเดียว เมื่ออยู่ๆวันดีคืนดี ดา เอ็นโดรฟิน ก็กลับมาออกเพลง แถมปล่อยรวดเดียวในวันเดียวกันถึง 5 เพลงรวด เรียกง่ายๆว่า “ปล่อยทั้งอัลบั้ม” ให้เราได้ฟังนั่นเองกับโปรเจคใหม่ที่ ดา เอ็นโดรฟิน ทำหน้าที่เป็น Executive Producerใหญ่ด้วยตัวเองที่ทำเองทุกอย่างรวมถึงควบคุมทิศทางการผลิตในด้านต่างๆ ดาเป็นคนลงมือทำโดยมีพี่ๆน้องๆ มาร่วมแจมและช่วยลงมือกันในโปรเจคนี้ด้วย ดังนั้น สิ่งที่ผมดีใจ และตื่นตาตื่นใจมากที่สุดคือ
 

นี่แม่งคือตัวตนแท้ๆของศิลปินเลย

 

        คือที่ผ่านมาหลายๆงาน มันก็อาจจะมีกลไกเรื่องการตลาด เรื่องต่างๆมากมาย ซึ่งผลงานก็ถูกสร้างโดยศิลปินท่านอื่นๆที่มาทำเพลงให้ดา แต่คราวนี้ เจ้าตัวเป็นคนที่ควบคุมเองทั้งหมด นั่นแปลว่า ทุกเพลงในโปรเจคนี้ 5เพลง คือตัวตนแท้ๆของเธอที่ “เธออยากทำ และเธออยากนำเสนอให้เป็นเพลงของเธอเอง” เรียกง่ายๆว่าเป็นโปรเจคที่ได้ทำอย่างที่ใจต้องการล้วนๆ ทั้งคุณภาพเพลงที่อยากได้ ไม่ใช่เพลงที่เขายัดๆมาให้ร้อง ทั้งทิศทางของเพลงในอัลบั้ม ทุกอย่างจึงเป็นตัวตนเพียวๆของดาอย่างแท้จริง นั่นแหละทำให้ผมสนใจโปรเจคนี้มากเป็นพิเศษ
 

เราจะได้ฟังดาที่เป็นดา และสิ่งที่เธออยากให้เราฟังจริงๆ
 

งานอัลบั้มพิเศษนี้เป็น Digital Album เท่านั้นที่โคตรพิเศษ ปล่อยทางรูปแบบดิจิตัลและมีทั้งหมด5เพลง ซึ่งทุกอย่างก็ยังถูกช่วยดูแลอำนวยความสะดวกให้โดยต้นสังกัดGMMเช่นเดิมที่ทำให้ฝัน14ปีของดาเป็นจริงที่ได้ดูแลการผลิต

ด้วยตัวเอง ซึ่งผมว่ามันดีที่ออกมา5เพลง นั่นแปลว่า ทุกเพลงจะถูกเคี่ยวกรำอย่างหนัก และเน้นจริงๆทุกเพลง ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อ5เพลงที่ว่า มีคนละรูปแบบ คนละอารมณ์ล้วนๆหลังจากได้ฟังทั้งหมดแล้ว ถึงได้กล้าพูดว่า เพลงอัลบั้มนี้มันอัดแน่นไปด้วยคุณภาพล้วนๆ “ทุกเม็ด” ทุกเพลงคือไม่มีทำเพลงลวกๆออกมาแน่นอน เพราะมันคือ”ชีวิต”ของดาเอง เสียงเพลงคือชีวิต ผลงานคือชีวิต

และ5เพลงนี้ก็คือชีวิตและประสบการณ์ดนตรีที่สั่งสมมาของดานั่นแหละ

5เพลงประกอบไปด้วยแทร็คต่างๆดังนี้

1. ฉันยังอยู่

2. คำอำลา Have to say goodbye

3. ระหว่างเรา...คืออะไร

4. You’ll be mine

5. Revolution

     
        แต่ละเพลงมีกลิ่นอายและสีสันที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนมากๆ ไม่มีทางไหนที่มันซ้ำกันเลย ดังนั้นห้าเพลงนี่รับรองว่าไม่มีเบื่อ เปลี่ยนกลิ่นไปเรื่อยๆแน่นอน แต่อย่างหนึ่งที่บอกที่ผมประทับใจงานนี้มากๆ นอกจากมันจะเป็นตัวตนดาเองแล้ว มันยังเป็นผลงานที่ “คุณภาพโคตรสูง” จริงๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคดนตรีที่ จัดเต็มมากๆ มันเหมาะกับสายฟังดนตรีอย่างผมจริงๆที่พวกเขาใส่ดนตรีในสไตล์ที่ “มีคลาส” มาให้ล้วนๆในหลายรูปแบบ มีทั้ง โซล ซินธ์ป็อป ป็อปร็อค R&B และแม้กระทั่งบีทฮิปฮอปในสมัยนิยมนี้ก็มี


        ดังนั้นพอดนตรีทำมาดี และงานละเอียดมาก มันทำให้เพลงมันน่าฟังและดูหรู ดูดีขึ้น200% และในภาคของเนื้อร้อง เนื้อหา คอนเซปต์เพลง ทำได้ดีมากๆ ตรงนี้เรื่องการเขียนเนื้อได้หลายคนมาช่วยงานตรงนี้ ซึ่งเขียนได้เยี่ยมในแนวทางของตัวเองทุกเพลง ที่สำคัญคือเมโลดี้ดีทุกเพลง อันนี้สำคัญสุด มันทำให้เพลงมันมีเอกลักษณ์ของตัวเองทุกๆเพลง และมันไปด้วยกันได้ดีกับซาวด์ดนตรีด้วย ขับซึ่งกันและกันดีระหว่างดนตรีกับทำนองเพลง


        ส่วนตัวนักร้องนั้น ไม่ต้องพูดเยอะเจ็บคอ เธอคือนักร้องหญิงระดับท็อปไฟว์ของประเทศที่เอกลักษณ์สูงลิบลิ่วแบบที่ไม่ต้องคิดจะให้ใครมาลอกเลียนแบบ และพลังทำลายล้างสูงในเชิงเทคนิคการร้อง สไตล์ คุณภาพ เนื้อเสียง มาครบ .. แต่ถึงแม้เธอจะเทพเพียงใดก็ตาม แต่สิ่งทีน่าชื่นชมคือ งานเพลงในอัลบั้ม ดาไม่ได้ร้องเพลงโชว์เทพ โชว์เหนือ อัดพลังอย่างเดียว แต่มันดีมากๆตรงที่ เธอรู้จักผ่อนหนักเบา มีไดนามิคการร้องที่ดี และไม่ต้องอัดตู้มๆอย่างเดียว แต่ร้องเบาๆ สบายๆเรียบๆในแบบของดา ก็มีให้ได้เห็นเช่นกัน ไม่ต้องโชว์พาวตลอดเวลา ซึ่งนั่นทำให้เพลงมันเพราะยิ่งขึ้นไปอีก

 



          รีวิวตัวเพลงแต่ละเพลงกันบ้าง ไล่ตั้งแต่ “ฉันยังอยู่” เพลงนี้ได้ดานี่แหละแต่งเมโลดี้ด้วยตัวเอง เพลงมันจึงมีความเป็นดาสูง และได้หมู มูซู มาเขียนเนื้อที่มันมีมิติอะไรบางอย่างที่ deep downอยู่ในนั้น ทำให้ตัวเพลงนี้ มันมีอะไรๆอยู่ในเนื้อหาที่ลึกด้วยบรรยากาศและความหมายที่เล่นกับ มิติของความรู้สึกได้อย่างดี พูดง่ายๆว่า เขียนเพลงได้ลึก ว่างั้น เพลงนี้ซาวด์ซินธ์ป็อปโดดเด่น และทำออกมาได้ดีและสดใหม่มากจริงๆ มีจังหวะในตัวเองด้วย ผมชอบมาก ดนตรีดีเว่อออออร์ และดาก็ร้องกับซาวด์แบบนี้ได้อย่างโคตรลงตัว แถมเอกลักษณ์การร้องก็พีคได้ในเพลงแบบนี้อีกตะหาก




        “คำอำลา” Have to say goodbye เพลงนี้น่าจะเป็นเพลงที่คนฟังน่าจะคุ้นเคยกับสไตล์ของดา เอ็นโดรฟินมากที่สุด เพราะมันคือซาวด์ดนตรีป็อปร็อคง่ายๆ ฟังแล้วคุ้นเคยกับเพลง แต่เมื่อดามาเจอกับดนตรีแบบนี้ เนื้อหามันก็ต้องเศร้าจัดเต็ม และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เมื่อเธอยังคงเป็นเจ้าแม่เพลงอกหัก ที่ถูกยกให้เป็นราชินีดีว่าเพลงเศร้าอีกคนนึงของชาติไทยเลยทีเดียว นี่พูดจริง! ซึ่งเพลงนี้เสพง่ายและเป็นสไตล์ที่คุ้นเคยจริงๆ เพราะในแบบของ”ดา” มาก และคนแต่งเนื้อสไตล์ที่ดาจ๋าๆแบบนี้ไม่ใช่ใคร ก็นักเขียนเพลงคู่กายอย่าง พี่หนึ่ง ณรงค์วิทย์นั่นเอง
 




 

        “ระหว่างเรา...คืออะไร” เพลงนี้ผมยกขึ้นหิ้งให้เป็น The Best ของอัลบั้มนี้เลย มันเป็นเพลงที่เพราะมากจนรีวิวแยกเพลงไปรอบนึงแล้ว และต้องเอามาพูดอีกครั้ง นี่คือเพลงโซลภาคต่อของ ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน และได้การทำงานกับวงที่ทำเพลงเพราะที่สุดวงนึงในยุคนี้อย่าง The Parkinson นั่นเอง และกานต์ก็ยังคงโชว์สกิล “กูทำเองแม่งหมดเลย” เหมือนเคย (ฮา) ตั้งแต่เนื้อร้อง ทำนองก็แต่งเอง อัดดนตรีเองอีกตะหาก
 

ยอมแล้วพ่อคู้นนนนนนน
 

        เพลงนี้เป็นการดูเอทกันระหว่างกานต์-ดา และแน่นอน เพลงกานดาเพลงนี้ คือเพลงที่พีคสุดๆ ทั้งสไตล์ดนตรีที่ไฮคลาสหรูหราชิบหายกับนีโอโซลทันสมัยๆ ซึ่งเป็นทางของพาร์คินสันเลย และมาผสมกับความเป็นดาได้โคตรเข้า เพราะดาเองก็ชอบร้องทางโซลอยู่แล้ว จึงเป็นการเข้ากันชนิดที่เรียกว่า ได้โปรดช่วยมาfeaturingกันอีกบ่อยๆเถอะ แฟนเพลงขอร้อง
 

เพลงนี้เพราะระดับล้านกะโหลก!!!! ไม่พูดมาก ไปฟังเอาเอง ที่แน่ๆถ้ามีtop10เพลงที่เพราะที่สุดของปี ผมให้เพลงนี้ติดแน่ๆ
 




 

         “You’ll be mine” เป็นเพลงที่หวานมากกกก ซึ่งเพลงนี้คนมาฟีทร้องด้วยไม่ใช่ใครที่ไหน ก็อเล็กซ์ แฟนตัวจริงของดานั่นแหละ เรียกง่ายๆว่าธุรกิจในครอบครัวนั่นเอง ผ่างงงง! ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ และผมว่ามันดีมากๆด้วย เพราะอเล็กซ์เองก็เป็นศิลปินอยู่แล้ว พ่อหนุ่มชาวกรีกคนนี้มีผลงานของตัวเอง และในนามของSYPS ซึ่งน่าจะมาจากชื่อนามสกุลของแก Alex Sypsomos หนุ่มโคตรหล่อชาวกรีก ไม่ได้หล่อแต่หน้า แต่เสียงพี่แกโคตรหล่อมากๆ แถมเอามาร้องเพลงนี้ซึ่งเป็นR&Bบัลลาดจ๋าๆ โคตรเข้ากับดาเลย ด้วยเวิ้งมิติของดนตรีที่เล่นน้อยๆ แต่ปล่อยห้วงอารมณ์เพลงให้คนฟังเยอะมาก เพลงนี้บอกเลยว่า นอกจากเพลงด้านบนที่ผมอวยนักหนาแล้ว เพลงนี้คืออีกเพลงที่ หลงรักหนักมากกกกก เพราะแม่งโคตรเพราะ เพราะเกินบรรยาย แถมยังไม่นับความฟินในเอ็มวีที่โชว์สวีทกันแบบเห็นๆ ดาเอ็นโดรฟินทำหน้าแบบว่า “ก็ทำไมอ่ะ คนนี้ของชั้น ดวกกกกกส์” เป็นเอ็มวีที่ดูแล้วฟินจริงๆ ทั้งเพลง และภาพที่สวยมากๆ ผมชอบนะ มันอินดี ใครว่าไงไม่รู้ แต่ผมว่าอินเนอร์นักร้องสองคนมันเรียลดีแท้ (ก็เขาเป็นแฟนกันจริงๆนี่หว่า ฮา)

 

 

        ปิดท้ายอัลบั้มนี้ด้วยซิงเกิลที่ได้พ่อหนุ่มแร็ปเปอร์สุดฮอตจากแดนใต้หลาวอย่าง Twopee Southside มาร่วมแจมด้วยในเพลง “Revolution” ซึ่งเพลงนี้มันมีกลิ่นอายของฮิปฮอปอย่างเต็มที่ ตั้งแต่กรูฟของเมโลดี้ที่ดาร้อง ที่แต่งออกมามันคือฮิปฮอปชัดเจนมาก เพลงนี้แข็งแรงจริงๆ ซึ่งตัวเมโลดี้คือ SYPS แฟนดาแต่งให้ ส่วนเนื้อก็ หมูมูซู ดา และ โต้ง ช่วยกันแต่งสามคนโต้กันไปมาให้มันดูแข็งแรงแบบในเอ็มวี แม้ว่าเพลงนี้ผมจะชอบน้อยที่สุดในอัลบั้มนี้ แต่ซาวด์ดนตรีแข็งแรงดีและสไตล์ไม่จำเจกับเพลงอื่น อันนี้ดีมากที่ยังไม่ลืมที่จะเอาสไตล์ฮิปฮอปในยุคแร็ปเปอร์ครองเมืองมาด้วย เสียดายแค่ อยากได้ยินดาแร็ปแบทเทิลกับโต้งในเพลงนี้ด้วย
 

ยังไงก็ #RESPECT ครับเพลงนี้
 

        สรุปโดยรวมแล้ว อัลบั้ม DAMATIC เป็นผลงานการโปรดิวซ์อัลบั้มเองคนเดียวเต็มๆของ ดา เอ็นโดรฟิน ที่เธอได้โชว์ฝีมือแบบเต็มที่มากๆ และได้แสดงผลงานอย่างที่เธอต้องการ โดยที่เป็นตัวตนของเธอทั้งหมด และแน่นอน งานของตัวเองเธอจึงเคี่ยวกรำออกมาให้ได้อย่างที่ใจทุกเพลง ไม่ใช่ว่าจะทำเพลงอะไรออกมาก็ได้ ซึ่งมันทำให้ ทั้งห้าเพลง มีคุณภาพที่อัดแน่นคับแก้วสุดๆเพราะโฟกัสเต็มที่ได้ทุกๆเพลงในโปรเจคนี้ บอกเลยว่า เป็นการกลับมาคัมแบ็คให้วงการเพลงได้รู้อีกครั้งว่า ใครคือแม่ และตอนนี้ แม่กลับมาแล้ว!!! เป็นผลงานที่ทำให้เรารู้ว่า ดายังไม่หมด และยังปล่อยของโหดๆให้เราได้ฟังแบบชิลๆห้าเพลงรวด สบายๆสไตล์แม่ดาเฉยเลย เป็นผลงานที่มีคุณภาพสูงมากๆ และคะแนนรีวิวที่ให้ จึงสมควรแก่คุณภาพแล้ว
 


DAMATIC : Review Scores – 8.5 / 10
 

        เป็นคะแนนที่สูงมาก และน่าอุดหนุนผลงานนี้เป็นอย่างยิ่ง เสียดายว่าไม่มีขายเป็นเทปซีดีแล้ว ไม่งั้นนี่จะเป็นผลงานที่โคตรน่าเก็บสะสมในเชิงของcollectorเลยทีเดียว แต่เพียงแค่เรามีเพลงดีๆแบบนี้ไว้ฟัง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว และไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เพลงเธอทั้งห้าเพลง จะแทรกเข้าไปอยู่ในplaylistที่เราฟังประจำ และฟังบ่อยๆได้ เพราะงานเธอดีจริงๆ
 

ยินดีกับดาด้วยที่ได้ทำงานตามที่เธออยากจะได้ และงานก็ออกมาดีมากจนภูมิใจแทน..
 

 

Close [×]