[Spoiled] รีวิวAvengers Endgame [10/10 คะแนน] หนังมาร์เวลที่”ทำเพื่อแฟนมาร์เวล”อย่างสุดหัวใจ

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

[Spoiled] รีวิวAvengers Endgame [10/10 คะแนน] หนังมาร์เวลที่”ทำเพื่อแฟนมาร์เวล”อย่างสุดหัวใจ



        เป็นการปิดมหากาพย์หนังมาร์เวลที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจนยิ่งใหญ่เป็นระยะเวลากว่า10กว่าปีได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดสมกับการรอคอย และติดตามมาตลอดเส้นทางของหนังจักรวาลมาร์เวลชุดนี้ นับตั้งแต่Ironman เปิดจักรวาลนี้เอาไว้ในปี 2008 จากภาคแรก มาจนถึงล่าสุด ส่งไม้ต่อให้กับผู้นำรุ่นใหม่หลังจากนี้กับหนังของขุ่นแม่อย่าง Captain Marvel ในที่สุด Avengersภาค4 หรือชื่อ Avengers Endgame ก็ได้เวลาฉายในที่สุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และนี่น่าจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการรีวิวและบอกถึงความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้ในฐานะแฟนหนังเหนียวแน่นของแฟรนไชส์พวกเขา
 

        Avengers Endgame เป็นหนังที่เป็นบทสรุปของการปูเนื้อเรื่องมาทั้งหมด จากหนังทุกๆเรื่อง ทุกๆภาคของ Marvel Studio อย่างที่เราทราบกัน ไม่ว่าจะเป็น ธอร์3ภาค ไอร์ออนแมน3ภาค แคป3ภาค และหนังเรื่องอื่นๆอีกจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น Black Panther / Ant-Man / Guardian of the Galaxy 2 ภาค / Captain Marvel / Avengers ทั้งสามภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคแรก / Age of Ultron หรือแม้กระทั่งล่าสุดที่โคตรฮือฮาอย่าง Infinity War ซึ่งเป็นมหาสงครามภาคแรกที่เป็นความพ่ายแพ้ย่อยยับของเหล่าฮีโร่ต่อบอสใหญ่ที่ถูกปูมานานแล้วอย่าง ธานอส นั่นเอง ยังไม่รวมหนังย่อยอย่าง Dr.Strange Spiderman

หนังทุกเรื่องมีความเป็นเอกเทศของตัวเอง สามารถดูให้จบภายในเรื่องได้ แต่ก็จะมีจุดร่วมกันของทุกๆเรื่อง และหนังหลายๆเรื่องก็แทบจะไม่จำเป็นต้องมานั่งเอ่ยปูมหลังให้คนดูเยิ่นเย้อเสียเวลา เพราะมาร์เวลสตูดิโอสร้างฐานแฟนไว้แข็งแรงมาก และพวกเขาเองก็มั่นใจจะนำเสนอต่อได้เลยโดยที่ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องภายหลังอีก ทำให้อารมณ์หนังต่อเนื่องกันไปข้างหน้าแบบไม่สะดุด ทุกเรื่องในที่สุดจึงมาถึงจุดสิ้นสุดแรกของ Infinity War เมื่ออัญมณีพลังจากทุกๆเรื่อง หกเม็ด ถูกรวบรวมได้สำเร็จในภาคแรก และภาคนี้ Avengers Endgame จึงเป็นการเอาคืนธานอส โต้กลับเพื่อที่จะทำให้ทุก
อย่างกลับมาเหมือนเดิมในที่สุด มันเป็นบทสรุปของInfinity Gemsทั้งหก และบทสรุปของตัวหลักๆที่เป็นสมาชิกของ Avengers รุ่นแรกดั้งเดิมทั้งหกคน ไม่ว่าจะเป็น ไอร์ออนแมน กัปตันอเมริกา ฮอคอาย แบล็ควิโดว์ ฮัลค์ และธอร์นั่นเอง
 

        พูดถึงตัวหนังก่อน Avengers Endgame นั้นมีความยาวถึง3ชั่วโมงในฐานะภาคจบ จึงสามารถใส่อะไรได้ค่อนข้างเยอะและ “ครบ” ในการเคลียร์ปม และอธิบายภาคของเนื้อเรื่อง และขั้นตอนต่างๆในเรื่องที่ทำให้คนดูไม่งงได้ เป็นข้อได้เปรียบของหนังที่มีระยะเวลายาว ไม่ต้องรีบเร่งยัดเกินไปจนทำให้คนดูงง หรือมันห้วนไป หนังเรื่องนี้ใช้เวลาได้เต็มที่สะใจมากๆ คนดูในโรง ที่ผมไปทุกคนก็ตั้งใจดูกันหมดทุกคน แม้กระทั่งเบาะด้านหน้าแถวB8-B10 ถึงมันจะคุยกันไม่มีมารยาทก็ตาม แต่ทุกคนในโรงก็ตั้งใจดูหนังเรื่องนี้กันดี 5555 เป็นฟีลลิ่งที่น่าประทับใจมากๆ เพราะทุกคนคืออยากดูเรื่องนี้ และมาตั้งใจดูกันอย่างจริงๆจังๆเลย
 

         
        Endgame เป็นหนังที่มีการหาวิธีปราบบอสที่โคตรจะควอนตัมฟิสิกส์เรื่องนึงเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการย้อนเวลา และมิติคู่ขนานเวลาที่ต้องใช้ความคิดในการดูพอสมควร แต่ประเด็นหลักๆก็คือ แม้ว่าจะย้อนไปแก้ไขในอดีตก็ตาม แต่มันก็ไม่ส่งผลต่อช่วงเวลาปัจจุบัน มันจะไม่เหมือนทฤษฏีของโดราเอมอนที่หลายคนคุ้นเคย แต่มันคือจุดเชื่อมและจุดแยกของไทม์ไลน์ที่มิติจะแตกแขนงออกไปทันทีที่ย้อนเวลากลับไปเทคแอคชั่นใส่อดีตนั้น ซึ่งคอนเซปต์หลักของหนังเรื่องนี้ด้านทฤษฏีนี้ หนังชี้ให้เห็นชัดๆว่า [อดีตที่ย้อนไป มันคือ “อนาคต” ที่กำลังจะเกิดขึ้น] นั่นเอง จึงเป็นที่ถกเถียงdiscussกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะประเด็นของกัปตันอเมริกาในตอนท้ายนั่นเอง


        ดังนั้นด้วยทฤษฏีที่ต้องใช้ความเข้าใจสูง ทำให้การมีเวลาเยอะ และหนังเล่าอย่างละเอียดในแต่ละขั้นตอน ทำให้ภาคของเนื้อเรื่องไม่มีPlot Holeเลย แม้กระทั่งท้ายเรื่องประเด็นแคปก็เหอะผมว่าเค้าตอบเคลียร์แล้ว ในส่วนนี้ทำได้ดียาก และแม่งเป็นหนังฮีโร่ที่ซับซ้อนสุดๆเรื่องนึง แต่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ ข้อนี้คือจุดแข็งของEndgameจริงๆในด้านเนื้อเรื่อง เหมือนเปิดโลกใหม่ของหนังฮีโร่สายควอนตัมฟิสิกส์ที่นำเอาเรื่อง Space-Time เข้ามาเกี่ยวข้องแบบจริงๆ
 

        ในส่วนของภาคActionของหนัง แน่นอนข้อนี้ผมก็ไม่ตัดคะแนน ผมว่าช่วงต่อสู้ถือว่าEndgameจัดเต็มจริงๆ ทุกช็อตนี่คือพีคหมดโดยเฉพาะช่วงมหาสงครามตอนท้าย พีคในพีคทุกช็อต ทุกตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แคปนี่ แม่งเท่สุดอะไรสุดจริงๆ ผมมั่นใจแล้วว่าผมเป็นเมนแคปอยู่ในใจมาตลอดแน่นอน(ฮา) หนังไม่ปล่อยให้ตัวไหนไม่มีแอร์ไทม์เลยตลอดเรื่อง แม้กระทั่งคนที่ไม่เหลือรอดชีวิตมาจนถึงสงครามท้ายอย่างแน็ต อยากบอกว่าซีนของแน็ตกับบาร์ตัน แม่งคือฉากที่กระชากอารมณ์ผมมากที่สุดแล้ว น้ำตาแทบจะไหลจริงๆ ลุ้นมาก เครียดมาก บีบคั้นจริงๆก่อนที่มาร์เวลจะทำสิ่งที่แฟนหนังเจ็บปวดที่สุด เพื่อเป็นการเสียสละสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าหนึ่งชีวิต แต่สามารถแลกกับสันติสุขระดับจักรวาลได้ แม่งเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างที่ไม่เคยเห็นในหนังฮีโร่เรื่องใดๆ เช่นเดียวกันกับ โทนี่อีกคนหนึ่งก็ต้องแลกชีวิตตัวเอง เพื่อปกป้องจักรวาลนี้อย่างยิ่งใหญ่เช่นเดียวกัน
 

   
       หนังภาคนี้ค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับAvengersรุ่นแรก ดังนั้นตัวอื่นๆที่เด่นภาคก่อนๆก็อาจจะสลับน้อยลงไปในภาคนี้ อย่างฮอคอาย ภาคที่แล้วหายไป ภาคนี้จึงกลับมาได้บทเด่นมากๆ เช่นเดียวกับแนต / โทนี่ แคป ที่ภาคก่อนไม่ค่อยเด่น ภาคนี้จึงกลับมาแบบจัดเต็ม ส่วนเดอะแบกInfinity War อย่างธอร์ เพื่อความสมดุลของเนื้อเรื่อง และไม่เด่นเกินไปทั้งสองภาค และเพื่อที่จะได้สูสีกับธานอสไม่กดพี่มันม่วงฝ่ายเดียว ดังนั้น “อเวนเจอร์ที่แข็งแกร่งที่สุด” อย่างธอร์ จึงโดนเนิร์ฟให้อ่อนและฮาที่สุดในภาคนี้ แม่งเป็นตัวโจ๊กจริงๆ แต่เป็นความโจ๊กที่เข้าใจเหตุผลได้ และดูน่ารักไปอีกแบบดี คนที่เป็นสาวกธอร์อาจจะต้องเข้าใจคนเขียนบทหน่อยเพราะภาคที่แล้ว และหนังเดี่ยวของตัวเองมัน โคตรOPไปแล้ว ถ้ายังให้เก่งมาแบบนั้น สงสัยEndgameจะจบแค่ชั่วโมงเดียว โผล่มาซัด Stormbreaker ใส่ธานอสสองสามเปรี้ยง คอน่าจะขาดแล้วเพราะลุงมันม่วงไม่มีถุงมือนั่นเอง ส่วนฮีโร่อื่นๆนั้นก็มีบทน้อยหน่อยต้องเข้าใจ อย่างพี่เสือดำ หรือ ทีมGOT เอง พวกเขาจะมีหนังเดี่ยวของตัวเองทั้งนั้น และเป็นเหมือนรุ่นต่อๆไปในอนาคต ดังนั้นภาคนี้บทจึงน้อยๆลงไป และเหลือให้รุ่นพี่ที่สร้างMarvel Studioขึ้นมา ได้ไว้ลายส่งท้ายกัน เช่นเดียวกับขุ่นแม่แคปมาร์เวลของผมด้วย ถ้ามีบทเยอะไปแทบจะไม่ต้องสู้กันแล้ว แม่มาคนเดียวกองทัพก็พังแล้วล่ะ!

 

        ส่วนอื่นๆของหนังทำได้ดี ครบรส โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เป็นพาร์ทดราม่าของเรื่อง ทำได้ดี และขยี้สุดๆจนผมเชื่อว่า คนจะเสียน้ำตาให้หนังฮีโร่เรื่องนี้ มากที่สุดในประวัติศาสตร์หนังฮีโร่โลก เพราะฉากบีบคั้นมีเยอะ ฉากดราม่า ปมการสูญเสีย ปมครอบครัว เสียครอบครัวของทุกๆฮีโร่ มีมาครบ เพราะทุกฮีโร่มีครอบครัวหมดและเล่นครบทุกบ้าน คนเขียนบทใจร้ายมาก(สึส) บ้านโทนี่ บ้านธอร์ บ้านบาร์ตัน และครอบครัวแน็ตที่เป็นAvengersด้วยกัน เรียกได้ว่าเจอดราม่าครบครัน แต่อยากบอกว่า โคตรซึ้งทุกช็อต มันมีความหมาย และนักแสดงเล่นดีมากๆ ตัวอย่างง่ายๆที่เหมือนจะไม่มีอะไรแต่สุดดีพอย่าง การเจอกันอีกครั้งของโทนี่กับ ปีเตอร์ปาร์คเกอร์ บอกเลยว่าสุดจริงๆ ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ และอย่างที่บอกไป The Bestของผมภาคนี้ ผมให้ช็อตการวิ่งไปตายของบาร์ตัน และสุดท้ายกลายเป็นแน็ตที่ชิงเสียสละตัวเองแบบโคตรยิ่งใหญ่ (เขียนไปก็จะร้องไห้)
 

        และแน่นอน ฉากการ”Endgame” มหากาพย์นี้แบบโคตรฮีโร่ของป๋าโทนี่ ด้วยวลีเดิมที่เคยเปิดจักรวาลMarvel และสุดท้าย ถูกเอามาใช้เพื่อ “ปิดจักรวาลมาร์เวล” อีกครั้งในประโยค
 

I am Ironman
 

        คือสิ่งที่สุดยอดที่สุดที่ทีมงานเอาตรงนี้มาเล่น และผมนี่โคตรจะเสียดายมากนะที่ หลายคนที่ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ดูในโรง อาจจะไม่เข้าใจ และอาจจะเทน้ำหนักไปที่ความตลกที่มันขัดแย้งกับคำพูดธานอสประโยคก่อนหน้านั้นว่า I am inevitable แต่จริงๆแล้วแฟนแท้ๆผมว่าประโยคนี้แม่ง สุดจัดจริงๆ ที่เอามาปิดเกมธานอส และปิดอเวนเจอร์อย่างยิ่งใหญ่สุดจริงๆ ปลื้มมาก
 

        ซึ่งจากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ สิ่งที่ดีที่สุดของหนัง Avengers Endgame นอกจากเนื้อเรื่อง ฉากแอ็คชั่น ดราม่า มุกตลกที่ใส่เข้ามาในหนังเรื่องๆที่ทุกอย่างทำได้ดีเยี่ยมแล้วนั้น แต่สิ่งที่ดีที่สุดของหนัง สำหรับแฟนบอยอย่างผม ผมคิดว่า ที่เยี่ยมสุดคือ “หนังเรื่องนี้มาร์เวลสตูดิโอ ทำออกมาด้วยความรัก และทำเพื่อแฟนมาร์เวลทุกอย่างอย่างเต็มที่จริงๆ”
 

มันเป็นหนังมาร์เวล โดยมาร์เวล เพื่อแฟนมาร์เวลเดนตายอย่างแท้จริง

 

        จุดที่แข็งที่สุดคือ การทำEndgame ออกมาเพื่อที่จะเหมือนtribute หนังเรื่องเก่าๆของมาร์เวลทั้งหมดทุกเรื่อง เคยมีอะไรมานั้น ถูกเอามาเป็นบทสรุป และย้อนรำลึกไปถึงหนังเก่าๆพวกนั้นอย่างครบถ้วนทุกเรื่องจริงๆ ดูง่ายๆคือการย้อนกลับไปตอนสงครามโลกิ แล้วเราได้เห็นฉากรวมอเวนเจอร์ในตำนานฉากนั้นเต็มๆอีกครั้ง / การย้อนไปสู่ฉากจำของสตาร์ลอร์ดในวิหารMorag ที่ร้องเพลงCome and get your love / การย้อนรำลึกคำพูดหลายๆคำในจักรวาลหนัง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังเก่า จนมาสรุปที่เรื่องนี้ ทุกอย่างมาหมด และยังรวมถึงEaster Eggs มากมายที่เอามาใส่ในหนังเรื่องนี้แบบ โคตรครบจากทุกเรื่อง แอนท์แมน BP GOT ธอร์ ไอร์ออนแมน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉากในลิฟท์จาก แคป2 ที่ถูกเอามาใช้เป็นซีนสุดพีคอย่าง “Hail Hydra” ในภาคนี้ ประโยคสั้นๆเบาๆประโยคเดียว แต่แม่งสุดยอดยิ่งกว่าสุดยอด แฟนคอมมิคและคนที่ติดตามMarvelจะรู้ดีเลยว่าฉากนี้แม่งทรงพลังขนาดไหน
 

มันคือการTribute to แฟนMarvel ทำทุกอย่างเพื่อให้แฟนๆฟินกันอย่างแท้จริง
 

     
         นี่คือจุดแข็งที่สุดของหนังเรื่องนี้ที่ทำให้ผมรู้เลยว่า ทีมงานผู้สร้างนั้น “รักแฟนหนัง” ขนาดไหน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลแล้ว จากหนังทั้งหมด23เรื่อง ปูมาจนมาถึงบทสรุปหนังที่พี่น้องรุสโซ่ Anthony / Joe Russo เป็นการปิดท้ายที่สมบูรณ์แบบ ครบรส ฟิน และโคตรประทับใจแบบ ไม่มีอะไรค้างคาอีกแล้ว โดยเฉพาะบทสรุปของแต่ละฮีโร่ และการส่งต่อไปยังรุ่นต่อไป หนังEndgameก็ปูไว้อย่างเรียบร้อยโดยที่เป็นปลายเปิดสามารถต่อยอดไปได้อีกไกล หรือจะทิ้งไว้ให้เป็นปลายเปิดคิดต่อกันเอาเองเล่นๆก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น กัปตันอเมริกาคนต่อไปที่เป็นฟอลคอน / ลูกสาวโทนี่ที่อาจจะรับช่วงต่อ และการไปจอยทีมการ์เดี้ยนของธอร์ที่ออกเดินทาง / ฮีโร่เซ็ตใหม่ที่จะมาแบกจักรวาลต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกัปตันมาร์เวลที่ปูพลังระดับคอสมิคบีอิ้งเอาไว้ให้ ที่จะร่วมทีมกับสไปดี้ที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นในfar from home ฯลฯ

 

        บทสรุปของคนที่เป็นฮีโร่ คือปลายทางที่ยิ่งใหญ่ .. หลายคนเสียสละตัวเอง เสียสละความสุขของครอบครัวตนไป เพื่อให้ครอบครัวอื่นๆในจักรวาลมีความสุขอย่างโทนี่ ที่ยอมตายอย่างวีรบุรุษเพื่อช่วยโลกและจักรวาลนี้ เช่นเดียวกันกับแน็ตที่ยอมสละชีพเพื่ออัญมณีหนึ่งเม็ด ซึ่งเป็นความหวังของจักรวาล ส่วนปลายทางของกัปตันอเมริกา ที่สุดท้ายแล้ว เขาก็ได้กลับไปอยู่กับเพ้กกี้ และใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองพลาดไปในช่วงเวลาที่ถูกแช่แข็งไปนั้นเอง ซึ่งประเด็นตรงนี้ที่ถกเถียงกัน ผมก็ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่เชื่อและยืนยันว่า ถ้าจักรวาลหลักคือA และที่ย้อนอดีตไปเอาInfinity Stone และไปคืนคือ B นั้น ในตอนท้ายก็ไม่มีอะไรมาก แคปAที่ย้อนกลับไปเอาอัญมณีไปคืนตามจุดเวลาต่างๆ สุดท้ายแล้วปี1970ที่เขากลับไป เขาก็ใช้ชีวิตกับเพ้กกี้อย่างที่เห็นฉากสุดท้าย ใช้ชีวิตจนแก่เฒ่าอย่างที่เห็นในรูป พอจนถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว แคปA ที่อยู่ในไทม์ไลน์B จึงย้อนกลับมาที่ ไทม์ไลน์A นั่นเอง ดังนั้นเมื่อกลับมา แคปAจึงรู้จักแซม บัคกี้เป็นอย่างดี ดังนั้นแคปที่นั่งอยู่นั่นคือแคปAไม่ผิดเพี้ยนแน่นอน ดังที่ดร. ฮัลค์ บอกไว้แล้วว่า เวลาของแคปมีไม่จำกัด
 

       
          ส่วนในตอนที่ย้อนกลับไปนั้น ไทม์ไลน์B ก็จะมีแคปสองคน แต่ในขณะเดียวกัน ไทม์ไลน์Aที่เราอยู่กับหนังมาตลอด และที่เพ้กกี้ไม่บอกว่าใช้ชีวิตกับใคร และมีลูกออกมา จนเป็นหลานชารอนนั้นในจักรวาลA ผมเชื่อว่า คนที่ไม่เปิดเผยตัวนั้น ก็น่าจะเป็น แคปจากอนาคต ที่ย้อนกลับมาและใช้ชีวิตอยู่กับเพ้กกี้เช่นเดียวกัน และเป็นแคปอื่นที่ไม่ใช่ แคปA นั่นเอง ดังนั้นในแต่ละไทม์ไลน์ทุกช่วงเวลา ก็จะมีแคปอยู่2คนเสมอ ดังนั้นข้อนี้จึงสามารถตอบทุกข้อสงสัยได้ และไม่ใช่การมานั่งรออยู่ตรงม้านั่ง เพราะว่า ดร.ฮัลค์บอกเองว่าไทม์แสตมป์มาแล้วและเขาน่าจะอยู่ที่นี่ (he should be here) สิ่งเดียวที่คิดได้ก็คือ แคปAไปทำภารกิจ ไปใช้ชีวิตอยู่กะเมีย แล้ววาร์ปกลับมาจากอดีตนั่นแหละ เพียงแต่ว่าไม่กลับมายืน “ตรงเครื่องย้อนเวลา” เท่านั้นเอง ไปโผล่อยู่ตรงม้านั่ง (hereที่นี่อาจจะไม่ได้หมายถึงเครื่องโดยตรง แต่สถานที่จุดนั้น) ซึ่งมันก็ไม่ได้ดูเป็นพล็อตโฮลอะไรมากมายเลย ก็เข้าใจได้อยู่ ส่วนประเด็นเรื่องเซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์กับเรื่องความแก่ของ
แคปนั้นไม่น่าจะสงสัยอะไร เพราะหากแคปกลับไปใช้ชีวิตจริงๆ และมาอยู่ตรงจุด2023 ถึงตอนนั้นแคปอายุเป็น100แล้ว(105 แกเกิดปี1918)ถ้าแคปAไม่ได้ถูกแช่แข็ง และใช้ชีวิตจนถึงจุดจริงๆ แต่ในหนังไม่ได้บอกชัดเจนว่า แคปไปใช้ชีวิตอยู่จนถึงอายุเท่าไหร่ (อายุจริง105 อายุร่าง39 ขอบคุณข้อมูลจากพี่หลวงจีนหอไตรครับ) อาจจะอยู่ถึงแค่ปี2016 พอเพ้กกี้เสียก็วาร์ปกลับมาก็เป็นได้ ดังนั้นเรื่องแก่ก็น่าจะเป็นไปตามธรรมชาติ ส่วนฤทธิ์เซรั่ม และโล่ อาจจะไปเอามาจากไทม์ไลน์ไหนสักอัน แล้วเซรั่มเองยังอยู่ แต่แกก็ไม่ได้ใช้ไปสู้รบเท่านั้นเอง ปล่อยให้แคปBตื่นขึ้นมาตามปกติแล้วปกป้องโลกไป แกก็อยู่กับเพ้กกี้เงียบๆ เท่านั้นเอง
 

        หลายๆสำนักก็พูดตรงกัน และหนังก็บอกโต้งๆว่าทฤษฏีเกิดไทม์ไลน์คู่ขนาน เปลี่ยนอดีตไม่ส่งผลต่อปัจจุบันชัดเจน ดังนั้นแคปA ที่ไปใช้ชีวิตแล้ว จึงย้อนกลับมาจุดเดิมในที่สุดหลังจากไปอยู่กับเพ้กกี้มาจนแก่ แค่กลับมาไม่ตรงเครื่องแค่นั้นเอง
 

 
        เป็นหนังที่จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ และไม่มีอะไรติดใจอีกแล้ว สมกับการรอคอยมหาสงครามนี้มาตลอดตั้งแต่เนื้อเรื่องปูไปถึงสเกลพลังและจุดเชื่อมโยงโดยInfinity Stones และบอสใหญ่อย่างธานอสที่เกี่ยวพันกับหลายๆตัวละครไม่ว่าจะเป็นการส่งลูกน้องมา หรือตัวร้ายรองๆอย่างโลกิ หรือ โรแนนเองก็ตามที จบได้อย่างครบ และปูทางเอาไว้ในอนาคตต่อๆไปของหนังมาร์เวล ที่จะขยายสเกลไปสู่ระดับสงครามจักรวาลแน่นอนเพราะดูจากพลังของแคปมาร์เวลแล้ว และตัวที่ยังไม่ออกมาอีกอย่างอดัม วอร์ล็อค แน่นอนว่ามันต้องมีสเกลพลังที่ใหญ่กว่านี้แน่ๆ และเราก็คงจะได้ดูอะไรดีๆต่อจากนี้อีก แต่คงต้องใช้ระยะเวลาในการปั้นพอควร เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า แคป โทนี่ ธอร์ สร้างรากฐานเอาไว้ดีจริงๆและแฟนคลับเพียบ การจะดังขนาดนั้นได้ ดาราจำเป็นต้องดึงดูด และมาร์เวลคงจะค่อยๆทำต่อไปไม่เร่งรีบ แถมยังสามารถอ้างอิงมาถึงฐานเก่าตรงนี้ได้อีก ขอยกย่องความสำเร็จตรงนี้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ
พวกเขาทำหนังโดยยึดถือกับความรักของแฟนๆเป็นหลัก ดังนั้นพวกเราที่เข้าไปดู ไม่ว่าจะเรื่องไหนๆ เราก็จะได้รับความสุขที่สุดยอด เหมือนที่เคยเป็นมา และนับจากนี้ต่อไปอีกในอนาคต

 

- แด่ Avengers ที่พวกเรารัก -
 

Close [×]