จากวันนั้นถึงวันนี้ 20 ปีบนเส้นทางดนตรีของออฟ Big Ass จากนักดนตรีร็อคสู่ผู้บริหาร Genie Records

บทความโดย : YOU2PLAY

จากวันนั้นถึงวันนี้ 20 ปีบนเส้นทางดนตรีของออฟ Big Ass จากนักดนตรีร็อคสู่ผู้บริหาร Genie Records




        ถ้าไม่เริ่มต้น ความสําเร็จก็คงไม่เดินทางมาหา ไม่ว่าจะกับความฝัน หน้าที่การงาน หรือสิ่งใดๆ ก็ตาม บางสิ่งก็อาจ ได้มาอย่างที่เราไม่เคยคาดคิด เป็นเหมือนจุดต่อจากสิ่งหนึ่งไปสู่สิ่งหนึ่ง และสิ่งนี้ก็เกิดขึ้นกับชีวิตของออฟ พนู ศกัดิ์จตรุะบลุ หรือ ออฟ Big Ass จากชีวิตนักดนตรี จวบจนวันนี้เดินทางมาสู่เส้นทางผู้บริหาร Genie Records ก้าวเดินอันมั่นคงที่เขาพร้อม จะส่งต่อโอกาสต่างๆ ที่ตนเคยได้รับสู่ศิลปินหน้าใหม่ กับโปรเจกต์แกะกล่อง Genie New Folder !!


การเติบโตของเด็กหนุ่มที5รักในดนตรีจนถึงผู้บริหาร Genie Records


        ผมเองอยู่กับค่าย Genie Records มานาน ซึ่งก็ค่อยๆ เติบโตตามเส้นทางดนตรีมาเรื่อยๆ พบเห็นผู้คนมากมาย ได้ทํางาน ร่วมกับใครหลายๆ คน จนถึงจุดหนึ่งก็ได้มีโอกาสคุยกับพี่นิค วิเชียร ฤกษ์ไพศาล เพราะพี่เขาอยากให้เราได้มาลองทําอะไร สนุกๆ กับค่าย Genie Records แต่เราก็ยังติดเรื่องเวลา ประจวบกันช่วงนั้นผมเพิ่งมีลูก เลยอยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัวก่อน หลังจากผ่านมาได้ 2-3 ปี ผมก็มานั่งนึกว่าตอนนี้มีอะไรอีกที่เรายังไม่ได้ทํา สําหรับชีวิตในวงการดนตรี เรายังขาดอะไรอยู่ มีสิ่ง ไหนที่อยากทําอีกบ้าง ทําให้ผมนึกถึงการให้โอกาสกับน้องๆ ที่มีความใฝ่ฝันในแบบเดียวกับที่ผมเคยมี เพราะที่เรามีทุกวันนี้ได้ก็ เพราะการได้รับโอกาสจากพี่ๆ เหมือนกัน

        สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในใจผมเสมอ และผมก็อยากให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ดังนั้น ผมจึงเข้าไปคุยกับพี่นิคอีกครั้ง บอกถึงสิ่งที่อยาก ทํา และตอนนี้ผมก็พร้อมจะทําสิ่งนั้นแล้ว พร้อมแบกรับหน้าที่และความรับผิดชอบ ผลลัพธ์จะออกมาดีหรือไม่ดีก็ต้องลุยกันสักตั้งก่อน ผมอยากร่วมงานกับเด็กรุ่นใหม่ๆ ด้วย ชีวิตเราจะได้มีความตื่นเต้น หรือได้เรียนรู้สิ่งใหม่จากพวกเขาเช่นกัน

        แต่เรื่องที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารเป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เราเพียงรู้สึกว่าเวลาของชีวิตมันก็ดําเนินไปเรื่อยๆ เรา พร้อมจะทําสิ่งไหนเราก็ทํา เรายังรักสิ่งไหนเราก็ทํา และดนตรีก็ยังเป็นสิ่งที่ผมพร้อมจะทํามันอยู่ในเสมอจนวันนี้


ข้อแตกต่างของสองพาร์ทที่แบกไว้


        ทุกอย่างมีความยากง่ายของมัน ณ ตอนนี้ผมคงบอกได้ว่าการเป็นนักดนตรีนั้นง่ายกว่า สนุกกว่า เพราะเราคุ้นเคยกับมันมา มากกว่า 20 ปี เปรียบได้กับค่อนชีวิตที่ทําอาชีพนี้ ได้คลุกคลีกับคนในแวดวงดนตรี อันที่จริงจะว่าง่าย มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพียงแต่เราคุ้นชินกับมัน คุ้นชินกับการไม่ได้เป็นพนักงานประจํา อยากแต่งเพลงตอนไหนก็สามารถทําได้ ถ้ายังคิดไม่ออกก็พัก ไว้ก่อนได้ เมื่อเทียบกับการเป็นผุ้บริหาร มันค่อนข้างยากสําหรับผม วันแรกที่เข้าไปทํางานออฟฟิศ ผมถึงกับต้องออกมาคุยกับ ตัวเองว่าที่ผ่านมา 20 กว่าปี เราไม่เคยทํางานเลยนี่นา วันนี้ที่ได้เข้ามาเป็นผู้บริหารถึงได้รู้ว่านี่คือชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งของ คนทํางาน เป็นชีวิตที่เราไม่คุ้นเคยและไม่รู้จัก พอมาถึงจุดที่เป็นผู้บริหาร เราเหมือนเป็นคนใหม่ไปเลย

        เราจึงพยายามและทุ่มเทกับมัน เนื่องจากมันเป็นงานที่เราไม่เคยทํามาก่อน ผมคิดว่าส่วนที่ยากที่สุดคือ ทําอย่างไรให้ศิลปินที่ เราดูแลมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี หน้าที่การงานของศิลปิน หรือแม้แต่ความสุขในการใช้ชีวิตส่วนตัว เรามีเป้าหมายว่า มันจะต้องประสบความสําเร็จให้ได้ ทั้งทางด้านธุรกิจและศิลปะ ในจุดที่ต้องดูแลคนเยอะๆ เราต้องใช้ประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่าน มาสําหรับการตัดสินใจ มันจึงมีความกดดันและต้องปรับตัวเยอะ


Genie New Folder โปรเจกต์ใหม่ของ Genie Records


        ผมคิดโปรเจกต์นี้ไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว สมัยไปเป็นกรรมการการประกวด Hotwave Music Awards ผมรู้สึกว่าน้องๆ สมัยนี้ไม่ได้ เล่นดนตรีกันเล่นๆ แล้ว พวกเขามาประกวดเพื่อเริ่มต้นการมีชีวิตนักดนตรี ซึ่งอาจจะแตกต่างจากเมื่อก่อนอยู่บ้าง ผมรู้สึกว่าเรา ต้องสร้างโปรเจกต์อะไรขึ้นมาสักอย่างเพื่อเป็นช่องทางให้เด็กรุ่นใหม่ ได้เข้ามาโลดแล่นบนถนนของดนตรีจริงๆ จนเกิดเป็นชื่อ New Folderขึ้นมา



        ผมอยากให้มีพื้นที่สําหรับเด็กรุ่นใหม่ มีช่องทางและที่ทางให้เขาได้ปล่อยผลงาน เหมือนให้ความท้าทายมาอยู่ที่ตัวศิลปินเอง ด้วย ว่าตัวเองจะสามารถอยู่รอดในวงการนี้ได้จริงไหม เขาจะพยายามกับโอกาสนี้มากน้อยแค่ไหน และมิชชั่นสําคัญของผมคือ การสร้างศิลินใหม่ให้ Genie Records ให้ได้ ผมเลยเริ่มจดชื่อวงของน้องๆ ที่คิดว่าเราจะสามารถให้อะไรกับเขาได้ ซึ่งก็มีทั้ง จาก Hotwave Music Awards 2 วง และ GOOD HOPE Music Academy 4 วง จนเกิดเป็น Project Genie New Folder เพื่อค้นหาศิลปินที่จะได้เข้ามาอยู่ในค่าย Genie Records


ทิศทางของ Genie Records ภายใตก้ารดูแลของออฟ Big Ass


        ผมคิดว่า Genie Records เดินทางมาถึงจุดที่ทุกคนยอมรับแล้ว เหมือนเป็นมหาวิทยาลัยสําหรับวงหรือศิลปินที่เดินทางมาได้ สักพักหนึ่ง แล้วอยากขยับขยายมาอยู่ในสนามที่เข้มข้นขึ้น ผมว่า Genie Records ได้พิสูจน์มาพอสมควรแล้ว แต่ตอนนี้ผม กําลังมองอนาคตของศิลปินหน้าใหม่มากกว่า อย่างโปรเจกต์ Genie New Folder ถ้า Genie Records ไม่เริ่มค้นหาศิลปิน หน้าใหม่อย่างจริงจัง พวกเขาเหล่านั้นก็อาจจะไปอยู่ค่ายอื่นๆ หมด แล้วเราคงไม่ได้เริ่มนับหนึ่งกับวงไหนๆ ผมรู้สึกว่าเปรเจกต์ นี้จะเป็นเชื้อเพลิงที่เข้าไปกระตุ้นให้ทุกคนกระติอรืนร้นขึ้น แต่ผมคิดของผมอยู่คนเดียวนะ ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร (หัวเราะ)


        ผมตื่นเต้นมากๆ กับพวกเขา และคิดไว้ว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะมีสักสามเบอร์ที่สามารถแจ้งเกิดได้จริงๆ นั้นสุดยอดแล้ว สําหรับผม แล้วก็อยากให้ศิลปินที่ผมดูแลมีความสุขในทุกๆ ด้าน เดินหน้าในเส้นทางนี 'ไปด้วยกันอย่างมีความสุข ผมว่าเท่านี ' มันก็สมบูรณ์แล้ว


ลุยเบื่องหลังสุดตัว ฝากถึงงานเบื้องหน้ากันบ้าง


        ตอนนี้ Big Ass กําลังวางภาพรวมของอัลบั้มใหม่ไว้คร่าวๆ แล้ว และจะเริ่มลงมือกันในเดือนพฤษภาคมนี้ ผมเองยังรู้สึกตื่นเต้น กับมันมาก Big Saa ในปี 2019 อาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คิดว่าปีนี้น่าจะได้รับฟังกันประมาณ 2  ซิลเกิ้ล อย่างไรก็ฝาก Big Ass อัลบั้มใหม่ไว้ด้วยนะครับ รวมถึงฝากน้องๆ จากโปรเจกต์ Genie New Folder ด้วย เราจะทยอยปล่อยเพลงใหม่ให้ ฟังกันเดือนละ 1-2 เพลง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของน้องๆ ผมตื่นเต้นกับทุกคน อยากให้ผู้ฟังเปิดใจรับน้องๆ จากโปรเจกต์ นี้ หวังว่าจะถูกใจและติดตามกันไปเรื่อยๆ นะครับ
Close [×]