Deepลงลึกสุดไปกับซิงเกิลใหม่ “ถ้าวันหนึ่ง” จาก GUNN JUNHAVAT งานเพลงที่แต่งออกมาได้ดีมากๆ

บทความโดย : หัตถาครองพิภพ

Deepลงลึกสุดไปกับซิงเกิลใหม่ “ถ้าวันหนึ่ง” จาก GUNN JUNHAVAT งานเพลงที่แต่งออกมาได้ดีมากๆ

 





 

        เกือบจะพลาดไม่ได้ฟังเพลงนี้ไปแล้ว นี่คือผลงานใหม่ของน้องกันต์ ชุณหวัตร นักร้องหนุ่มไซส์เล็กแต่หล่อน่ารัก จากค่ายBoxx Music ที่เราก็ไม่ได้ฟังผลงานน้องมาพักใหญ่ๆเลย ตอนนี้ในที่สุดแกก็ปล่อยผลงานออกมาให้เราในฐานะแฟนเพลงได้ฟังกันอีกครั้ง และครั้งนี้ผมคิดว่ามันคือการเติบโตไปอีกขั้นหนึ่งเลยทีเดียว กับซิงเกิลใหม่ที่มีชื่อว่า “ถ้าวันหนึ่ง”


       งานนี้ได้ฝีมือของปอยPORTRAITมาเขียนเนื้อให้ และมีพี่พลมาทำเมโลดี้และเรียบเรียงดนตรี ซึ่งตัวเพลงเนื้อหาแบบนี้มันช่างเข้ากับน้องกันต์ดี เพราะหากจำกันได้ ลายมือการเขียนเพลงของกันต์ ก็จะฟีลลิ่งประมาณนี้เป๊ะๆเลย ดังนั้นที่PORTRAITจัดมาให้ มันเข้ากับกันต์อย่างเป็นเนื้อเดียวกันมากๆ อันนี้ถ้าเป็นแฟนเพลงเก่าๆของกันต์จะเก็ทดีว่าเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น ลายมือนี่แทบจะถอดแบบกันมาเลย ส่วนตัวดนตรีและเมโลดี้ มันมีความเวิ้งว้างดี ตัวดนตรีมีความเป็น Boxx Musicจ๋าๆเลย ฟังง่ายๆสบายๆ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะสอดแทรกกิมมิคอะไรบางอย่างที่ทำให้เพลงมันสดใหม่ อย่างพวกเสียงซินธ์ด้านหลังที่เจือจางมาบางๆ มันได้กลิ่นอายงานค่ายนี้ดี อันนี้เป็นเหมือนลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์เลย ชอบมาก
 


        ตัวน้องกันต์ร้องเพลงนี้ได้ดีมาก อย่างที่บอก แม้เขาจะไม่ได้เขียนเอง แต่เพลงนี้มันเป็นของตัวเขาแบบเต็ม100% และถ่ายทอดออกมาได้เต็มความรู้สึกเจ็บปวดและเคว้งคว้างไม่เหลือใครดี น้องใช้ฟีลลิ่งแบบนี้ร้องเพลงได้ดีมากๆ ถ้าไม่อกหักบ่อยๆ หรือเจ็บมาจริงๆ ต้องถือว่าทำได้ดีเยี่ยมสุดๆไปเลย อายุเท่านี้ ร้องเพลงโทนนี้ออกมาได้ถึงอารมณ์ดี


พูดง่ายๆ เราเชื่อว่าเขาเจ็บปวดเสียใจไม่เหลือใครจริงๆ


        นักร้องที่ร้องแล้วทำให้คนฟังเชื่อได้ คือเก่งแล้ว ดังนั้นเพลงนี้ผมจึงบอกว่า มันเป็นการเติบโตอีกขั้นของน้องเลย เพราะสามารถร้องเพลงที่มันdeepกว่าปกติที่แต่งโดยรุ่นพี่ทั้งสองท่าน เพลงมันไปไกลกว่าเดิม แต่กันต์สามารถเอาอยู่ได้อย่างสบายๆเหมือนมีลมหายใจเดียวกัน อันนี้ดีจริงๆ ฟังแล้วมันอิน มันสุดดีกับอารมณ์ ไม่ใช่ว่านี่แม่งเป็นแค่เพลงที่ เอาเด็กดาราวัยรุ่นมาร้องเพลงไปงั้นๆเฉยๆ ไม่มีครับ


กันต์เป็นคนที่ร้องเพลงที่มีกลิ่นอายความเจ็บปวดแบบนี้ได้เก่งมาก
 


          ส่วนเอ็มวีอันนี้ผมดูแล้วชอบนะ คิดไปถึงหนังเก่าคลาสสิคอย่างThe Shiningเลย ได้อารมณ์หลอนดี ดูไปฟังเพลงไป เพลงมันเพราะก็จริงนะ แต่นั่งดูเอ็มวีนี้ไปด้วย ใจคอไม่ดีเลย (โคตรกลัวอะไรจะโผลมาจริงๆ 555) คือเอ็มวีแอบหลอนมากๆ และก็คงจะเป็นอย่างที่คิด มันสามารถตีความได้หลายอย่าง แต่ผมว่าเขาก็ใส่ในเชิงsymbolicมาเยอะให้พอจะตีความได้ว่า พระเอกน่าจะโดนฝันร้ายภาพเก่าๆในอดีตที่เจ็บปวด ตามหลอกหลอนต่างๆมากมาย โดยที่ให้ตัวแทนของ คนที่โผล่มาเรื่อยๆในเอ็มวี คือเรื่องราวเจ็บปวดต่างๆที่ตามหลอกหลอนตัวเขาอยู่ (เหมือนเป็นผีตามหลอน) เมื่อหนีมาจนถึงประมาณนึง ก็ได้เจอพื้นที่ที่เป็นเหมือนห้องตัวเองในที่สุด คือเรื่องราวจุดที่เกิดเรื่อง และเมื่อหวนคิดถึงเรื่องราวจุดนั้น ครั้งนั้น (ตัวแทนสัญลักษณ์คือห้องนี้ การที่ห้องถูกซีลอยู่ด้วยพลาสติกทั้งห้อง เหมือนเปรียบเปรยว่า มันยังถูกรักษาเรื่องราวเก่าๆเอาไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง) ส่วนผู้ชายที่ตามมาติดประชิดตัวพระเอกนั้น ผมคิดว่าเป็น ยมทูตจริงๆ ที่เป็นตัวแทนของจุดสิ้นสุดต่างๆของชีวิต ที่เปรียบไว้ว่า หากพระเอกล้มลง และจบทุกอย่างไป ก็เหมือนยมทูตมาเอาตัวไปนั่นแหละ พระเอกจึงหลับตา และนึกภาพจำเดียวย้อนไป ก็คือภาพของนางเอกในกรอบรูป ที่สุดท้ายแล้วก็อยากให้มีเธอคนนี้เป็นที่พึ่งทางใจสุดท้าย ที่ถ้าต้องไม่เหลือใครแล้วก็อยากเหลือภาพๆนี้เอาไว้เป็นตัวแทนที่ยังเคียงข้างเสมอนั่นเอง


          ภาพแฟลชแบ็คมันก็อารมณ์ประมาณว่า คนใกล้ตาย คนเจ็บปวดจนถึงที่สุดจนเกือบจะข้ามแม่น้ำแห่งความตายไปแล้ว ยมทูตก็จะมารับไปละ แต่สุดท้ายพระเอกก็กลับมาได้ และข้ามผ่านความเป็นตายนั้นมา และกลับมาสู่โลกความเป็นจริง (ห้องไม่มีซีลพลาสติก) และยมทูตที่ว่านั้น ก็เห็นแล้วว่าพระเอกจะยังสู้ต่อ ยังไม่ยอมแพ้ยอมตาย เขาจึงถอยห่างออกจากพระเอกนั่นเอง
 


         เป็นการเปรียบเปรยเชิงสัญลักษณ์ เทียบกับความรัก และสื่อสารโดยการใช้พวกภาพหลอน ผีกึ่งผี ยมทูต อะไรพวกนี้มาสื่อสารได้ดี จริงๆแล้วผมว่าตีความเป็นแบบอื่นได้อีก อันนี้แล้วแต่มุมมองคนอื่นแล้ว ของผมตีความได้แบบนี้แหละ แต่โดยรวมคือ เพลงนี้ดีมากๆ มันมีความdeepของคนที่เศร้าจัดเกือบๆซึมเศร้าอยู่ ที่เขียนมาโดยเจ้าพ่อเพลงเศร้า เจอกับการเรียบเรียงของเจ้าพ่อเพลงวัยรุ่นBoxx และร้องโดยนักร้องสายดาร์ค(ฮา) ที่ขยันร้องเพลงอกหักซะเหลือเกิน งานเพลงทั้งหมดจึงออกมาดีมากๆอย่างที่เห็น ผมชอบมาก และโชคดีที่เกือบจะไม่ได้หยิบมาฟังเพลงนี้แล้วพลาดไปแล้ว


งานดี ฟังกี่ทีก็เยี่ยม
 

Close [×]