รีวิว Terminator : Dark Fate ความเป็นต้นฉบับที่ถูกสานต่อให้หายคิดถึง [สปอยล์]

หัตถาครองพิภพ December 09, 2019

รีวิว Terminator : Dark Fate ความเป็นต้นฉบับที่ถูกสานต่อให้หายคิดถึง [สปอยล์]

 

 

         อย่างที่เราทราบกันว่า ความว้าวของหนังคนเหล็กในภาคนี้ ต่างจากภาคต่ออื่นๆที่แล้วมาอย่างหน้ามือหลังมือเลย เมื่อมันเป็นการกลับมาสานต่ออีกครั้งโดย เจมส์ คาเมรอน เป็นโปรดิวเซอร์อีกครั้ง โดยให้Tim Millerผู้กำกับจากเดดพูล ทำหน้าที่ลงมือกำกับแทน ซึ่งDark Fate จะเป็นเนื้อหาโดยตรงที่ต่อเนื้อเรื่องมาจาก Terminator 2 : Judgement Day เลยทีเดียว โดยที่คาเมรอนบอกว่า ภาค3Rise of the machine / Salvation และ Genisys ภาค3-4-5 ตามลำดับเหล่านั้นเป็นเหมือนไทม์ไลน์อื่นๆประเภทที่เป็นเหมือนWhat ifถ้าหากเกิดเหตุการณ์อื่นๆขึ้น ในอนาคตจะเป็นยังไง แล้วแต่แต่ละภาคเลย แต่จริงๆในDark Fateผมก็รู้สึกว่ามีหลายๆอย่างที่มันนำเอากิมมิคเล็กๆจาก 3-4-5 บางจุดเข้ามาผสมเป็นดีเทลย่อยๆ บางส่วนเป็นsub-plot และพัฒนาเป็นเรื่องเต็ม Dark Fate ที่คงความเป็น “Original” จาก James Cameron อย่างถึงที่สุด

 

        ข้อดีของ Dark Fate ที่เห็น ส่วนตัวผู้เขียนที่เป็นแฟนหนังคนเหล็กตามดูทุกภาคมาเช่นกัน ผมคิดว่า ภาคนี้ก็เป็นเหมือนการtributeให้กับความออริจินอลของหนังเรื่องนี้ คล้ายๆพวกแฟรนไชส์สตาร์วอร์สนั่นแหละ อะไรต่างๆที่คนดูชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนังภาค2 หรือที่รู้จักในชื่อไทยบิ๊กซีนีม่าว่า คนเหล็ก 2029 ภาค2 นั่นแหละ จากหนังเรื่องนั้น ในDark Fateมีการเคารพหนังต้นฉบับ และเอาฉากจำ พล็อตจำหลายๆอย่างนำมาใช้เพื่อให้แฟนๆหายคิดถึง ซึ่งนี่เป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการทำหนังที่เป็นภาคต่อแบบที่ให้หายคิดถึงต้นฉบับ

 

          แต่ในทางกลับกันบางครั้งมันก็สร้างความจำเจน่าเบื่อให้กับหนังไปด้วยในเวลาเดียวกัน ถือเป็นดาบสองคมที่ จะไม่ทำก็ไม่ได้ ไม่งั้นแฟนรุ่นเก่าๆก็บ่นกันขรม แต่ถ้าทำมากไป ก็กลายเป็นว่า ย่ำอยู่กับพล็อตเดิมๆ มุกต่อสู้เดิมๆ มันก็น่าเบื่อ แต่ส่วนตัวผมมีความรู้สึกที่โอเค มากกว่าจะมาบ่นว่าซ้ำซาก เพราะมันทำให้เราคิดถึงหนังภาคเก่าได้อย่างดี แต่มันก็ไม่ได้ลอกของเดิมอะไรมาเป๊ะๆขนาดนั้น แต่ภาพของการยิงไอ้หุ่นหลอมเหลวเละเป็นรูๆนี่มันสะใจจริงๆ และความโหดของหุ่นไล่ล่า จากที่เคยเป็นT-1000 ตัวนั้น ในภาคนี้คือหุ่น REV-9 อย่างที่เราเห็นกัน แสดงโดยกาเบรียล ลูน่า ที่มีทั้งภาคหลอมเหลวแบบเหล็กไหลๆ และมีร่างหุ่นแข็งด้วยอย่างที่เราเห็นกันหุ่นREV-9 โหดและเหนือชั้นกว่าT-1000มากทั้งความฉลาด ชั้นเชิง และความสามารถเชิงกายภาพของหุ่น แต่ก็ยังมีลุคอิมเมจเดิมของT-1000 ในเรื่องของความโหดเหี้ยม ความไล่ล่าแบบกัดไม่ปล่อย อันนี้ดีมาก ก็ถือเป็นหนึ่งของการคารวะต้นฉบับเช่นกันให้เรายังจำภาพT-1000อันติดตาคนนั้นได้

 

          สิ่งที่ดีงามที่สุดของหนังเรื่องนี้ ผมคิดว่ามันคือการดึงเอา ซาร่าห์ คอนเนอร์ กลับมาอยู่ในภาคนี้ได้ พอๆกับที่หนังคนเหล็ก จะต้องมีอาร์โนลด์ในทุกๆภาค เช่นกัน ภาคนี้สมบูรณ์กว่าเดิม เพราะซาร่าห์คนเดิมกลับมาแบบเต็มๆ ในขณะที่ฉากเล็กๆที่... อืมผมเขียนสปอยล์ไว้หัวบทความแล้วนะ ใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่รู้ กดปิดไปซะ... ฉากที่ จอห์น คอนเนอร์ ในวัยยังเด็กโผล่มา หลังจากที่หนีรอดจากการไล่ล่าอย่างEPICในภาค2 พอมาภาคนี้ ภาค6 (ภาค3ของคาเมรอนที่แท้จริง) กลับโดนยิงตายง่ายๆในดอกสองดอกคาบาร์เลย ผมชอบCGแบบดีพเฟคเช่นนี้มาก(ฮา) ทำให้ จอห์น คอนเนอร์เท่ๆคนที่เรายังจำได้ในภาค2 กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง (อย่าไปนึกภาพเอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลองตอนโตนะ พลีส)

 

             การได้ทั้งซาร่าห์คอนเนอร์ กลับมารับบทตัวนำ เช่นเดียวกันกับการนำเอาจอห์นน้อยสุดเท่คนนั้นกลับมาให้เห็นไม่กี่วินาที และการดึงอาร์โนลด์มาเล่นได้ นี่เป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้วที่น่าจะทำให้แฟนรุ่นเดอะอย่างผมและพวกเราหลายๆคนมีความสุขกับการได้ดูตัวละครเหล่านี้อีกครั้ง แม้จะเจ็บปวดที่ต้องเห็น T-800 ตัวเดิมที่ว่านั่น ถูกส่งกลับมาอีกตัวและฆ่าจอห์นได้สำเร็จในที่สุดนั่นเอง

 

           ส่วนนอกจากตัวละครเก่าที่เอากลับมา ตัวละครใหม่ๆที่นำมาใช้นั้นก็ยังมีกลิ่นอายของภาพจำคนเหล็กเก่าติดอยู่พอควร เช่น เกรซ ก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆมาร์คัส (แซมเวิร์ท) ในภาค4 เช่นกัน แดนี่ก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆจอห์นของภาค3(ในอนาคตหลังจบเรื่อง+จอห์นภาค4) ฉากต่อสู้ต่างๆ โทนสีของงานภาพในเรื่อง เอฟเฟ็คต์ ฉากต่อสู้ กลิ่นโรงเหล็ก เขม่าควันไฟที่ลอยมาในความรู้สึกขณะดู ทั้งๆที่โรงไม่ใช่4D กลิ่นอายของคนเหล็กภาคเก่าๆนำมาใช้งานอย่างเต็มสูบและเต็มอิ่มมากๆ ในแง่ของแฟนหนังรุ่นเก่า เรื่องนี้ถือว่าผ่าน

 

          ตัวละครใหม่ ผมชอบเกรซมากๆ แสดงโดย Mackensie Davis นี่พูดตรงๆเลยนะว่า หล่อมาก เท่สุดๆเป็นผู้หญิงที่หุ่นเท่ และดู “แมน” สุดๆ มันไม่ใช่ความเท่แบบผู้หญิงสปอร์ตด้วยซ้ำ แต่เป็นความเท่ของผู้ชายเลย ทั้งๆที่ตัวจริงก็หน้าหวานใช้ได้ เธอเล่นได้แกร่งมากๆ เกรซทำให้หนังเรื่องนี้ดูสดใหม่ และคุมฉากแอ็คชั่นหลักของเรื่องได้สะใจมากๆ เพราะหุ่นT-800 ในเรื่อง อาร์โนลด์ที่หมดเป้าหมายสังหารไปแล้วเพราะสกายเน็ตล่ม จอห์นก็ตาย จึงเริ่มที่จะเรียนรู้และไถ่โทษตัวเอง ร่างกายก็ดูเหมือนจะสัมพันธ์กับจิต(ของหุ่น)ด้วย เรื่องนี้น่าสนใจมากๆที่เล่นประเด็นหุ่นที่ดูแก่โทรมลงไป ดังนั้นฉากแอ็คชั่นหนักๆจึงไม่มีให้อาร์โนลด์รับผิดชอบเท่าไหร่ แต่ก็ยังถือว่าบู๊หนักอยู่พอควรในเรื่อง

 

ผมชอบความที่หนังไม่ยอมฝืนใช้อาร์โนลด์ร่างหนุ่มเหมือนภาคเก่าบางภาค

 

          ส่วนของฉากแอ็คชั่นในหนังเรื่องนี้ ก็ต้องถือว่าจัดหนักจัดเต็มมาให้ตลอดเรื่อง มีช่วงให้พักแปปเดียว สักพักนึงหุ่นก็ตามมาเจออีกแล้ว(ฮา) แล้วก็หนีกัน ยิงกันสนั่นเหมือนเดิม ฉากแอ็คชั่นถือว่าเยอะ และจุใจ ไม่เอาเปรียบคนดูดี แต่ถ้าถามความสะใจ ผมให้เกือบสุด แต่ยังไม่สุด เพราะรู้สึกว่า ฉากแอ็คชั่นขาดจุดพีคไปอีกสักนิดนึง น่าจะมีความพีคกว่านี้ แต่ถามว่าโดยรวมเป็นไง ก็ถือว่าโอเคมากแล้ว แค่ขาดจุดพีคเท่านั้นเอง

 

           ภาคความดราม่า ที่แอบใส่เข้ามาเรื่อยๆในหนังแบบไม่ให้เอียนและเยอะจนทำลายรสชาติหนังแอ็คชั่นเกินไป ถือว่าดี ทำให้หนังดูซอฟท์และเป็นคนมากขึ้น ไม่ใช่หนังหุ่นยนต์ตีกันอย่างเดียว ผมว่าเค้าทำได้ดี เพราะทุกตัวละครหลักมีเหตุสูญเสียคนในครอบครัวหมดเลย อันนี้ทำให้เราอินไปกับเรื่องได้พอสมควร เพราะทุกคนคือผู้รับเคราะห์ทั้งนั้นที่จำเป็นต้องเข้มแข็งเพื่ออยู่รอด

 

          หนังนั้นมีพล็อตบางอย่างที่ไม่ค่อยแน่นเท่าไหร่ สิ่งที่น่าจะทำให้คนดูไม่สบอารมณ์เรื่องนึง น่าจะเป็นเรื่องการเรียนรู้และการกลับใจของ T-800 ที่ทำให้ซาร่าห์ในเรื่องเองยังไม่สบอารมณ์เลยอย่าว่าแต่คนดู แต่นอกนั้น เรื่องไทม์ไลน์ เรื่องของ “จักรวาลคู่ขนาน” ที่เกิดขึ้นในเรื่องถือว่ายอมรับได้ เมื่อนี่คือภาคต่อจริงของ Judgement Day และบอกชัดเจนว่าเกิดอะไรหลังจากนั้น ซึ่งในที่สุดคนเราก็ยังสร้างAIออกมาอยู่ดี มันก็เหมือนเรื่องจริงในสังคม ตัวร้ายๆมันไม่ได้มีแค่คนเดียวหรอก ต่อไปมันก็จะมีSkynetตัวที่2-3-4 ต่อมาเรื่อยๆอยู่ดีๆต่อให้ตัวแรกมันจะตายหรือหายไปแล้วก็ตาม การจะดูหนังTerminatorให้สนุก ลองไปหาอ่านทฤษฎีเรื่องเวลาของหนังคนเหล็กดู ซึ่งมันจะต่างจากหนังอื่นบางเรื่องอยู่บ้าง อย่างEnd Gameงี้ เราก็ไม่ต้องเอาไปเปรียบเทียบกัน แต่หากเข้าใจเรื่องรอยแยกของไทม์ไลน์พวกนี้ จะดูหนังแล้วไม่งงเท่าไหร่ ซึ่งการอธิบายเรื่องไทม์ไลน์ในหนังDark Fateนั้นผมถือว่า เคลียร์ และเข้าใจได้ง่ายๆ ไม่มีอะไรต้องสงสัยจริงๆ

 

          สรุปโดยรวมแล้ว ดาร์คเฟท เป็นหนังที่ฉากแอ็คชั่นเต็มอิ่ม และทำให้แฟนเก่าๆของหนังคนเหล็กได้อิ่มเอมอีกครั้งกับตัวละครที่เราคิดถึง และฉากหลายๆฉากที่เป็นภาพจำเก่าๆ ก็นำกลับมาเล่าใหม่ให้เราหายคิดถึงด้วยความสดใหม่ของการสร้างหนังอีกครั้ง สิ่งที่ดีคือมันเป็นออริจินัลจาก เจมส์ คาเมรอน โดยตรง เพราะงั้นเราจะให้น้ำหนักและอินกับภาค6นี้ มากกว่าภาค 3-4-5 ว่า มันต่อจาก “คนเหล็ก2029ภาค2” นั้นจริงๆ เพราะนั่นคือหนังที่ผมคิดว่าเป็นหนังแอ็คชั่นที่ดีที่สุดตลอดกาลของโลกเลย กี่ปีก็ยังไม่มีใครมาทำลายความอมตะนี้ได้ ดังนั้นแม้ภาคนี้จะไม่ได้ดีเป็นมาสเตอร์พีซขนาดนั้น แต่ก็เป็นการสานต่อเรื่องราวให้มันขยายออกมาได้ ถือว่าทำให้คนดูฟินได้พอควร แม้จะไม่พีคถึงขีดสุด แต่ก็อิ่มใจมากจริงๆ

 

Review Scores : 8.5/10

Terminator : Dark Fate