รีวิวอัลบั้ม “DEJAVU” จากวง PAUSE การกลับมาบนเส้นทางดนตรีอย่างเบิกบาน

หัตถาครองพิภพ March 29, 2020

รีวิวอัลบั้ม “DEJAVU” จากวง PAUSE การกลับมาบนเส้นทางดนตรีอย่างเบิกบาน

 

          ก่อนอื่นใดเลย ในฐานะคนฟังเพลงคนนึง และแฟนเพลงของPAUSEที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ยุค90s ขอขอบคุณทางME Records มากจริงๆที่ให้โอกาสและชุบชีวิตวงนี้กลับมาได้สำเร็จจนทำให้พวกเรามีงานเพลงดีๆได้ฟังกัน ขอบคุณพี่ๆทั้งสามคน พี่นอ พี่เอ พี่บอส ที่ยังไม่หยุดเดินทาง และกลับมาทำวงกันต่ออีกครั้งหลังจากที่พี่โจ้จากเราไป ผมเชื่อว่าพี่โจ้จะต้องดีใจที่ได้เห็นอัลบั้มนี้จากข้างบนอย่างแน่นอน และแน่นอนขอบคุณเฟ้นที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพอสอย่างเต็มภาคภูมิและเดินทางไปกับวงได้ในเส้นทางใหม่ที่เกิดขึ้น โดยที่เฟ้นไม่ได้มาแทนพี่โจ้ แต่เขาก็คือเขาที่มีเสน่ห์เป็นของตัวเอง ทั้งยังสามารถรักษากลิ่นอายของวงพอสให้อยู่ได้ครบถ้วนจนสามารถพาวงพอสไปต่อได้อย่างสวยงาม

 

เป็นการกลับมาที่เบิกบานมากๆ

 

          PAUSE หลังจากที่เริ่มกลับมาภายใต้ชายคาของบ้านME Recordsนั้นก็ได้ทยอยกันปล่อยเพลงออกมาเรื่อยๆทีละเพลง จนในที่สุดเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งแล้วมันก็ครบอัลบั้มพอดี จึงออกมาเป็นชุด DEJAVU ผลงานอัลบั้มแบบเต็มๆที่มีบทเพลงตลอดเส้นทางการกลับมาในยุคใหม่นี้ทั้งหมด 9 เพลงเต็มๆ โดยที่เป็น8เพลงหลัก และ1โบนัสแทร็ค ซึ่งตรงนี้ต้องขอบคุณค่ายME Recordsอีกครั้งที่อัพโหลดเต็มๆอัลบั้มนี้ทั้งหมดให้ฟังกันฟรีๆบนyoutubeด้วย กราบงามๆเลย

 

 

          เรื่องแรกสุดเลยหลังจากที่ผมเองเป็นคนที่เสพซิงเกิลพวกนี้มาตลอดทางแล้วเกือบทุกเพลง พอมาฟังอีกครั้งทีเดียวทั้งอัลบั้ม เป็นเรื่องน่าแปลกมากที่ เพลงทุกเพลงมันเหมือนออกมาในรูปแบบของ “อัลบั้ม” จริงๆ กล่าวคือรูปแบบ กลิ่นอาย และทิศทางของเพลงในอัลบั้มนี้นั้นมันไปด้วยกันหมดทุกเพลง ทั้งๆที่จุดอ่อนของการออกซิงเกิลนั้นคือ เพลงแต่ละเพลงบางที แค่อัดกันคนละห้องอัด ฟีลมันก็ต่างกันแล้ว แต่นี่คือ ทุกเพลงมันแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีเพลงไหนที่โดดออกไปเหมือนทำกันมาจากต่างช่วงเวลา ราวกับว่าอัลบั้มนี้มันทำออกมาในพีเรียดเดียวกัน ถึงขนาดที่ว่าเพลงแรกสุดของอัลบั้มนี้อย่าง “รักอยู่รอบกาย” ถึงขนาดใช้เสียงจริงของพี่โจ้ที่เคยอัดไว้นานมากแล้ว ยังสามารถนำกลับมาทำให้มันเข้ากับยุคสมัย และต่อกับเพลงอื่นๆได้เรียบสนิทมาก

 

           ดังนั้นอัลบั้มDEJAVU หลังจากที่ผมได้เสพทั้งชุดแล้ว จุดแข็งอย่างหนึ่งของงานชุดนี้คือ มันมีความเป็นอัลบั้มสูงมากๆ ทั้งๆที่ปล่อยออกมาทีละเพลง(แถมห่างกันนานด้วย) แต่กลับเรียงร้อยเข้าด้วยกันแบบเป๊ะๆไม่มีเพลงไหนแปลกแยกไปเลย

 

             จุดแข็งอีกอย่างของอัลบั้มนี้นั่นก็คือ “ดนตรีของPAUSE” ในอัลบั้มชุดนี้มันทำให้เราได้รับกลิ่นอายของพอสแบบเดิมอย่างเต็มๆเลยเหมือนพวกพี่แกถูกสต๊าฟเอาไว้ ผลงานใหม่ของพวกเขาทำให้ผมคิดถึงบรรยากาศเพลงของพอสชุดเก่าที่ผมนั่งฟังในรถตู้ ระหว่างทางไป-กลับโรงเรียน ซึ่งมีความสุขมากๆ ซึ่งงานชุดนี้มันเป็นแบบนั้นเลย กล่าวก็คือ PAUSE – DEJAVU ชุดนี้นั้นเป็นการต่อยอดเอากลิ่นอายรูปแบบของ PAUSE อัลบั้ม MILD ซึ่งเป็นเพลงป็อปฟังสบายๆในแบบของเพลงอะคูสติกฟังง่ายๆ นำความรู้สึกนั้นกลับมาให้ได้ยินอีกครั้ง ซึ่งเพลงที่ได้ฟังต้องบอกว่า มัน”ละมุนเว่อร์เกินห้ามใจ” สุดๆ ฟังอัลบั้มDEJAVUนี้นะ ฟินพอๆกับMILDแม้อาจจะยังไม่ถึงระดับขึ้นหิ้งแบบนั้น แต่นี่เหมือนเป็นภาคต่อชุดนั้น เหมือนเป็น “MILDภาค2” ก็ว่าได้ นี่จึงเป็นจุดเด่นที่สุดของอัลบั้มเดจาวู นั่นก็คือการส่งต่อความละมุนของยุค90 มายังปี2020 นี้นั่นเอง

 

             เพลงแต่ละเพลงในชุดนี้เราก็รู้จักกันดีอยู่แล้วเพราะพวกเขาปล่อยมาบ้างแล้ว ไล่ตั้งแต่ “รักอยู่รอบกาย” ส่วนตัวผมว่ามันเป็นเพลงที่อลังการในความรู้สึกที่สุดแล้วในชุดนี้ เพราะเสียงที่ได้ยินคือเสียงพี่โจ้ของจริง (ขนลุกมาก คิดถึงพี่โจ้) และได้พี่ๆทั้งสามคน พี่เอพี่นอพี่บอสมาร่วมร้องเพลง และนำเสียงsampleเก่าสั้นๆ เอามาเรียบเรียงใหม่ แต่งเนื้อเพิ่มใหม่จนสำเร็จเป็นเพลงของพอสที่มี “เสียงพี่โจ้” อยู่แบบเต็มๆ ถือเป็นการกลับมาสู่ยุคใหม่ของพอส ที่ให้พี่โจ้เป็นคน”พามาส่ง” อย่างจริงๆเลย

 

คิดถึงพี่มากนะครับ

 

             “แค่ได้เป็นคนสุดท้ายที่คิดถึง” นี่คือการดึงเอาเสน่ห์ดนตรีของพอส มารวมกับนักร้องใหม่อย่างคุณเฟ้น มาผสมผสานเข้าด้วยกัน น่าจะเป็นเพลงที่perfectที่สุดของพอสในยุคใหม่นี้ เป็นตัวแทนได้ดีจริงๆและเพลงมันก็จำง่าย ติดหู และโคตรเพราะจริงๆ ซึ่งในบรรดาเพลงพอสยุคใหม่ ส่วนใหญ่แล้วจะถูกแต่งเนื้อร้องทำนองโดยพี่เบียร์ ฟองเบียร์ ซึ่งมันไม่น่าเชื่อว่า ลายมือพี่เบียร์ที่เน้นฟังง่ายๆสบายๆ จะเข้ากับพอสแบบพอดีเป๊ะมากเช่นนี้ เพลงนี้โคตรเพราะเลยจริงๆ เหมาะกับการเปิดตัวเฟ้นมากๆ พีคดี

 

             “รักจริงจัง” เพลงนี้สว่างกว่าเพลงที่แล้วอีกเพราะเนื้อหาเป็นบวกและสว่างยิ่งกว่าเพลงก่อน เพราะเพลงนี้มันสมหวังจริงๆ สังเกตได้จากดนตรีและก็โทนเพลงที่สว่างมากๆ แถมเอ็มวียังสวีทหวานกันขนาดนั้นก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว เป็นการใส่เพลงฟีลกู้ดมาให้กับพอสได้อย่างพอเหมาะพอดี ไม่เลี่ยนเกินไป มันมีความละมุน ความเรียบง่ายของความรักอยู่

 

             “คนที่แสนธรรมดา” feat. Na Polycat มีกลิ่นอายฟังกี้ ดิสโก้เข้ามาเล็กๆ การเข้ามาฟีทของนะ โพลีแคทก็เข้ากันได้ดีกับเสียงของเฟ้นและดนตรีของพอสเพราะมันละมุนใกล้ๆกัน เป็นเพลงที่ถือว่า มีจังหวะโยกได้เบาๆ มีtempoให้แฟนเพลงได้ขยับกันบ้างไม่น่าเบื่อหรือเอื่อยจนเกินไป เหมาะกับการเอาไปแสดงสดมากๆน่าจะสนุก

 

             “อกหักอย่างเบิกบาน” ฟีลลิ่งแบบบิตเตอร์สวีท เพลงนี้อารมณ์เพลงจะต่างจากเพลงด้านบนๆเลย เนื้อร้องทำนองถูกแต่งโดย พี่เอ พลกฤษณ์ มือกีต้าร์ของวงนั่นแหละ ซึ่งเมื่อออกมาแล้วหลายคนอาจจะนึกไม่ถึง แต่ผมสามารถเสพฟีลของเพลง “ที่ว่าง” ที่ถูกสืบทอดมาอยู่ในเพลงนี้ได้ ฟังดีๆมันใช่เลย ซึ่งการวางpositionของเพลงนี้ไว้กลางๆอัลบั้มมันดีมากๆเพราะตัดเลี่ยนเพลงด้านบนได้ดีเลยหลังจากเสพกันมาสามเพลงรวดรัวๆ(ฮา) คืออะไรมันจะฟีลกู้ดกันขนาดนั้น มาตัดหวานกันด้วยเพลงนี้ถือว่าดีเยี่ยม

 

            “หน้าที่ของความรัก” feat. เล็ก พงษธร เพลงนี้เชื่อว่ามีคนสับสนกับเสียงร้องแน่ๆเพราะเสียงของพี่เล็ก เสียงของเฟ้น แม่งเหมือนเสียงพี่โจ้ทั้งคู่เลย!!! (ฮา) แต่ถ้าเป็นแฟนเพลงที่ฟังเพลงไทยบ่อยๆ และเคยฟังพอสยุคใหม่มาจะรู้ดีว่า

 

             เสียงเฟ้นจะหนากว่า และนุ่มๆ ส่วนของคุณเล็กจะแหลมและคมกว่า แต่ร้องออกมาแล้วได้ฟีลพอสทั้งคู่ เพลงนี้เพราะมากๆด้วยบรรยากาศปล่อยไหลของเพลง แถมด้วยเอ็มวีภาพสวยๆที่หม่นหน่อยๆตามฟีลดนตรีเพลงนี้เลยที่ออกแบบมาให้มันหม่นเล็กๆ เหมือนป่าฝนภาคใต้ที่ฝนเพิ่งตก .. วิวเพลงแบบเดียวกับอัลบั้มMILDเป๊ะๆ เพลงนี้แหละ

 

             “ประโยคสุดท้าย” เพลงนี้ถือว่าว้าวเลยเพราะว่า คนที่มาแต่งเพลงนี้ให้นั่นก็คือพี่บอย ตรัย ภูมิรัตน นั่นเอง ซึ่งมิสเตอร์Zentradyของเราก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการเขียนเพลงที่มีความน่ารักอยู่ในlyricของเค้า ไม่ว่าพี่แกจะรู้ตัวหรือไม่แต่เนื้อเพลงแกน่ารักจริงๆ โดยเฉพาะฮุคที่เค้าเอา ท่อนคีย์สำคัญไปไว้วรรคที่สองที่ว่า “ที่มันน่าจะเป็นคำว่าฉันรักเธอ” เพลงมันดูจริงใจมากๆ

 

              “หวาน หวาน” feat. ฟิต มิตร ด้าม เพลงนี้ถือว่าน่าสนใจมากตรงที่คุณเฟ้นแกแต่งเพลงนี้ด้วยตัวเองด้วย ถึงว่าอยู่ว่า ฟีลตอนฟังมันแตกต่างจากเพลงอื่นเยอะ มันมีความขี้เล่น ความทะเล้นเยอะมากกว่าเพลงอื่นมาก พอรู้แบ็คกราวน์ก็ อ๋อ เจ้าขี้เล่นแต่งเองนี่เอง ซึ่งสมัยก่อนพอสก็มีเพลงฟีลแบบนี้อยู่เหมือนกัน ติดกลิ่นเร้กเก้หน่อยๆฟังแล้วมันไม่เบื่อดี ผมชอบมากๆถือเป็นรสชาติที่แตกต่างในอัลบั้มนี้ ทำให้ไม่เอียนจนเกินไป เจ๋งมาก ส่วนพี่มิตรก็เยี่ยมเหมือนเคย

 

            “หลับตาแล้วฝัน” เพลงแรกสุดนี้ที่คุณนอแกกลับมาปล่อยเพลง ตั้งแต่ปี2015เลยมั้งถ้าจำไม่ผิด นี่เป็นครั้งแรกด้วยที่ผมได้ยินเสียงพี่นอร้องเพลงแบบเต็มๆเพลง ฟังแล้วเนื้อหามันก็สามารถคิดถึงเรื่องเก่าๆ และโยงกับเรื่องราวของพี่โจ้ได้อย่างดี เป็นแทร็คแถมโบนัสที่ดีมากๆ มีความจริงใจของเนื้อหาเพลงที่เรียลดีมากๆ

 

             สรุปแล้วทั้งหมดทั้งมวล ผมในฐานะแฟนเพลงของPAUSEเข้าขั้นเดนตายอีกคนเพราะโตมากับเพลงของพวกเขา และก็อยู่ในยุคนั้น เมื่อได้ฟังผลงานของพอสยุคใหม่ และการเข้ามาของน้องเฟ้นในฐานะนักร้องนำ เพื่อร้องให้กับวงต่อจากพี่โจ้นั้น ส่วนตัวผมเองผมค่อนข้างแฮปปี้และยินดีกับทางวงพอส และน้องเฟ้นมากๆที่ เขาทำผลงานได้ดีเยี่ยมจริงๆ ทำให้พอสเดินทางต่อไปได้ และไม่ถูกฝังกลบไปกับความคิดที่ว่า เฟ้นเป็นแค่เงาของพี่โจ้

 

เปล่าเลย เฟ้นมันก็คือเฟ้นเอง

 

             เพียงแค่สไตล์และน้ำเสียงเขาอยู่ในโทนที่ใกล้เคียง และเทคนิคการร้อง เนื้อเสียง มันใกล้มาก และการที่วงจะเลือกเอาคนที่เหมาะสมเช่นนี้มาเพื่อรักษากลิ่นอายของวงให้มันไม่ฉีกไปจากเดิมมากนักถือเป็นสิ่งที่ดี ในขณะที่เฟ้นเองก็แสดงความเป็นตัวเองออกมาเต็มที่มากๆ ไม่ใช่พี่โจ้เลย แต่เขาคือฟร้อนท์แมนของพอสยุคใหม่ที่มีความสดใสมาก และในขณะเดียวกันก็ยังรักษาขนบเดิมของพอสเอาไว้ได้ครบถ้วน

 

              DEJAVUจึงเป็นอัลบั้มที่แฟนเพลงเก่าๆแบบผมนั้น โคตรอยากได้ไว้สะสมเลยให้ตายเถอะ อัลบั้มดีขนาดนี้แถมต้นสังกัดปล่อยให้ฟังกันเต็มๆทั้งชุดอีก อะไรจะดีกว่านี้อีก

 

Review Scores : 8.5/10

DEJAVU