#วงการเพลงไทยจะต้องชนะ การปรับตัวของศิลปินและผลงานในช่วงCOVID-19

หัตถาครองพิภพ July 10, 2020

#วงการเพลงไทยจะต้องชนะ การปรับตัวของศิลปินและผลงานในช่วงCOVID-19

 

          อย่างที่ทุกคนทราบกันว่าช่วงนี้เราจำเป็นต้องพยายามกักตัวอยู่ที่บ้านเพื่อทำการ Social Distancing อย่างถึงที่สุดเพื่อไม่ให้เชื้อCOVID-19 มันมีโอกาสระบาดได้ในบ้านเรา ซึ่งช่วงแรกนี้ที่ผ่านมาสองเดือนถือว่าเราทำได้ดีมากและควบคุมโรคอยู่ จนตอนนี้สามารถผ่อนปรนมาตรการล็อคดาวน์ได้บ้างแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่า ผู้คนที่อยู่ในสายงานอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการรวมตัวของคนหมู่มากนั้น กระทบเต็มๆเลย ไม่ว่าจะเป็นพวกนักกีฬาที่ไม่มีการแข่งขัน ธุรกิจการท่องเที่ยวที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ และที่สำคัญ นักดนตรี ที่การจะแสดงโชว์นั้นก็ต้องมีคนดูมารวมอยุ่ด้วยกันในจุดๆหนึ่งเพื่อจะชมศิลปินนั้นๆ

 

          ดังนั้นเมื่อเราไม่สามารถมาพบเจอ ไม่สามารถจัดคอนเสิร์ต หรือเล่นในผับบาร์ได้อีกต่อไป ศิลปินไทยของเรานั้นก็ไม่ยอมที่จะหยุดอยู่กับบ้านเฉยๆ แต่หลายๆค่าย หลายกลุ่มศิลปินนั้นได้หาหนทางที่จะผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้ กับสิ่งที่เรียกว่า “การปรับตัว” ให้อยู่ได้ในช่วงโควิด ทำทุกอย่างให้มันเป็นNew Normalให้ได้ เพื่อให้อาชีพนักร้องนักดนตรีมันยังคงอยู่ และเดินต่อไปได้เพื่อรอเวลาให้สถานการณ์กลับมาปกติ จะเห็นได้ว่าศิลปินไทยทำอะไรหลายๆอย่างมากๆให้เราได้เห็นกันในช่วงโควิด อันแรกสุดที่เด่นชุดมากๆก็คือ การทำโปรเจ็คร่วมกันของศิลปิน นักดนตรี ในลักษณะของการ แจมกันจากที่ต่างๆ บ้านใครบ้านมัน แล้วมาเล่นรวมกันบนออนไลน์ หรือเอาคลิปมาตัดประกอบเข้าด้วยกัน กลายเป็นการแจมที่ไม่ต้องเจอหน้ากัน และปลอดภัยจากการส่งต่อเชื้ออย่างดี ยกตัวอย่างเช่นโปรเจ็ค Jam From Home ที่มีหลายๆศิลปินมาเล่นเครื่องดนตรีของใครของมันจากบ้าน แล้วมาร่วมออนเล่นด้วยกันเป็นเพลงเดียว เป็นต้น

 

 

          นอกจากนี้การทำเพลงที่มีธีมสบายๆ เพื่อให้ทุกคนได้ฟังอยู่ที่บ้านในช่วงกักตัว ก็ถือเป็นไอเดียที่โดดเด่น อย่างเช่นโปรเจ็คBoxx From Home ของค่ายบ็อกซ์ที่เอาเพลงเก่าๆมาทำใหม่เป็นเวอร์ชั่นฟังง่ายมากๆ เหมาะกับการเปิดฟังเพลินๆที่บ้าน หรือการทำเพลงเวอร์ชั่นCover ที่มาเปลี่ยนให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ๆ ก็ถือเป็นอีกทางเช่นกันที่สามารถทำได้ง่าย เพราะไม่จำเป็นต้องนั่งทำเพลงใหม่ในสถานการณ์แบบนี้ สามารถคัฟเวอร์โดยใช้เครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้นก็ได้แล้ว

 

           นอกจากนี้ Activities & Events ต่างๆของศิลปิน เราก็สามารถจัดในลักษณะของการแยกกันทำ และส่งคอนเทนต์ออกมาจากบ้านกันได้อีก ตัวอย่างที่เจ๋งสุดๆอย่างนึงคือโปรเจ็ค Knock ‘Em House ของ Rap is Now ที่ส่งคลิปแร็ปเอามาสู้ เอามาแบทเทิลแข่งกันเป็นยกๆ เป็นคู่ๆ ถือว่าเป็นเวทีแบทเทิลในรูปแบบออนไลน์ที่ไม่ต้องมารวมตัวกันในเวที แต่สถานการณ์ที่จำเป็นต้องอยู่กับบ้าน ออกจากบ้านไม่ได้ช่วงเคอร์ฟิว แต่เราสามารถทำเพลงออกมาสู้กันอยู่ที่บ้านได้

 

 

           ทั้งหมดนี้คือการปรับตัวที่เห็นได้ชัดว่า ศิลปินต่างๆของไทยเราก็มีการพัฒนาขึ้น เพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ และยังสามารถสร้างผลงานออกมาได้เรื่อยๆอย่างปลอดภัยในช่วงล็อคดาวน์แบบไม่ผิดกฎหมาย และรับผิดชอบสังคมกันได้อย่างดี โปรเจ็คที่ต่างคนต่างทำจากบ้านเหล่านี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของความรับผิดชอบ และการรันทุกอย่างให้เดินไปข้างหน้าได้แม้สถานการณ์ไม่ปกติ ซึ่งผมเชื่อว่า ศิลปินคนไหนที่เคลื่อนไหวในช่วงCOVID-19นี้อย่างต่อเนื่อง เชื่อได้เลยว่า ปีหน้าเขาจะต้องมา และจะต้องดังเปรี้ยงยิ่งกว่าเดิมแน่นอน

 

           ศิลปินท่านใดทราบแล้ว และรู้ตัวว่าช่วงนี้ไม่ผลิตผลงานออกมาเลยนั้น ขยับตัวด่วน ทำอะไรก็ได้ที่มันปลอดภัยตามระเบียบสังคม และสร้างงานออกมาเรื่อยๆอย่าหยุด เชื่อเถอะว่าผลของช่วงนี้ มันจะเห็นชัดเจนกันปีหน้าที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วอย่างแน่นอน

วงการเพลงไทยจะต้องชนะ