บทสรุปซีซั่นอันสมบูรณ์แบบของ Show Me The Money Thailand Season 2

หัตถาครองพิภพ October 21, 2020

บทสรุปซีซั่นอันสมบูรณ์แบบของ Show Me The Money Thailand Season 2

 

          จบลงไปแล้วสำหรับ Show Me The Money Thailand Season 2 ซึ่งต้องบอกได้เลยว่า ภาพรวมของซีซั่นนี้เป็นปีที่ “สมบูรณ์แบบ” อย่างแท้จริงทั้งในภาคของเรื่องการแข่งขัน และกระแสจากคนชมรายการ ซึ่งจากซีซั่นที่1 หากใครจำได้ก็คือ ปีแรกมีปัญหาของรายการในหลายๆอย่างจริงๆ จนทำให้เรตติ้งและการได้รับความนิยมอาจจะน้อยกว่านี้ รวมถึงการชนกับอีกรายการด้วย

 

           แต่ซีซั่นนี้ไม่มีปัญหาเช่นนั้นแล้ว เมืองไทยค่อยๆยอมรับรายการฮิปฮอปที่แข่งขันกันอย่างเป็นทางการมากขึ้น และครอบครัวบุคลากรฮิปฮอปที่เกี่ยวข้องในวงการแร็ป ก็เริ่มมีปริมาณและคุณภาพมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน จะเห็นว่าคนที่มาออดิชั่นรายการ SMTM2 แต่ละคนนี่ต้องบอกว่าเป็นแร็ปเปอร์ที่มีชื่อเสียง และพวกเบอร์ใหญ่ๆหลายคน ในขณะที่ตัวสดๆใหม่ๆ เด็กๆที่พัฒนาสกิลแล้วมาสมัครรายการนี้ก็มีไม่น้อย

 

            ในซีซั่น2ที่ทุกอย่างพร้อมแล้ว รายการจึงกลับมาอีกครั้ง แม้จะติดโควิดเล็กน้อยช่วงต้นปีแต่ก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไร และการแข่งขันในรายการตลอดซีซั่นนี้เป็นอะไรที่สนุกมากตั้งแต่รอบแรก ทั้งการคัดคน ผู้เข้าร่วมที่น่าสนใจ และการนำแร็ปเปอร์เลือดใหม่ๆในสมัยนี้มาเป็นPD รวมกับแร็ปเปอร์รุ่นเก๋าที่ได้รับความเคารพ ก็มาอยู่ในรายการเช่นกัน ต้องยอมรับว่า PD ซีซั่นนี้มีสีสันที่ดึงดูดผู้ชมอย่างมาก

 

           ตลอดทุกรอบที่ผ่านมา SMTM2 ทำได้ดี สนุกสนาน และน่าติดตามชมมากๆในทุกๆรอบตั้งแต่ Face 2 Face / Ring of Rire / จับคู่ Battle / Team Dis Battle / Official Performance จนมาถึงโชว์ใหญ่รอบ Semi-Finalเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา และมาจนถึงสามคนสุดท้ายในรอบ FINAL ในที่สุด

 

             สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมชอบคือ SMTMปีนี้ เป็นรายการที่สามารถพูดได้เต็มปากจริงๆว่า “การแข่งขันแร็ป มันต้องเป็นแบบนี้(โว้ย)” คือมันเป็นเกมที่เอาจริงเอาจัง มีคนตกรอบจริงถ้าทำไม่ดี แม้จะเป็นตัวเต็งขนาดไหนก็ร่วงได้หมด จะเห็นได้แล้วจากกรณีของ ปรัชญาไมค์ ที่ไปตั้งแต่รอบแรก / เก่ง Repaze / Ziggavoy และรวมถึง SSS ด้วยก็ตามที ดังนั้นรายการมันจึงมีความ “Real” สูงมากๆ และส่วนใหญ่จะเน้นการโชว์สกิลแร็พในทุกๆมิติ ทั้งการทำโชว์คู่กัน ทำโชว์กับศิลปิน การฝึกฝนการใช้สเตจ การแร็พต่อหน้าแบบโนบีท และรวมถึงการแข่งแร็พดุเดือดแบบ ดิสแบทเทิล

 

รายการนี้มีครบทุกอย่างจริงๆที่คอฮิปฮอปอยากจะเห็นแร็ปเปอร์พวกนี้แข่งขันกัน

 

          ดังนั้นคงไม่ต้องพูดอะไรกันอีกแล้วว่า ปีนี้มันดีขนาดไหน ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้ง PD ผู้เข้าแข่งขัน และรอบต่างๆในรายการ รวมถึงโปรดักชั่นของรายการ สเตจ แสงสีเสียง การโปรโมท การอัพคลิป ฯลฯ สมบูรณ์ครบถ้วนมากๆ ต้องยกย่องเลยว่านี่คือรายการแข่งขันแร็ปเปอร์ที่ดีที่สุดอีกซีซั่นนึงของประเทศไทยเลย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าปีถัดๆไป หรือรายการไหนๆจะทำได้อีกหรือไม่ แต่ปีนี้ยอดเยี่ยมและ “Perfect” มากๆ

 

          ในรอบชิงรอบสุดท้ายระหว่างว่าที่แชมป์ทั้งสามคนอย่าง Way-G / Sprite / King Aglet เกิดอะไรขึ้นบ้างวันนี้นั้น การแข่งขันรอบชิงจะแบ่งเป็น2ยก ยกแรกคือ ทำโชว์แข่งกันทั้งสามคน จะต้องตกรอบก่อน1คน เพื่ออีกสองคนที่คะแนนสูงกว่าจะอยู่รอดเข้าไปแข่งโชว์สุดท้ายแบบ 1-1 กันอีกคนละโชว์

 

 

            ปืน Way-G มาในโชว์ Celebrate ที่เป็นธีมของการเฉลิมฉลองให้กับสิ่งที่เจอมาในชีวิตทั้งเรื่องต่างๆ “ไม่ว่าจะยังไงเราก็ยังมีชีวิตอยู่กับมันได้ นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว” นี่คือธีมของโชว์นี้ ดังนั้นบรรยากาศการโชว์มันมีความเป็นปาร์ตี้สูงมากๆ และปืนก็พยุงโชว์คนเดียวได้อย่างสบายๆ โชว์มันใหญ่อลังการสมกับฮอลล์จริงๆ โดยเฉพาะตอนท้ายที่เรียกผู้ชมเด็กแร็ปขึ้นมาcelebrateกันบนเวทีอันนั้นคือสุดยอดมาก เห็นมีการไปเอาท่าไม้ตายของเฟิร์ส สล็อทแมชชีนที่จับคู่กันในรอบก่อน เอามาใช้บนเวทีด้วยการตีกลองแบบโคตรเท่

 

           ต้องบอกว่าโชว์นี้ของคุณปืนแกทำได้ดีนะ แต่ว่ายังไปไม่สุด เนื่องจากเนื้อหามันจะไม่ดุเดือดมาก มันจะค่อนข้างนำเสนอสาระเนื้อหาแบบกลางๆ ดังนั้นความสุดขีดมันจะออกมาไม่หมด เหมือนโชว์ก่อนที่หลังชนฝาและห้ามแพ้ไม่ได้ โชว์มันจึงออกมาแบบถวายชีวิตขนาดนั้น ถ้ารอบนี้ตาปืนถวายชีวิตแบบตอนโชว์กับเฟิร์ส ผมว่ากินขาด

เมื่อปืนไม่ดุดันตามสไตล์ของตัวเองแบบเต็มที่ ก็เลยอาจจะมีข้อเปรียบเทียบเล็กน้อย

 

 

         สไปรท์ ในโชว์ “UZI” ต้องบอกว่านี่เป็นโชว์ที่สุดมากอีกโชว์ของน้องสไปรท์ที่มาแบบเอาจริงเอาจัง และเก๋าเกมมาก ดูจากไรม์ที่เขียนมาคือ กูไม่สนใครรุ่นพี่รุ่นน้อง เอาหมด ซึ่งแสดงพลังออกมาได้ดีมากๆ คือสไตล์วัฒนธรรมของแร็ปเปอร์มันต้องแบบนี้แหละ ต้องขิงๆเอิดๆกันหน่อย สไปรท์โชว์ความห้าวตรงนี้ได้ดีในด้านของอินเนอร์ แต่ที่ดีกว่าก็คือ ไรม์ที่เขียนมา น้องเขียนได้หนักดีในภาคของพันช์ไลน์ ชัดเจน จะแจ้ง แถมมีเอาท่าไม้ตายRepazeขึ้นมาเล่นด้วย อันนี้ผมโคตรชอบ ว้าวสุดๆ และเมื่อรวมกับอินเนอร์ความอยากจะKillอีกสองคนที่เหลือแล้วนั้น ผนวกกับความสุดของเรื่องสไตล์ดุเดือด และโชว์มันมีพลังมากๆ ที่สำคัญคือ “มันส์สัสๆ” ไม่แปลกใจว่าทำไม คะแนนของน้องสไปรท์นำลิ่วมาในรอบชิงภาคแรกนี้

 

 

          เต้ K.Aglet มาในโชว์ “ทำไม” ต้องบอกว่าเป็นการโชว์ตัวตนที่ชัดเจนมากๆในด้านของการเขียนไรม์ที่เล่นคำทั้งสัมผัส ความหมายต่างๆได้อย่าง “สวยงาม” มากที่สุดในบรรดาผู้เข้าแข่งขันในซีซั่นนี้ ไรม์ของเต้ถือว่าอยู่ระดับสูงสุดแล้วของภาคการเขียน คำไทยต่างๆนำมาเล่นคำได้ยอดเยี่ยมมากๆ การแร็ปก็ดีเยี่ยม มันเจ๋งตั้งแต่บาร์แรกๆที่เล่นคำมาเลย แถมโฟลวแม่งก็เท่ คือทั้งฟลิปทั้งโฟลวนี่สุดยอดมากจริงๆ ผมเชื่อว่าเพื่อนซี้ที่เชียร์อยู่ข้างล่าง รวมถึงน้าเก่งที่เห็นในกล้องด้วย แกน่าจะปลื้มใจที่เห็นเต้โชว์สกิลแร็พโอลด์สคูลเจ๋งๆแบบนี้บนเวที

 

         เมื่อถึงการตัดสินคะแนนกันคนที่นำโด่งคือ สไปรท์ เข้ารอบไปเลยแบบเท่ๆ ต้องยอมรับว่า Uziของน้องเดือดจริงๆ และคนที่เฉือนเข้ารอบไปอีกคนคือ เต้ K.A. และชนะปืนไปนิดหน่อย เพราะต้องยอมรับว่า ปืนโชว์ดี มีพลัง แต่ว่าด้วยธีมมันทำให้เขาไปไม่สุดความสามารถตัวเองที่ยังปลดปล่อยได้มากกว่านี้ มันน่าเสียดายนิดหน่อย แต่ถามว่าทำได้ดีไหม ผมว่านี่เป็นperfect performanceอีกครั้งของคุณปืนแก แกทำเต็มที่แล้วและไม่มีอะไรผิดพลาดเลย เจ๋งมากๆ แต่มันแค่อาจจะดึงบรรยากาศข้างในนั้นให้พีคได้ไม่สุดแค่นั้นเอง

 

         ยังไงขอแฮปปี้เบิร์ธเดย์คุณปืนย้อนหลังด้วย และการเข้ารอบชิงมาได้ทำให้ติ่งWay-Gอย่างผู้เขียนรู้สึกว่า มาได้ขนาดนี้ก็เจ๋งมากๆแล้ว ผมเชื่อว่าคุณปืนแกก็น่าจะพอใจกับตัวเองมากๆเช่นกันที่มาได้ไกลจัดๆขนาดนี้

 

 

 

             และรอบสุดท้าย ดวล1-1 ด้วยโชว์สุดท้ายกันโดยตรงระหว่าง Sprite VS King Aglet ต้องบอกว่า เอาจริงๆทั้งสองโชว์ของสองคนนี้ ถือว่าดรอปลงจากโชว์ของตัวเองในรอบ3คน ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะความเหน็ดเหนื่อยด้วยที่ปล่อยหมดตั้งแต่โชว์แรกแล้ว รอบสองเลยดูเหนื่อยลงทั้งคู่ และนอกจากนี้การเลือกลักษณะของโชว์ก็มีผล ซึ่งมันเป็นจุดตัดสินกันตรงนี้ เพราะด้านของ Sprite ในโชว์เพลง “เดียวดาย” คือเพลงที่ทำมาเพื่อกะตีหัวเข้าบ้านเลยในสไตล์ตลาดที่เป็นเพลงฺฮิปฮอปสายเมโลดี้ที่เน้นร้องเมโลดี้มากๆ โดยที่ภาคการแร็พในโชว์นี้สัดส่วนน้อยมากแทบจะไม่มีเลย ที่สำคัญจุดบกพร่องที่Trap Trap เลือกเพลงนี้มา นั่นก็คือความ “เนือย” ของตัวเพลงมัน โดยเฉพาะบีท และvibeของมัน

 

           ทั้งๆที่เอาจริงๆวัดกันสองเพลงของสไปรท์กับเต้ในรอบสุดท้าย ผมว่าเพลงนี้ติดหูและจำง่ายมากกว่า แต่มันเนือยกว่าเยอะมาก สังเกตได้จากบรรยากาศในห้องส่งก็ได้ คนดูนิ่งมากๆ มีพยายามช่วยโบกมือ แต่ผมว่ามันอืดไปหน่อยจริงๆ ไม่มีแร็พและบิ๊วบรรยากาศคนดูไม่ได้เลย

 

 

          กลับกัน โชว์เพลง “มากกว่าเส้นชัย” ของเต้ King Aglet แม้ว่าเพลงนี้จะไม่เดือดและไม่ได้ปล่อยไรม์โหดๆให้ได้เห็น แต่เนื่องด้วยความหมายของเพลง และธีมของเพลง มันเหมาะที่สุดแล้ว เหมาะมากที่จะเป็นเพลงปิดสุดท้ายของรายการ ซึ่งความหมายมันดีมาก และทรงพลังสุดๆ ดูใหญ่ ดูแกรนด์มากๆโชว์นี้ และการแร็พของเต้ยังคงperfect สวยงามและคมเป๊ะๆเหมือนเดิม ด้วยพลังของมันที่ยังคงแน่นอยู่ ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงสร้างอารมณ์ร่วมให้คนดูได้มากกว่าอีกโชว์อย่างเห็นได้ชัด และเมื่อถึงเวลา คนที่รักษามาตรฐานได้ทั้งสองโชว์จึงเป็นแชมป์คนใหม่ของSMTM2ไป นั่นก็คือ เต้ King Aglet คว้าแชมป์ Show Me The Money Thailand Season 2 ไปได้อย่างเต็มภาคภูมิสมกับที่เป็น “เต็ง1” มาโดยตลอด ที่แม้จะมีดรอปๆไปบ้างช่วงแข่งทีมก่อนหน้านี้ แต่ก็ประคองเข้ามาด้วยมาตรฐานที่มั่นคง มาได้เรื่อยๆ

 

          และเมื่อถึงช่วงperformของตัวเองเดี่ยวๆนั่นแหละ ถึงได้ระเบิดความสามารถที่เหนือกว่าใครทุกคนในรายการนี้ออกมาอย่างชัดเจนที่สุด ก็คู่ควรมากที่สุด สมศักดิ์ศรีแชมป์แล้วสำหรับKing Aglet ที่ยุคนี้นี่คือแร็ปเปอร์ที่ขีดความสามารถสูงที่สุดและครบเครื่องมากที่สุดคนนึงของฮิปฮอปในยุคปัจจุบันเลย มันเคี่ยวจนได้ที่และตกตะกอนมาจนถึงสุดยอดอย่างพอเหมาะและสมควรกับเวลาที่สุด และนี่เป็นแชมป์แรกจริงๆของเต้ด้วย ขอแสดงความยินดีด้วย ผมมองคนไม่ผิดจริงตั้งแต่The Rapperแล้วว่าเด็กคนนี้มีของมากๆ วันนี้ไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว ก้าวต่อไปเขาจะต้องยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน

 

           ส่วนน้องสไปรท์จริงๆก็ทำได้เยี่ยมแล้ว เป็นถึงรองแชมป์อายุแค่นี้ ทั้งๆที่คนอื่นๆที่เก่งและเก๋าอีกมากมายต้องตกรอบกันไปหมด เด็กคนนี้ของจริงแน่นอน และถึงไม่แชมป์ก็มีโอกาสดังได้เช่นกัน ยิ่งสกิลที่ร้องเพลงได้แบบนี้ด้วย รอชมเพลงน้องไปรท์เลย ดังชัวร์

 

          สุดท้ายนี้ ขอชมเชยว่า Show Me The Money Thailand Season 2 ปีนี้เป็นปีที่ทุกอย่างสมบูรณ์แบบมากๆ รายการสนุกสนาน มีทั้งความมันส์ มีดราม่าเล็กน้อยเป็นสีสันแบบพอดีๆ และผู้เข้าแข่งขันทุกคนนี่รวมแต่ตัวท็อป ตัวเป้งๆทั้งนั้น ดังนั้นคนที่เข้ารอบมานี่คือ “คุณภาพ” ล้วนๆ ไม่มีพวกประเภทปั้นแต่งให้ดัง หรือล็อคสเป็คแต่อย่างใด โดยรวมถือว่าดีมากๆ และแกนหลักของรายการอย่าง PDทั้ง4ทีม และคนสำคัญอย่างNINOที่ทำคนเดียวทุกบีททั้งรายการ(สุดยอด) ที่เป็นคนสำคัญที่ดำเนินรายการมาได้อย่างดีที่สุด ทั้ง FIIXD , Younggu ของทีมTrap Trap ที่เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะชอบพวกเขามากขึ้นที่ได้เห็นอีกบทบาทในรายการนี้ / PxP Sir Poppa – P.Hot ที่ทำหน้าที่มาได้อย่างดี เป็นสีสันที่ลงตัวและดูดีในฐานะPD / Still Fly ของมือเก๋าระดับตำนานอย่างพี่เดย์ Thaitay และ Freddy V ทำให้เรารู้ว่าพวกคุณยังคงเก๋าและเป็นตำนานขึ้นหิ้งเหมือนเดิม ถ้าไม่มีรุ่นระดับพี่เดย์อยู่ในรายการนี้ พวกเขาจะขาดเข็มทิศและความน่าเชื่อถืออย่างมาก ปีต่อๆไปอยากให้แกมาอีก และมีเพื่อนแร็ปเปอร์ตัวเก๋าๆมาช่วยมากกว่านี้ / Z2 ของเบ็น Ben Bizzy และLazyLoxy ก็สามารถผ่านคำวิจารณ์ต่างๆมาได้และทำหน้าที่ได้อย่างดีโดยเฉพาะเบ็นที่มีวิจารณญาณและความคิดที่ดี ส่วนLZก็เป็นสีสันคนสำคัญจริงๆที่เป็นเป้าประเด็นมากๆ ถ้าไม่มีนี่ไม่สนุกเลยนะ(ฮา)

 

สร้างมาตรฐานไว้ขนาดนี้แล้ว เชื่อว่าปีต่อๆไปน่าจะสนุกยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

Show Me The Money Thailand Season 2