The Voice Thailand รายการเรียลลิตี้แห่งคุณภาพ บนจุดสมมาตร ”คุณภาพเสียงร้อง”

บทความโดย : YOU2PLAY

บทความโดย หัตถาครองพิภพ

       เป็นปรากฏการณ์.. ที่เหนือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่! จั่วหัวแบบนี้คงไม่เกินไปนักเพราะจากกระแสที่คนพูดถึง (ในด้านที่ดี) แบบถล่มทลาย จึงไม่แปลกนักที่รายการนี้จะขึ้นมาเป็นปรากฎการณ์หนึ่งแห่งวงการดนตรีที่ทุกคนรอคอย  เพียงแค่สองสัปดาห์แรกแห่งการแข่งขันแบบกึ่งๆทางการเพราะเค้าใช้คำว่าออดิชั่น.. blind audition เพื่อหาตัวจริงที่จะเข้าไปแข่งรอบ battle กันอีกในภายหลัง .. กระแสคนชื่นชมที่ส่งต่อกันไป จากคนที่ได้ดูรายการสด ดูคลิป จนกลายเป็นtalk of the town ในหมู่คนฟังเพลงในประเทศไทย รวมถึงกระทู้แนะนำมากมาย ก็มาจากรายการนี้แบบไม่หยุดไม่หย่อน เพียงแค่สองสัปดาห์แต่ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนก็ได้รับความสนใจ และถูกสืบประวัติจากคนดูแล้วด้วย (ฮ่า)

       สาเหตุที่รายการนี้ได้รับกระแสตอบรับล้นหลามแบบนี้  ก็เนื่องด้วยความต่างจากรายการอื่นแบบแท้จริงและยอดเยี่ยม นั่นคือการ “ตัดสินคนจากคุณภาพของเสียงร้องอย่างแท้จริง”  เหนือกว่ารายการอื่นๆที่มักจะใช้ทางด้านรูปลักษณ์หน้าตา การโชว์การเต้น performance ต่างๆ มารวมในการตัดสินด้วย มิหนำซ้ำจุดประสงค์ของรายการเหล่านั้นมักอยากจะได้คนที่จะเข้าไปเป็นศิลปินที่พอจะต่อยอดในด้านอื่นๆในวงการบันเทิงที่ไม่ใช่นักร้องอย่างเดียว  จึงทำให้การตัดสินคัดเลือกคนจากรายการเหล่านี้มักจะมีปัจจัยทางด้านหน้าตาเข้ามาเกี่ยวด้วย ดังนั้นคนที่หน้าตาดีเป็นที่ถูกใจเวลาชมมักจะได้เปรียบ แต่จุดประสงค์หลักของ The Voice ต่างออกไป เพราะต้องการเฟ้นหาสุดยอดฝีมือทางด้านเสียงร้องอย่างเดียวจริงๆ ดังนั้นรูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่เรื่องสำคัญหรือถูกนำมารวมเลย ฉะนั้นเขาถึงได้เกิดรอบ blind audition ขึ้นมา โดยให้โค้ชทั้ง4ท่านนั่งหันหลัง กำซาบซึมซับเสียงร้องของผู้เข้าแข่งขันอย่างเดียว ซึ่งถือว่าแฟร์มากที่ตัดหน้าตาของคนแข่งขัน ไม่ว่าใครจะสูงต่ำดำขาวแก่เด็ก ทุกคนมีภาพเหมือนกันคือ 0 มาอัดกันที่เสียงร้องอย่างเดียว  .. สาเหตุที่มันเป็นข้อแตกต่างกับรายการอื่นอีกอย่างคือ เป็นเพราะว่ารายการอื่น แม้จะเอาคนเข้าไปเป็นดารา หาคนชอบคนโหวต หาแฟนคลับ แต่สุดท้ายรายการพวกนั้นก็ยังเอาการ ร้องเพลง เข้ามาเป็นสิ่งที่ใช้ประกวด ซึ่งหลายต่อหลายปี หลายรายการ หลายซีซั่นที่เกิดเหตุการณ์ขัดใจคนดูจำนวนมาก ที่คนร้องดีๆเก่งๆ ต้องตกรอบไปก่อนพวกที่หน้าตาดี แต่ร้องห่วยแตกขั้นเทพเจ้า หรือดีแต่อ้อนแฟนคลับ ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันก็จึงเป็นความเบื่อหน่ายที่มีต่อรายการพวกนั้น ที่ไม่ได้สุดยอดนักร้อง หรือคนที่ร้องเก่งอย่างแท้จริง  รอบชิงยังต้องเข้าไปฟังคนร้องแย่ๆอยู่ บางรายการตกต่ำหนักมากถึงขนาดแชมป์ ยังเรียกว่าร้องเพลงยังไม่เป็น ยังได้เลย  พอ The Voice มา จึงเป็นเหมือนพระเอกขี่ม้าขาวสำหรับคนที่ชอบดูการประกวด การแข่งร้องเพลงที่มีคุณภาพ ที่วัดคนด้วยพลังเสียงและการร้องอย่างเดียว กระแสจึงมาแบบ ถล่มทลายแบบนี้  และที่สำคัญ ก็ไม่ต้องใช้  “ความสงสาร”  ของคนดู  มาเป็นปัจจัยที่คนจะเลือกโหวต หรือผ่านเข้ารอบด้วย  คนพวกนี้ไม่ต้องมานั่งบอกกรรมการก่อนว่า เขาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร  บ้านกินเกลือประทังชีวิต ไม่มีดราม่าหมาตายลุงป้าป่วยใดๆเพื่อเรียกคะแนนสงสารทั้งสิ้น รวมทั้งรูปร่างหน้าตาอ้วนผอมอะไรทั้งนั้น  ทุกคนมาสู้กันบนเส้นด้ายที่แขวนไว้บนสองหอคอยสูงๆ บนจุดสมมาตรแห่ง “คุณภาพเสียงร้อง” ล้วนๆของแต่ละคน

       มาดูที่รูปแบบรายการก่อน รายการนี้ถูกซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาโดยทรูและผลิตโดยเวิร์คพอยท์ มีลักษณะที่แปลกออกไปจากรายการอื่นๆ โดยที่จะมีทีมคณะกรรมการคัดผู้สมัครคุณภาพสูงๆ หลายพันคน จนในที่สุดหลุดเข้ามาสู่รอบปิดตาฟังเสียง หรือ blind audition อย่างที่ผมบอกไปแล้วประมาณร้อยกว่าคน  (140 ถ้าข้อมูลไม่ผิดนะครับ) โดยที่กรรมการทั้ง 4 ที่รายการนี้จะแปลกออกไปคือ ไม่ใช่คอมเมนเตเตอร์ แต่เป็น โค้ช ที่จะถูกเลือกโดยนักร้อง ปกตินักร้องต้องรอชะตากรรมให้คนอื่นเลือก แต่รายการนี้ นักร้องเก่งๆเลือกได้ สุดยอดไหมล่ะ!  โค้ชทั้ง 4 ท่านคือ คุณก้องนูโว คุณคิ้ม คุณโจ้ และ คุณแสตมป์ ทั้ง 4 ถือว่าลงตัวมาก มีข่มกันเล็กน้อยน่ารักๆ มีลูกเล่นรับมุกกันลื่นไหล และมีคุณภาพกันทั้ง 4 ท่าน ถือว่าเป็นโค้ชที่เหมาะกับ The Voice  ไทยมากๆ พวกเราชอบที่จะดูคุณ 4 คนแบบเพลินๆ ในทุกอาทิตย์จริงๆครับ  ทีนี้ โค้ช 4 คนก็จะหันหลังฟังเสียงผู้เข้าแข่งขัน ถ้าถูกใจใคร ก็กดปุ่นหันหลังและเลือก I want you คือให้คนๆนั้นเข้ามาสู่ทีมของตน ถ้ากรณีที่เลือกมากกว่าหนึ่งคน ถึงจะเป็นสิทธิ์นักร้องที่จะเลือกว่า อยากอยู่กับโค้ชคนไหน มันสนุกตรงนี้ละครับ ซึ่งโค้ชเองก่อนจะเลือกก็ต้องคิดก่อนแล้วว่า คนนี้มีของจริงรึเปล่า เพราะก็จำกัดลูกทีมได้ไม่เกิน 10-15 คน เช่นกัน แต่ละคนก็ต้องคิดหนักๆ เลือกดีๆ  อย่างรายการสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ตัวผู้เขียนเอง ชอบอยู่สองคนชายหญิง ซึ่งตรงกับที่สแตมป์เลือกได้พอดีเลย (เพราะเป็นคนเขียนเพลงเหมือนกันรึเปล่านะ - -*) ฝ่ายชายผมชอบพี่คิง จากสัปดาห์แรงที่ร้องเพลงของ Aerosmith คนๆ นี้เนื้อเสียงเท่ห์มาก เหมาะจะร้อง rock band จริงๆ อย่างที่พี่ก้องบอก ถ้ามีโอกาสผมก็อยากเลือกเขาเข้ามาเป็นขุนพลเบอร์ต้นๆ ของฝ่ายชายเลย ส่วนฝ่ายหญิงก็น่าสนใจหลายคน แต่ผมชอบคุณปุ้ย ดวงพรมากๆ เสียงหวานและเอื้อนได้สวยงามไม่เสียทีที่เรียนมา และเก็บความเป็นไทยเดิมได้อย่างสุดยอด ชอบมาก คนนี้กับสไตล์นี้แหละ ที่ผมอยากได้ไว้เป็นขุนพลฝ่ายหญิง .. 

       ทีนี้กลับมาถึงรูปแบบรายการกันต่อ หลังจากที่โค้ชได้ลูกทีมแล้ว ก็ถึงเวลาที่โค้ชแต่ละคนจะต้องคัดคนออกไปเรื่อยๆทีละคนในรอบ battle เพื่อที่จะเฟ้นหาสุดยอดนักร้องของตน 1 คนเท่านั้น เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ดังนั้นรอบชิงก็จะมี 4 นักร้อง ของโค้ชแต่ละท่าน เข้าไปฟาดฟันกันเพื่อหาผู้ชนะนั่นเอง .. แค่ฟังก็ตื่นเต้นแล้ว นี่เพิ่งรอบปิดตาเอง ไม่รู้รอบหลังๆจะมันส์ขนาดไหน  ต้องรอติดตามชมกันต่อไปแบบตาไม่กระพริบ  สิ่งหนึ่งที่ผมพอจะมองเห็นได้จาก The Voice Thailand หากคิดจะเปรียบเทียบกับของต่างประเทศแล้ว ในด้าน production แสงสีเสียง หรือเวที อะไรก็แล้วแต่ เราอาจจะยังสู้ของประเทศอื่นไม่ได้ เพราะนี่คือปีแรก และมันก็คงต้องใช้งบมหาศาล แต่นี่ไม่ใช่จุดสำคัญสำหรับผม เพราะความสนุกต่างหากที่ไม่มีลดลง และที่สำคัญ สิ่งที่ดีกว่าคือ ความ “อิน” ของคนดูที่ผมเชื่อว่า ดูของไทย คนไทยกันเองแข่งนี่หละ มันกว่าดูนักร้องเสียงเทพของต่างชาติพ่นไฟแข่งกันซะอีก เพราะงั้นการจะไปนั่งเปรียบเทียบกับรายการอื่นหรือของประเทศอื่น เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเลย ขอให้รายการนี้ได้ผู้แข่งขันที่ชนะแบบแฟร์ๆและเสียงร้องมาจริงๆ ก็เพียงพอแล้ว และผมอยากฝากบอกไว้ว่า  ลูกท่านหลานเธอที่บ้านรวยและจะออกมาทุ่มโหวตในรายการนี้  ถ้าจะมีก็ขอให้หยุดเถอะครับ ให้รายการแข่งกันที่คุณภาพการร้องจริงๆดีกว่า เพราะว่ารอบหลังๆไป การแข่งขันก็จะขึ้นอยู่กับคะแนนโหวตด้วยส่วนหนึ่งเช่นกันจากทางบ้าน คล้ายๆรายการอื่น ผมก็กลัวว่าจะเกิดการทุ่มโหวตจากผู้แข่งบ้านรวย เหมือนรายการอื่นๆอีก อยากฝากตรงนี้ครับว่า อย่าให้มันเกิดขึ้นเลย  ถึงแม้ว่า จะมีการถ่วงน้ำหนัก 50/50 ที่ให้คะแนนจากโค้ชครึ่ง ทางบ้านครึ่งก็ตาม  ตรงนี้เป็นระบบที่ดีที่จะป้องกันพวกแฟนคลับบ้าคลั่งโหวตได้  แต่ก็อยากฝากไว้ และอยากให้ The Voice เป็นทางเลือกแก่คนที่เสียงดีมาแข่งขันกันจริงๆ ไม่ต้องมีดราม่าหมาป่วยบ้านจน  ไม่ต้องใช้หน้าตาดีหล่อสวย  ไม่ต้องใช้เงินทองสู้กันเพื่อตำแหน่ง winner สิ่งที่ทุกคนมีเท่ากันคือสิ่งที่ฟ้าประทานมาครับ  เสียงนั่นเองล่ะ..

       เรียกได้ว่าเป็นรายการที่ทำให้คนที่เบื่อรายการเรียลลิตี้ปาหี่มีแต่คนร้องเพลงเหยาะแหยะเสียงไม่เอาอ่าว หรือที่มีแต่แฟนคลับบ้าพลังขายบ้านขายรถโหวตให้  ได้มาดูThe Voice คงจะสมหวังกันล่ะครับ ^__^

Close [×]