Album Review

Bullet for my valentine - Temper Temper : อัลบั้มเฮฟวี่เมทัลขวัญใจวัยจ๊าบ แต่ซาวด์เก๋าไม่แพ้วงรุ่นเก่าของแท้ เพลงมันส์shipหาย!!!

หัตถาครองพิภพ April 08, 2014

        นี่คือหนุ่มๆวงเฮฟวี่เมทัลจากเวลส์ กับอาวุธ4ชิ้นที่ประกอบขึ้นมาเป็นวงร็อคเจ๋งๆหนึ่งวง  แน่นอนว่า พวกเขา Bullet for my valentine เป็นที่รู้จัก โด่งดัง และสร้างความประทับใจให้สาวกขาร็อคทั้งหลายเป็นอย่างดี หลังจากที่ผมตามสืบคอมเม้นของแฟนเพลงวงนี้ เป็นไปในทิศทางบวกทั้งนั้น  ถึงแม้อัลบั้มหลังๆจะมีการเปลี่ยนแนวทาง เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที แต่ความนิยม และความยอดเยี่ยมก็ไม่ได้ลดไปแต่อย่างใด สำหรับ BFMV  อดีตวงที่เล่น เมทัลคอร์ได้อย่างมันส์สะใจในสองชุดแรก เรียกว่าหนักหน่วงสะใจจริงๆ ก่อนที่อัลบั้มหลังจะเปลี่ยนทางให้เบาลงมานิดๆเป็น เฮฟวี่เมทัล และ แทรชเมทัล  ซึ่งก็อย่างที่รู้กันดี เฮฟวี่เมทัลนั้น จะมีความเก่า เก๋า และเป็นร็อครุ่นคลาสสิคอยู่  ดังนั้นมันจะมีความเข้มข้นมากกว่า แต่ไม่กระโชกโฮกฮากเอามันส์เหมือนสาย เมทัลคอร์หรือนูเมทัลที่สาวกมักถูกใจกับการscreamโฉดๆ  แต่ก็นั่นแหละ สายฮาร์ดร็อคนี่ใช่ว่าจะไม่ดี  ต้องลองไปฟังกันก่อน!
 
         สมาชิกวง 4หนุ่มไลน์เดิม พี่แมท Matthew "Matt" Tuck , Michael "Padge" Paget , Michael "Moose" Thomas และ  Jason "Jay" James อย่างที่บอก ถ้าใครอยากดูแนวเดิมของวง ลองไปหาฟังสองอัลบั้มแรกดูก่อนอันนี้ผมแนะนำ เชื่อว่าแฟนเพลงวงนี้ รู้อยู่แล้วแหละ กับ The Poison และ Scream Aim Fire  เพลงเก่าๆ ล็อคเป้าไปที่ hand of blood / walking the demon / the poison / tears don’t fall และหรือ your betrayal อะไรพวกนี้เป็นต้น ไปสืบหาฟังกันเอาเองครับ น่าจะประทับใจพอสมควร  ส่วนอัลบั้มสาม Fever นั้น  เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเข้ามาแล้ว ซึ่งไอ้การเปลี่ยนแปลงแนวนั้น  ผมเขียนในรีวิวออกจะบ๊อยบ่อยว่า มันเป็นเรื่องที่โคตรจะธรรมด๊า ธรรมดา  ใครชอบแบบเก่า เอ็งไปฟังของเก่าครับ (ฮา) อย่างว่า วงดนตรีหนึ่งวง ไม่มีใครอยากเล่นอะไรเดิมๆซ้ำๆกันตลอดเวลาหรอกครับ  
         ดังนั้น วันนี้ เราจึงจะมารีวิวอัลบั้มที่เรากำลังจะพูดถึงกันอยู่ (ตัดบทดื้อๆเลย 555) นั่นคือ studio albumที่4ของพวกเขา นั่นคือ temper temper นั่นเอง ซึ่งแนวเพลงนั้น แน่นอนว่าเป็น เฮฟวี่เมทัล ฮาร์ดคอร์ ที่ต่อเนื่องมาจากผลงานชุดที่3 แต่มีความกลมกล่อมมากขึ้น  กล่าวคือ เหมือนได้ใช้ชุดสามลองผิดลองถูกมาแล้ว ตอนนี้เริ่มชัดเจนในแนวทางมากกว่าเดิม  ประสบการณ์มากขึ้น  ทีนี้งานนี้ เนียนกว่าเดิมอีก เอาล่ะสิ!

        สำหรับโดยรวมทั่วๆไปของงานในอัลบั้มชุดนี้ ผมฟังจนหมดหลายรอบแล้ว สิ่งหนึ่งที่รู้สึกเลยคือ  พวกเขาทำซาวด์ได้เนียนมากๆ คือเนียนเหมือนเป็นวงร็อคอายุเยอะรุ่นเก๋าแล้วจริงๆ  คือกลิ่นอายที่ผมสัมผัสได้จากเพลง  นี่มันพวกฮาร์ดร็อค พวกเมทัลรุ่นเก่าชัดๆ  ดูไม่เหมือนวงดนตรีรุ่นใหม่ๆเลย  คือทำซาวด์ได้เข้มข้นและคลาสสิคเอามากๆ  แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้อ่อนแอ  มีความเข้มข้นแข็งแรงในไลน์ดนตรีต่างๆ  รายละเอียดแต่ละส่วน แต่ละเพลงนั้น ต้องบอกว่า ใส่มายับแบบไม่เกรงใจคนฟังเลย  คือตลอดเวลาที่ผมฟังงานในชุดนี้ สิบกว่าเพลง  รูหูผมโดนข่มขืนยับแบบไม่พัก เรียงหน้ากันเข้ามาเลยแหละ โดยที่ไอ้คนข่มขืนเหล่านั้น  มันเป็นคุณลุงเก๋าๆยุค80 90 ที่ยังเตะปี๊บดังอยู่!!!

        สำหรับเพลงในชุดนี้ ที่ฟังแล้วชอบมากๆมีหลายเพลง  สมมติว่า ไม่สนใจเพลงโปรโมทหรือเพลงที่คนอื่นนิยมกัน ส่วนตัวผมชอบมากหลายเพลงอย่าง Truth Hurts มันมีความลึกอยู่ในตัว มีมิติที่น่าล้วงลงไปอยู่  ไม่ได้สับเอามันส์อย่างเดียว เพลงนี้เหมือนฟังแล้ว จะไปปล้ำมวยปล้ำไงงั้น  ฮึกเหิมมากๆ  ยิ่งใหญ่ และมีมิติดี  ทรงพลังครับ / ส่วนเพลงที่บอกว่าใส่ยับที่ว่า  ก็น่าจะหนีไม่พ้นเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม เพลง temper temper นี่เอง เพลงนี้จัดยับไม่มียั้ง สะใจมาก  ไลน์ต่างๆอัดมาแน่นแบบไม่มีรูอากาศเลย ฟังแล้วอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน อยากไปกระโดดถีบทีวีให้พังเลยทีเดียว
 
เพลง Truth Hurts

 

        Dead to the world เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ผมฟังแล้วเลิฟมาก  คือเป็นวงที่มีมิตินะ  ไม่ได้เก่งแต่เพลงเร็วอย่างเดียว เพลงจังหวะslow rock นี่ก็ทำได้ดี  ยิ่งซาวด์เพลงนี้  อลังฯมากอย่าให้เซดเลย(ว่ะ)  ฟังแค่อินโทรก็ฟินแล้วครับ ฟินจริงๆยิ่งกว่าดูหนังAVอีก ถ้าคนชอบฟังเพลงละนะ  ซาวด์แม่ง… สุดยอด  ขอใช้คำหยาบจริงๆไม่พูดไม่ได้  คือมีความคลาสสิคอยู่ในสำเนียง  เหมือนเป็นวงเฮฟวี่รุ่นเดอะมาเล่นอ่ะว่าง่ายๆ  ชอบมากๆครับเพลงนี้  ฟังแล้วทำให้สัมผัสอีกห้วงอารมณ์ของวงนี้ที่ถ่ายทอดออกมาได้ดีมากๆ
 
เพลง Dead to the world

 

        อีกเพลงที่จัดให้ยับแบบ กระจุยกระจายระเบิดถังขี้  น่าจะเป็นแทร็คสุดท้ายอย่าง Livin’ Life (on the edge of a knife) เพลงนี้มันส์มากเช่นกัน  ดี แหกปากเยอะๆ สครีมเยอะๆ ชอบบบบ  เพลงนี้เป็นลูกผสมรุ่นใหม่รุ่นเก่า เหมือนเป็นประตูมิติเชื่อมโลกยุคอดีต กับโลก ipad ในปัจจุบันนี่จริงๆ  ทุกวันนี้ฟังแต่ร็อคหน่อมแน้ม เหมือนจะโหดแต่จริงๆลูกหมี เป็นต้น  ได้ฟังซาวด์เก่าเก๋าๆแบบนี้ มันปลื้มจริงๆ  คือผมเป็นพวกชอบร็อครุ่นเก่าที่เข้มข้นอยู่แล้ว มันอิ่มเอมสุดๆ
 
เพลง Livin’ Life (on the edge of a knife)

 

        คราวนี้ มาพูดถึงเพลงที่เขาตั้งใจโปรโมทกันบ้าง ฮ่า.. คือ เพลงที่ หลายคนคงฟังอยู่แล้ว และเพลงก็โปรโมทแล้ว อย่าง Riot  เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ผมฟังแล้ว สะดุดตั้งแต่ครั้งแรกเลย อันนี้พูดจริงๆ  ไม่รู้มาก่อนด้วยว่าเขาโปรโมท  เพลงนี้เข้มข้นหนักหน่วงสุดๆ  พลังรุนแรงมากในฟีลลิ่ง เสียงโว้โวนี่ เอกลักษณ์มากๆ และที่สำคัญ ห้ามพลาด ไลน์soloกีต้าร์  (คือจริงๆมันห้ามพลาดทุกเพลงแหละครับ BFMV เพราะไลน์ดนตรีนี่ เหนือชั้นเทียบเคียงวงรุ่นพี่ได้เยอะ อย่างจูดาสพรีสต์งี้ คือวงนี้มีจุดเริ่มต้นจากการโคฟวงอย่าง Metallica หรือ Nirvanaมาอยู่แล้ว) Riot เป็นเพลงบ้าพลังประจำชุด พอๆกับเพลงแรกสุด แทร็คแรกอย่าง Breaking Points ที่ ตะโกนคอแหกตั้งแต่อินโทร ริฟโหดร้ายชาติปีศาจมากๆ   และอีกเพลงอย่าง Saint  & Sinners ที่โหดสัสเช่นกัน  ผมชอบเสียงริฟกีต้าร์เพลงนี้เป็นพิเศษ มันมีอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก แต่เท่ 
 
เพลง Riot

 

        คือเขียนไปเขียนมา ก็จะครบทั้งอัลบั้มแล้ว แต่ไม่พูดก็ไม่ได้อะครับ อย่าง Leech เพลงนี้ ชอบพรีฮุคกับฮุคมาก ชอบพาร์ทเมโลดี้เพลงนี้มากเป็นพิเศษ มากกว่าเพลงอื่นๆด้วย  ต้องลองฟังดู (แน่นอน soloย้วยๆกวนๆกลางเพลง ก็ห้ามพลาดนะจ๊ะ) / Dirty Little Secret เพลงนี้รัวมาเป็นปืนกลเลย คือเหมือนโดนปืนกลยิงใส่ ผสมกับเมโลดี้หวานๆ โรแมนติคๆ สลับกับสปีดกีต้าร์โฉดๆ  ปรับอารมณ์ไม่ทัน แต่มันเหนือมากๆ  มีไดนามิคที่น่าสนใจ เพลงนี้ คือเวิร์สธรรมดาก็ค่อยๆมา  ฮุคนี่ ใส่ยับ! ช่วงSoloนี่ เก๋า เก่า คลาสสิคมากๆ สำเนียงกีต้าร์พวกเฮียมันลึกเอามากๆ ฟังแล้วบาดสุดๆ โคตรพ่อเลย! / P.O.W. เป็นเพลงที่มีจังหวะไม่ช้าไม่เร็ว แต่เข้มแข็ง ดุดันด้วยริฟที่เอาจริง แน่นมาก ดุมาก ท่อนว้ากก็ไม่มีขาด ฟังแล้วสะใจดี
 
เพลง  Leech 


 
        tear don’t fall pt.2 เพลงนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะเป็นภาคต่อของมหากาพย์ตำนาน BFMV เป็นโคตรไฮไลท์ของอัลบั้มอีกอันเลยที่ยังไงก็ห้ามพลาด .. ไร้คำบรรยายจริงๆเพลงนี้  ฟังแล้วกลับไปฟังภาค1ด้วย(!?) ภาคริธึ่มก็น่าสนใจ ในขณะที่ริฟที่เกาะมาตลอดเพลงนี้  ทำให้อารมณ์คนฟังมันคุกรุ่นเกาะเพลงตลอดเวลา ก่อนที่จะบิ๊วเข้าฮุคได้อย่างดี  โยกหัวได้เรื่อยๆอย่างหนักแน่น แม้สปีดtempoจะไม่เร็วมาก แต่มันส์  โดยเฉพาะความโฉดในท่อนsoloกลางเพลง.. อ่าห์ฟิน
 
เพลง  tear don’t fall pt.2

 

        ส่วนของ deluxe ที่มีเพลงเพิ่มมาให้อีกสามเพลง bonus tracks นั้น ก็มี not invincible ที่อัดรัวมายังกะปืนกลหนัก ไม่มียั้ง ปั้งๆๆๆ / whole rotta rosie และ scream aim fire สองอันหลังนี่เป็น liveเจ๋งๆที่ BFMV ไปสถานีวิทยุของ BBC นั่นเอง  เป็นไลฟ์เจ๋งๆ สดๆให้ได้ฟังกันเพิ่ม  ไปลองฟังกันดูครับ  เก๋าไม่แพ้ studio version  ชอบมากๆ
 
เพลง not invincible

         โดยรวมแล้ว temper temper เป็นอัลบั้มของ BFMV ที่ยอดเยี่ยมเอามากๆ  ซาวด์เฮฟวี่เมทัล ในแบบฉบับของวงร็อครุ่นเก่าสมัยสามสิบกว่าปีที่แล้ว ยุค80 หรือ 90 นั้น มาแบบเต็มๆ กลิ่นอายนี่มาหมดเฉียดๆ 100% เลยเพราะยังมีติดกลิ่นเมทัลคอร์และแนวเพลงสมัยใหม่มาบ้างในบางเพลง แต่โดยรวมแล้ว มันก็ใช่อ่ะ ใช่จริงๆ  ฟังแล้วฟินมากๆเหมาะสำหรับคนชอบร็อคเข้มแข็งๆแบบผมและหลายๆท่านที่เป็นสาวกของBFMVอยู่แล้ว ชุดนี้ไม่มีผิดหวังครับ  ส่วนงานแนวของชุดแรกชุดสอง ก็ยังสามารถย้อนกลับไปฟังได้สบายๆอยู่ดี

        เพลงมันส์จนเรือหายจริงๆครับ  

Bullet for my valentine, Temper Temper