Movie

Zack Snyder’s Justice League คืนความขลังDC เผื่อจะมีคนเปลี่ยนใจ [9.5/10]

หัตถาครองพิภพ April 03, 2021

Zack Snyder’s Justice League คืนความขลังDC เผื่อจะมีคนเปลี่ยนใจ [9.5/10]

 

          เชื่อว่าหลายคนคงจะได้ดูจัสติสลีกเวอร์ชั่นเต็ม4ชั่วโมงของแซ็ค สไนเดอร์ กันมาแล้ว คงจะรู้ดีว่าผลงานในครั้งนี้มันเติมเต็มความสุขของแฟนหนังขนาดไหน เมื่อทุกๆจุดอ่อนของหนังเวอร์ชั่นปี 2017ของวีดอน ถูกแก้ไขหมดด้วยการเรียบเรียงนำเสนอ รวมถึงถ่ายเพิ่มบางส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมาในฉากKnightmareช่วงท้าย กับเวลาการนำเสนอที่ได้ปลดปล่อยอิสระอย่างเต็มที่ถึง4ชั่วโมง ทำให้หนังของแซ็ค สไนเดอร์ ครั้งนี้กลับมาสานต่อสิ่งที่มันควรจะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าหากว่าเป็นไปได้ก็ลืมๆเวอร์ชั่นของวีดอนปี2017ไปได้เลยยิ่งดี เพราะหลายๆอย่างในนั้นมันแย่มากๆ

 

คิดซะว่าเป็นการส่งรายงานตัวเต็มก็แล้วกัน ส่วนปี2017นั่นคือดราฟท์แรกส่งอาจารย์เฉยๆ!!

 

          ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือ ในเวอร์ชั่นนี้มีเสียงชื่นชมตรงกันอย่างมากในเรื่องของการทำให้บทบาทของฮีโร่ทั้ง6คนดูมีน้ำหนักมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไซบอร์ก กับ แฟลช ที่ไม่ได้โผล่มาแค่ง่อยๆเหมือนครั้งก่อน แต่สองคนนี้กลับมีบทสำคัญแทบจะกลายเป็นMVPของภาคนี้ซะด้วยซ้ำ โดยที่ซุปเปอร์แมนเป็นเหมือนเพียงจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายในสมการปราบปีศาจนี้เท่านั้นเอง หากว่าไม่มีแฟลชหรือไซบอร์ก เชื่อว่าโลกบรรลัยอย่างแน่นอน ดังนั้นนี่จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดที่เราสัมผัสได้ เพราะบททุกอย่างมันเปลี่ยนแทบจะเป็นหนังอีกเรื่องไปเลย เพราะเส้นการเกิดเหตุการณ์ต่างๆมันไม่เหมือนของวีดอนกับWBที่ตัดออกมาซะเละเทะไม่มีน้ำหนักใดๆเลย

 

          นอกจากนี้ก็ยังมีเพิ่มฉากแอ็คชั่นอีกเยอะที่ทำให้มันดูหนักแน่นและมันส์มากขึ้น แม้จะมีเสียงบ่นเรื่องภาพสโลว์ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นสไตล์ของสไนเดอร์อยู่แล้ว ซึ่งเราคุ้นเคยกับมันดีและไม่ติดขัดอะไร คิดซะว่าเป็นการโชว์งานภาพอาร์ตๆแสงสวยๆให้ดูก็พอ ส่วนเรื่องของความ “ดาร์ค” นั้นเอาจริงๆมันก็ไม่ได้ดาร์คขนาดนั้น ยังเป็นหนังฮีโร่ที่สามารถเสพได้ในระดับทั่วๆไป เพียงแค่มีฉากเลือดกระฉูดเข้ามาบ้างแค่นิดๆหน่อยๆซึ่งไม่ได้หนักอะไรขนาดนั้น

 

          เอาจริงๆแล้วเรารู้สึกฟินและมีความสุขกับเวอร์ชั่นนี้มากๆ เป็นหนังที่ครบ สมบูรณ์ เต็มอิ่ม และเยี่ยมที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วสำหรับDCEU แต่ในเรื่องของคะแนน ถ้าให้ 10/10 มันก็จะหมายถึงความperfectแบบที่ไม่มีจุดติ แต่เรายังรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้ยังมีจุดที่ต้องเผื่อ 0.5 เอาไว้เพื่อให้มันใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด เช่นความเอื่อยและความนานของอะไรบางอย่าง / ฉากแอ็คชั่นที่ยังไปได้เยอะกว่านี้ บู๊ล้างผลาญมากกว่านี้ได้อีก เป็นต้น แต่รวมๆแล้วใจเราก็ถือว่าเต็มอิ่มสุดๆแล้ว อยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก

 

           แต่สิ่งที่เราพอใจมากกว่าก็คือ Zack Snyder’s Justice League 2021 นี้นั้นมีโอกาสที่จะทำให้จักรวาลDCEUนั้นคืนชีพขึ้นมาได้อีกเฮือก จากข่าวที่ว่ากองThe Batmanมีปัญหากันกับนักแสดง รวมถึงการปูสร้างมิติให้กับไซบอร์กกับแฟลช ค่อนข้างเชื่อว่าอย่างน้อยที่สุด เดอะแฟลช น่าจะได้มีหนังใหญ่ของตัวเองแน่ๆ

 

           ส่วน WW กับ Aquaman เค้ารอทำภาคต่อกันอยู่แล้วเพราะติดลมไปแล้ว จุดที่น่าสังเกตคือ ไซบอร์ก ก็น่าจะถูกนำมาเล่นด้วย แต่อาจจะมาท้ายสุด และอาจยังต้อง re-cast นักแสดงใหม่มาที่เท่หรือว่ามีเสน่ห์ในการแสดงมากกว่านี้ ยังไงไซบอร์กมันเล่นได้อยู่แล้ว ด้วยความไฮเทค ความโกงของการแฮ็คมัน น่าจะทำให้คนดูสนุกได้มากๆกับเทคโนโลยีต่างดาวแบบนี้ น่าจะจินตนาการบรรเจิดไปพอๆกับหมอแปลกของค่ายMarvel แต่เป็นในเชิงเทคโนโลยีอนาคต

 

           จุดที่เราคาดหวังว่าอยากให้เกิดปาฏิหาริย์มากที่สุดคือ การมีหนังเดี่ยวของ “Bat Ben” เบน แอฟเฟล็ค บ้าง ถ้าThe Batmanไปต่อไม่ได้ การกลับมาชุบชีวิตจัสติกลีกอีกครั้ง อาจจะทำให้เบนที่วางมือขึ้นไปเป็นโปรดิวซ์เซอร์แล้วนั้น กลับลงมาจับงานใส่ชุดมนุษย์ค้างคาวอีกครั้งก็เป็นได้ และเราก็อยากดูจริงๆ เพราะไหนๆก็จะเล่นมัลติเวิร์สแบบJokerอยู่แล้ว เพราะงั้นแบทเบนก็ยังมีสิทธิ์อยู่ รวมถึง JLภาค2/3 ที่แม้สไนเดอร์จะบอกว่าเขาถอนตัวไปแล้ว แถมเฉลยพล็อตภาค2-3 แบบหมดเปลือก แต่ใครจะรู้ล่ะ สร้างชื่อให้DCขนาดนี้ ค่ายอาจจะกลับไปง้อ และใจคนเราก็อาจจะเปลี่ยนได้เช่นกันในอนาคต

 

หวังว่าพระเจ้าแซ็คจะเปลี่ยนใจ

Zack Snyder’s , Justice League