Article

“ชั่วชีวิต” จาก COCKTAIL งานร็อคกับความสวยงามแบบ1ต่อ1 และชะตาชีวิตที่เขียนเองได้ ยกเว้น”เธอ”

หัตถาครองพิภพ April 13, 2021

“ชั่วชีวิต” จาก COCKTAIL งานร็อคกับความสวยงามแบบ1ต่อ1 และชะตาชีวิตที่เขียนเองได้ ยกเว้น”เธอ”

 

 

          นี่คือผลงานใหม่ของวงดนตรี “COCKTAIL” กับซิงเกิลที่ชื่อว่า “ชั่วชีวิต” เป็นงานแรกที่ค็อกเทลออกในนามค่าย Gene Lab ซึ่งคุณโอมเป็นหัวหน้าค่ายนี้ ภายใต้สังกัดใหญ่ GMM ร่วมกันกับบ้านเก่าอย่าง Genie Records ดังนั้นถ้าให้พูดกันตรงๆแล้ว ส่วนตัวแอบจับตามองเพลงนี้เล็กน้อย เพราะมันเป็นวาระพิเศษที่วงโยกย้ายการทำงานมาอยู่กับค่ายที่ศิลปินในวงเป็นหัวหน้าค่ายเอง เพื่อที่จะดูแลทิศทางของการทำงานได้ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น ในฐานะกองเชียร์เดนตายของวงที่จะตามซัพพอร์ตไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว ก็ค่อนข้างตั้งตารอที่จะฟังเพลงเต็มๆว่าจะเป็นยังไง หลังจากได้เห็นทีเซอร์เล่นดนตรีกันเดือดๆขนาดนั้น

 

          แฟนเพลงค็อกเทลเองน่าจะมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้างแล้ วกับการป้องกันตัวจากการโดนพวกเฮียเค้า”แกง”คนฟัง เห็นทีเซอร์เดือดๆแบบนี้มันอาจจะเป็นเพลงช้าที่โคตรเพราะก็ได้ เราจึงยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นเพลงเดือดอย่างที่เห็น(ฮา)

 

          และเมื่อได้ฟังเพลงนี้แล้ว ก็ต้องพูดว่า COCKTAIL ไม่ได้แกงอะไรแฟนๆของวงเลย เพลงนี้ดนตรีแข็งแรงดุเดือดในทีเซอร์ยังไง ของจริงก็แบบนั้น แต่สิ่งที่มันเหนือความคาดหมายคือ ผมไม่เคยคิดว่า มันจะมีเพลงที่สามารถบาลานซ์ความแข็งแรงดุดันของดนตรีร็อคเข้มๆ ให้น้ำหนักและสัดส่วนพอดีเป๊ะกับความสวยงามและโรแมนติค(มากๆ)ของLyric และ Melody แบบนี้ได้ร็อคมันส์ๆ ที่มาพร้อมกับความไพเราะของโครงสร้างเพลงที่เป็นเนื้อร้องทำนอง มันไปด้วยกันแบบที่ไม่ต้องลดทอนส่วนใดส่วนหนึ่งทั้งสองฝ่าย ดนตรีไม่ต้องซอฟท์ลงเพื่อเนื้อหา มึงจะร็อคก็เล่นเป็นร็อคไปเลยเต็มที่ ในขณะที่ เมโลดี้ เนื้อเพลง ก็ยังมีความสวยงาม และ “ละมุน” ในแบบฉบับของ COCKTAIL ได้เช่นเดิมแบบเต็มๆ

 

          เพลงนี้ผมพูดตรงๆว่า มันอาจจะไม่ใช่เพลงที่ทำขึ้นมาเพื่อที่จะ”ขาย” ให้มันแมสจัดๆ หรือเป็นกระแสฮิต แต่ถามว่าส่วนตัวรู้สึกยังไงกับเพลงนี้ ขอบอกเลยว่าประทับใจมาก และ “ไม่เคยผิดหวังจริงๆ”

 

          เราชอบไอเดียการทำเพลงที่สามารถบาลานซ์ความแข็งแรงของเพลงร็อคแบบเต็มๆเซสชั่นของวงในแทร็คนี้ เข้ากับความไพเราะอ่อนหวาน สวยงาม และความหมายที่ลึกซึ้งเช่นนี้ได้ในสัดส่วน 1:1 เลยทีเดียว

 

          จุดที่น่าสนใจคือ “คอนเซปต์” ของเพลงมันค่อนข้างที่จะแข็งแรงมากๆ ที่นำเรื่องราวของชีวิตคนเราที่เราสามารถจะกำหนดชีวิตของตัวเอง เขียนชะตาตัวเองยังไงก็ได้ เพราะไม่ว่าใครก็ไม่สามารถมาตัดสินหรือสั่งให้เราเดินทั้งนั้น

 

           แต่มันมีอยู่ “เรื่องเดียว” ในชีวิตที่เราสั่งไม่ได้ ควบคุม หรือกำหนดไม่ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เรื่องนั้นคือ “เธอ” นั่นเอง ที่ยังไงก็ไม่สามารถกำหนดให้เป็นของเราได้เหมือนกับชะตาของตัวเอง

 

          แกนของคอนเซปต์มันแข็งแรงตรงที่เป็นปรัชญาง่ายๆของชีวิตมนุษย์ ที่คนเราสามารถจะทำอะไรก็ได้ หรือเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น ตรงนี้คือโครงหลักของเนื้อหาคอนเซปต์ แต่การเขียนโครงเรื่องได้ตั้งใจวางจุดconflict เอาไว้ซึ่งทำให้เพลงนี้ไม่ใช่เพลงปรัชญาชีวิตที่น่าเบื่อ

 

           คุณโอมเขียนบิดปรัชญาของชีวิตเรื่องนี้ ทำให้มันกลายเป็นเพลงรัก อกหักเฉยเลย ด้วยปมขัดแย้งที่สุดท้ายก็นำเสนอว่า แม้เราจะกำหนดชีวิตตัวเองได้ทุกอย่าง ไม่มีใครมาสั่งเราได้ทั้งนั้น แต่อย่างเดียวที่ทำไม่ได้คือการกำหนดให้เธอมาเป็นของเรานั่นเอง

 

ในฐานะคนเขียนเพลงด้วยกัน มาฟังเพลงแล้ววิเคราะห์เพลงแบบนี้ ผมบอกตรงๆว่าขนลุกเชรี่ยๆ!

 

            นี่คือรายละเอียดที่น่าสนใจของเพลงนี้ แต่จริงๆแกนการนำเสนอสำคัญๆก็อย่างที่เกริ่นไปแล้ว คือการแสดงให้เห็นด้านแข็งแกร่งในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในค่ายบ้านของตัวเองอย่างGene Lab เพลงจึงเป็นเพลงร็อคที่มีจังหวะแข็งแรง และน่าจะเหมาะกับการนำไปเล่นสดสร้างบรรยากาศในงานได้ (ผมว่าเพลงนี้ใช้เป็นเพลงเปิดคอนฯได้เลย) ในขณะที่พาร์ทความสวยงามของมัน อันนี้ผมมั่นใจว่า ถ้าค็อกเทล ทำเพลงเวอร์ชั่นช้าของเพลงนี้ออกมา ด้วยการตัดไลน์ดนตรีที่เป็นร็อคหนักๆออกทั้งหมด แล้วเปลี่ยนมาเหลือแต่กีต้าร์อะคูสติก หรือเครื่องดนตรีcontemporaryสักชนิดเพราะๆ จากนั้นใส่เครื่องสายเข้าไปตบท้าย แล้วร้องเพลงนี้ด้วยอารมณ์เพลงช้า

 

คุณจะรู้เลยว่า นี่น่าจะเป็นเพลงลูกพี่ลูกน้องของ “เธอทำให้ฉันเสียใจ” แบบโคตรชัดมากๆ มันเพราะมากจริงๆ

 

           ในส่วนของตัวเพลง ผมประทับใจทุกอย่างดังที่เขียนมาแล้ว มันคือความไพเราะที่สวยงามและอ่อนหวาน อยู่ภายใต้ความแข็งแกร่งของดนตรีร็อคเข้มๆ ไม่มีอะไรจะติชมทั้งนั้นนอกจากอยากสรุปสั้นๆแบบชาวบ้านๆว่า เพลงโคตรเพราะเลย แค่นั้นเองง่ายๆ

 

           นอกจากตัวเพลง จุดเด่นสำคัญของการนำเสนอซิงเกิลนี้คือเอ็มวี ที่ต้องบอกว่าแยบยลมากในการที่นำโครงเรื่องหลักของการกำหนดชีวิตตัวเอง เขียนชะตาตัวเอง นำเสนอในเส้นเรื่องที่พระเอก ไปแอบรักกับนางเอก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นลูกสาว หรือ เป็นเมียเจ้าพ่อในMVนี้กันแน่ (ฮา) ซึ่งพวกเขาโดนจับมา และเจ้าพ่อมาเฟียดูเหมือนว่าจะเดิมพันกับพระเอกด้วย “กงล้อ Roulette” โดยการวางแหวนของนางเอก ไว้เป็นเดิมพัน แล้วให้พระเอกเสี่ยงดวงกับรูเล็ตต์นี้ หากว่าลงในช่องที่ตรงกับเดิมพัน เจ้าพ่อมาเฟียก็น่าจะยอมปล่อยให้ทั้งสองคนนี้เป็นอิสระ

 

          สุดท้ายแล้วพระเอกซึ่งแสดงโดยพี่ก็อตนั้น แม้จะเสี่ยงรูเล็ตต์ในวงล้อ แต่แกก็เลือกที่จะกำหนดชีวิตตัวเองกับนางเอกด้วยการหนีไปด้วยกันทั้งคู่ จึงเป็นเรื่องราวที่เป็นคอนเซปต์เพลงดังกล่าวที่ถูกมาโยงกับเรื่องนี้ ซึ่งคุณก็อตแกโคตรหล่อ เท่มากๆ และการแสดงของแกชั้นอ๋องจริงๆ ส่วนการนำธีมเจ้าพ่อมาเฟียมาใช้ในเพลงนี้ ก็น่าจะเข้ากับวงCOCKTAILเป็นอย่างดีที่ลุคเนี้ยบๆ และพื้นฐานคุณโอมและวงก็ชอบที่จะทำเพลงด้วยกลิ่นอายเอเชี่ยนเล็กน้อย และมีพื้นฐานแรงบันดาลใจมาจากพวกหนังฮ่องกงที่ต้องไปเช่าในร้านวิดิโอสมัยก่อน

 

           สุดท้ายแล้วเมื่อทั้งสองคนหนี ซามูไรเพทายที่เดินตามไล่ล่าพระนางทั้งสองนั้น ก็ไล่ไปจนมุมที่ท่าเรือเอเชียทีคจนได้(ฮา) สุดท้ายพระนางก็เลือกที่จะแสดงความรักกันอยู่ดี ไม่ว่าสุดท้ายชีวิตจะเป็นยังไง แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่พวกเขากำหนดไม่ได้ ก็คือการเอาชีวิตจากมาเฟียที่ตามมานั่นเอง คือสิ่งที่ควบคุมกำหนดไม่ได้ ก็เหมือนกับการเสี่ยงรูเล็ตต์นั่นแหละ เป็นหลายๆสิ่งในชีวิตเราที่ไม่สามารถกำหนดชะตาของมันได้ว่าจะให้ออกช่องไหน ผู้กำกับก็เหมือนจะบอกว่า แม้จะมีสิ่งที่ชีวิตกำหนดไม่ได้อยู่ แต่เราสามารถทำมันให้ดีที่สุด สู้ให้ถึงที่สุด และลองเสี่ยงไปกับมัน เหมือนกับตัวเอกสองคนที่พยายามหนีจนถึงที่สุด และพระเอกก็ลองเสี่ยงรูเล็ตต์แล้วนั่นเอง

 

           ตอนท้ายสุด ซามูไรเพทายกำลังจะชักดาบออกมา พร้อมด้วยคัทซีนที่มีความสุขของพระเอกนางเอก ตรงนี้ผมมั่นใจ100%ว่า สุดท้ายสองคนนี้รอดแน่นอน ไม่รู้นักฆ่าจะตั้งท่าชักดาบทำไม เพราะในซีนตอนท้ายผู้กำกับนำเสนอภาพของรูเล็ตต์ที่หมุน และจุดที่ลูกสีขาวมันไปตกอยู่ ถ้าสังเกตดีๆแล้วกดหยุดให้ทัน จะเห็นว่ามันเป็นช่องสีเขียว ที่อยู่ถัดจากช่อง 35 3 26 ตามลำดับ (ผกก ตัดช็อตนี้เหมือนซีนปิดของInceptionที่เป็นโทเทมหมุนเลย แสบมาก)

 

            ช่องสีเขียวที่ไปตกนั่นคือช่อง “0” นั่นเอง ซึ่งหากย้อนไปดูต้นเอ็มวีดีๆ เจ้าพ่อมาเฟียวางแหวนเดิมพันให้พระเอกเอาไว้ที่เลข “0” เช่นกัน

 

ในเมื่อพระเอกหมุนรูเล็ตต์ตก 0 ได้ ก็น่าจะรอด และได้แหวนนี้ไปใช้ชีวิตอยู่อย่างอิสระกับนางเอกนั่นเอง

 

             เราอาจจะเปรียบเปรยเรื่องนี้กับ “ความรักได้” แม้ว่าเนื้อหาเพลงจะบอกว่า เราไม่สามารถกำหนดขีดเขียนให้เธอเป็นของเราได้ก็จริง ก็เหมือนบัญชาจากเจ้าพ่อมาเฟียที่มีอิทธิพลเหนือกว่า แต่ถ้าเราเลือกที่จะสู้ ลองทำให้เต็มที่ และลองเสี่ยงกับมันให้ถึงที่สุดก่อน มันอาจจะทำให้สามารถเขียนเธอให้เป็นของเราสำเร็จก็เป็นได้ ถ้าลองที่จะสู้กับโชคชะตาที่กำหนดเองไม่ได้ดูสักตั้ง

 

          เอ็มวีถ้าตีความต่อยอดมันก็ค่อนข้างลึกซึ้งมากๆนะ แต่เอาจริงๆมาดูการแสดงของคุณก็อต ดูนางเอกน่ารักๆขาวๆ รวมถึงนักดาบที่เราคิดถึงหน้าอย่างพี่เพทายมาเดินแกว่งดาบใส่สูทเท่ๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว

 

           เพลงเพราะแบบไม่มีที่ติ มีความแปลกใหม่ของการนำเสนอความโรแมนติคสวยงาม เข้ากับเพลงร็อคแบบ1ต่อ1ได้เท่ากันเป๊ะๆ และเอ็มวีก็ดูเพลิน ..

 

ผมมีความสุขกับงานนี้มากๆครับ

COCKTAIL , ชั่วชีวิต