Article

LEO Playroom “Ink Waruntorn X CLASH” นี่คือสุดยอดความฟินร่วมกันของFCทั้งสองศิลปิน

หัตถาครองพิภพ May 09, 2021

LEO Playroom “Ink Waruntorn X CLASH” นี่คือสุดยอดความฟินร่วมกันของFCทั้งสองศิลปิน

 

 

         โปรเจ็ค LEO Playroom ถือเป็นโปรเจ็คที่น่าติดตามมากที่สุดโปรเจ็คหนึ่งจาก LEO Thailand ซึ่งได้ออกมาหลากหลายEPแล้ว ไม่ว่าจะเป็น The Parkinson x Klear / Season Five x Zeal / Zommarie x URBOY TJ หรือ Polycat x Three man down เป็นต้น

 

         คราวนี้ LEO Playroom ดำเนินมาถึง EPที่5แล้ว ในการเจอกันของสุดยอดเบอร์ใหญ่ที่ใหญ่มากๆจนต้องมาเขียนถึงในครั้งนี้ระหว่าง Ink Waruntorn กับ วง CLASH ในแง่ของศิลปินก่อนต้องถือว่าเป็นยักษ์ชนยักษ์ เป็นคู่บิ๊กเนมที่ศักดิ์ศรีระดับตัวท็อปทั้งคู่จากสองยุค ไม่ว่าจะเป็นแคลช หรือน้องอิ้งค์ก็ตามที แถมแนวดนตรีก็ยังต่างกันอย่างสุดขั้ว วงหนึ่งเป็นร็อคที่แฟนเพลงชาวไทยคุ้นเคยอย่างดี ขณะที่อีกศิลปินเป็นนักร้องวัยรุ่นแห่งยุค2021เจ้าของแนวเพลงซินธ์ป็อปกระแสหลักในปัจจุบัน

 

           การมาเจอกันในครั้งนี้มันจึงน่าสนใจมากๆว่าสองกลุ่มนี้จะแลกกันร้องยังไงให้นำเอาเพลงของอีกฝ่าย มาทำเป็นแนวทางของตัวเองให้ออกมาเพราะมากที่สุด

 

          ภาคการวิเคราะห์ ทางฝั่งแคลชจริงๆแล้วพอจะเดาได้ เพราะหลายๆเพลงของอิ้งค์เป็นเพลงอกหักที่เนื้อหาเจ็บปวดซ้ำๆ ไม่move on อันนี้คือโคตรเข้ากับวงแคลชเลยที่เป็นเพลงช้าเน้นเมโลดี้สวยๆคำเจ็บๆ มันใช่มากๆ แต่ฝั่งด้านที่น่าสนใจคือฝั่งคูมอิ้งค์นี่แหละที่จินตนาการไม่ออกว่า จะเอาเพลงผู้ชายแข็งแรงๆอย่างของแคลชมาทำให้เป็น “เพลงน้องอิ้งค์” ยังไง มันจึงน่าสนใจมากในจุดนี้

 

            ส่วนในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างศิลปิน แน่นอนหลายๆคนทราบอยู่แล้ววทีมพี่พล พี่ยักษ์ พี่โอ๊บ เป็นคนดูแลงานเพลงของอิ้งค์อยู่แล้ว และจริงๆก็รู้จักกันมาตั้งแต่น้องยังเด็กๆด้วย ดังนั้นถือว่าสนิทกันพอสมควร ยิ่งจับมาเจอกันมันทำให้เราอยากเห็นเรื่องนี้มากขึ้น และผู้ชมก็จะได้เห็นสายสัมพันธ์ที่ดีมากๆระหว่างอิ้งค์กับClashในช่วงตอนต้นที่เป็นการนั่งสัมภาษณ์กันนั่นเอง ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงโชว์

 

           ศิลปินแรกที่เล่นก่อนก็คือ Ink Waruntorn มาด้วยเพลงของตัวเองก่อน อย่างซิงเกิลสุดฮิต ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม ซึ่งเป็นเพลงของตัวเองในแบบLive Session แล้วจึงเข้าสู่การนำสามเพลงของแคลชมาร้อง อย่างเพลง กอด, บอก และปิดท้ายด้วย มูเตลู ซึ่งเพลงแรก กอด เป็นเพลงที่ต้นฉบับล่องลอยอยู่แล้ว พออิ้งค์เอามาทำ จึงเข้าทางสายซินธ์ป็อปแบบเต็มๆที่สามารถทำซาวด์ให้ล่องลอยแบบดรีมป็อปได้เลย

 

           เพลงที่สอง นำเพลงจากชุดล่าสุดอย่าง “บอก” เอามาร้องใหม่ ซึ่งมีไลน์ดนตรีคุ้นเคยที่เป็นเพลงของอิ้งค์อย่างชัดเจนมากๆ ที่ประกอบไปด้วยไลน์ดนตรีหลักๆอย่างกีต้าร์กลองเบส และผสมผสานมาด้วยซินธ์ฯ ซึ่งมันไม่ทำให้ล่องลอยเกินไป มีความเข้มแข็งหนักแน่นอยู่ในเพลง แต่ก็ได้ฟีลซินธ์ป็อปเก่าๆแบบที่เป็นทางถนัดของเพลงอิ้งค์เต็มๆ

 

           มูเตลู เพลงนี้คือโคตรไฮไลต์ไม่แพ้อีกสองเพลง ซึ่งเป็นเพลงที่เราโคตรชอบมากๆอยู่แล้ว พอเอาเพลงโปรดอย่างมูเตลูมาอีกเพลงนี่ ผมตั้งตารอเลย และก็ทำได้เหนือความคาดหมายมากๆ อย่างแรกคือเนื้อหาของเพลงมันค่อนข้างลูกกวาดวาไรตี้มากๆในแง่ของฟีลน่ารักๆจากแคลชในต้นฉบับ แต่การที่ได้ผสมผสานท่อนที่เป็นการแร็พเข้าไปด้วยตามสไตล์เพลงเร็วของแคลช เราได้ฟังน้องอิ้งค์แร็พแบบเต็มๆและยาวมากๆ ฟังแล้วทำให้เรานึกถึงฟีลแบบเดียวกับโบจ๊อยของไทรอัมพ์คิงดอมแห่งยุค90จริงๆ ความรู้สึกเหมือนกันเป๊ะ มันน่ารักและมันฟินมากกกกกกกก

 

เป็นสี่เพลงที่ดีมากๆและฟินสุดๆจากโชว์เซ็ตแรกนี้ ซึ่งโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรน่ารักจริงๆคูมอิ้งค์

 

           หลังจากนั้นเป็นคิวของ “CLASH” ที่ตามขึ้นมาติดๆกันด้วยการเล่นเพลงของตัวเองก่อนเพื่อเปิดการแสดงอย่างเพลง “โรคประจำตัว” ที่ได้ฟังกันสดๆอีกครั้งด้วยกลิ่นอายที่มีความสดใหม่เหมือนเป็นเวอร์ชั่น2021 ทั้งๆที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่เรารู้สึกว่ามันยังสดใหม่อยู่เลย โดยเฉพาะช่วงแอดลิปตอนท้ายนี่คือดีงามจริงๆ ยังมีความเป็นของเดิมอยู่เต็มๆ แต่advanceเพิ่มเข้ามาอีกหลายโน้ต อันนี้ชอบมาก

 

          “ดีใจด้วยนะ” เป็นเพลงชาติอิ้งค์ที่แคลชหยิบมาร้อง ซึ่งตรงกับแนวทางเพลงช้าของแคลชอยู่แล้วที่จมอยู่กับความเจ็บปวด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ “ดนตรี” ถ้าใครไม่ได้สังเกต ตั้งแต่อินโทรมาคือเพลงนี้กลายเป็นดนตรีของแคลชแบบดั้งเดิมขนานแท้ชัดเจนมากๆ ซึ่งแฟนแคลชไม่ได้ฟังกันมานานแล้ว อันนี้โคตรดี

 

           ส่วนภาคการร้องในฝั่งแคลชทั้ง3เพลงที่หยิบเพลงอิ้งค์มาร้อง บอกเลยว่า “สะพรึง” ถ้าใครได้ฟังจะรู้เลยว่า ขีดความสามารถของพี่แบงค์ในการนำเพลงอิ้งค์มาร้องนั้น มันกลายเป็นสำเนียงของพี่แบงค์แบบเต็มๆ100% แบบไม่มีดอกไหนหลุดไปเลย กลายเป็นแคลชไปอย่างสมบูรณ์แบบ แถมพี่แบงค์ร้องโคตรพ่อโคตรแม่เทพ เสียงนิ่งมากไม่มีตก แถมเพราะสุดๆ เพราะจนต้องเก็บเพลงพวกนี้เอาไว้ฟังบ่อยๆแน่นอน ซึ่งเชื่อแล้วที่ตอนต้นของคลิปLEO Playroomพี่แบงค์บอกว่าซ้อมมาหนักมาก และผลของการฝึกซ้อมมันได้มาทั้งความมั่นใจและคุณภาพที่สุดโต่งมากจริงๆ

 

          เพลงที่สอง “อยากเริ่มต้นใหม่กับคนเดิม” เพลงใหม่ล่าๆเลยที่เป็นเพลงช้ากึ่งง้อคนเก่าทั้งๆที่ไม่มีหวัง นี่ก็เจ็บเช่นกัน ซึ่งเพลงนี้มันมีvibesอะไรบางอย่างที่มีความเป็นกลิ่นอายเพลงตะวันออก ในเพลงเก่าๆของแคลชก็มีเพลงช้าที่มีกลิ่นอายแบบจีนๆเช่นนี้เหมือนกันที่เมโลดี้สวยงามมากๆเช่นเพลงนี้

 

            เพลงนี้ให้บรรยากาศในการฟังที่ดีสุดๆ มีความกระชับแข็งแรงอยู่ในเพลง พร้อมทั้งความหวานชนิดที่หวานหยดย้อยมากๆในการ “อ้อนขอคืนดี” ของพี่แบงค์ ที่ร้องได้สุดจริงๆในแง่ของการสื่อสารความรู้สึก

 

             เพลงสุดท้ายที่หยิบเพลงอิ้งค์มาคือ “SNAP” ที่ต้องบอกเลยว่า ไอ้นี่แหละน่าดูสุด เพราะสองเพลงแรกมันเพราะ เรารู้แน่ๆอยู่แล้วเดาทางได้ แต่เพลงนี้แหละ เดาไม่ได้ว่าแคลชจะทำยังไง เพราะตัวเพลงoriginalมันโคตรจะเก๋มากๆ แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีความยากในทางการเล่นของเพลงนี้อยู่พอตัว และเป็นอย่างที่คิด แคลชต้องเรียบเรียงหาจุดลงตัวในการทำเวอร์ชั่นใหม่นี้เยอะมากๆ เพราะเล่นๆไปแล้วมันไปต่อไม่ได้ในช่วงซ้อมดังที่เค้าบอกไว้ แต่สุดท้ายก็ออกมาเป็นเพลงเวอร์ชั่นแคลชสำเร็จในที่สุด ซึ่งมันมีทั้งความเร้าใจ ความมันส์อยู่ในตัว แต่เป็นความมันส์แบบที่เก๋ๆอยู่ด้วยในตัว อันนี้เจ๋งจริง เป็นกลิ่นอายที่แทบไม่เคยเห็นจากแคลชเลยเพลงนี้ (ช่วงsoloพี่แฮ็คเล่นมันส์โคตรๆ)

 

ใครเป็นสาวกแคลช ไม่ควรพลาดเวอร์ชั่นนี้ว่ะนี่พูดจริงๆ

 

             ก่อนที่สุดท้าย ทั้งสองศิลปินจะมาร้องเพลงแจมกันส่งท้ายในเพลงช้าที่ทำขึ้นมาเพื่อแฟนคลับแคลชในยุคเก่า อย่างเพลง “เกินคำว่ารัก” เป็นการแจมกันที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยเฉพาะการประสานเสียงที่สุดยอดจริงๆ โดยที่แน่นอนว่า พี่แบงค์ร้องไลน์หลักคีย์ตัวเองแบบต้นฉบับล้วนๆ ซึ่งโคตรฟินสำหรับแฟนเพลงเก่าๆแบบเรา ส่วนน้องอิ้งค์ เข้ามาทำให้เพลงนี้มันสุดยอดไปอีกด้วยเพอร์ฟอร์มการร้องแบบoutstandingสุดๆในการร้องไลน์ประสานที่เพราะมากๆ ในขณะที่เปลี่ยนกลับมาร้องคีย์ผู้ชายในท่อนพรีฮุคเพื่อส่งเข้าฮุคได้ด้วย แล้วก็กลับมาประสานอีกแบบนี้ทั้งเพลง มันแสดงให้เห็นเลยว่าสกิลด้านการร้องของอิ้งค์มันยอดเยี่ยมมากขนาดไหน เป็นนักร้องหญิงที่มีคุณภาพคนนึงที่ไม่ได้ขายแต่ความน่ารักอย่างเดียวแต่อย่างใด ถ้าใครที่ชอบผลงานแค่ผ่านๆอาจจะไม่รู้เลยว่า คุณภาพของเธอมันอัดแน่นในฐานะศิลปินขนาดไหน ข้อนี้คือต้องคารวะอิ้งค์จริงๆ โดยเฉพาะฮุคสุดท้ายที่ให้อิ้งค์ร้องเต็มๆนี่คือ ฟินไปถึงดาวดึงส์ เพราะมากกกกกก

 

             เป็นเพลงปิดท้ายโชว์นี้ และปิด LEO Playroom Episode 5 กันได้อย่างฟินๆ ซึ่งแน่นอน เราเองดันเป็นแฟนเพลงเดนตายของทั้งแคลช และอิ้งค์ด้วยในเวลาเดียวกัน ก็ฟินดิครับงานนี้

 

ใครจับคู่มาให้อ่ะ ขอบคุณมากจริงๆ

LEO Playroom , Ink Waruntorn , CLASH