Article

“อภิสิทธิ์ชน” COCKTAIL คือนิยามของ “บทเพลงที่มีคุณค่า” ของจริง [Review Scores : 10/10]

หัตถาครองพิภพ July 07, 2021

“อภิสิทธิ์ชน” COCKTAIL คือนิยามของ “บทเพลงที่มีคุณค่า” ของจริง [Review Scores : 10/10]

 

 

          หลายคนอาจจะมองว่านี่คือบทเพลงสะท้อนสังคม จิกกัดสังคม ซึ่งอันที่จริงจะมองแบบนั้นก็ได้ แต่เพลงนี้มันไปได้มากกว่าการแค่ “สะท้อน” เฉยๆที่สะท้อนไปก็ไม่ได้อะไร หรือการจิกกัดเพื่อที่จะด่าในสิ่งที่ไม่ดี นั่นก็ไม่ได้ประโยชน์เช่นกัน แต่ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือบทเพลงที่มีคุณค่ากับสังคมในการช่วยเสริมสร้างความคิดให้กับผู้ที่ได้ฟัง “เพลง” เพลงนี้นั่นเอง

 

          นอกจากความบันเทิง เมื่อเพลงมันช่วยกระตุ้นให้เกิดการคิด การระลึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มันจึงมีประโยชน์และมีค่ามากๆ และผมก็รู้สึกดีใจที่มันมีเพลงแบบนี้ออกมา ท่ามกลางสังคมปัจจุบันที่มีปัญหามากมาย และเกิดการด่าทอใช้ถ้อยคำที่รุนแรงสาดใส่ปัญหาอีกที

 

          แต่นี่คือการพูดถึงปัญหาแบบปาดลึกด้วยการที่ไม่ต้องใช้คำด่าหรือคำหยาบเลยแม้แต่คำเดียว แถมยังได้ประโยชน์ในด้านแง่คิดที่มันเป็นเชิงpositiveซะมากกว่าอีก เหลือแค่ว่าผู้ฟังจะนำมันไปใช้เป็นพลังในแง่ลบ หรือพัฒนามุมมองของตนเองเท่านั้น

 

           บทเพลง อภิสิทธิ์ชน ของ COCKTAIL อยู่ในโปรเจค JOOX 100x100 SEASON 3 SPECIAL ซึ่งค็อกเทลก็ได้รับเกียรติอีกครั้งได้โชว์ผลงานที่ไม่เคยทำให้แฟนเพลงผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว ครั้งนี้ก็เช่นกัน นี่คือการจับเพลงในแง่ที่เกี่ยวกับสังคมของค็อกเทล และในฐานะแฟนเพลงคนนึงที่เราได้รู้จักวิธีคิดและตัวตนของคุณโอม ค็อกเทล นักร้องนำและคนแต่งเพลง ผมบอกได้คำเดียวเลยว่า อย่าให้คุณโอมได้จับทางนี้บอกไว้เลย เพราะถ้าค็อกเทลลงมาเล่นละก็ รับรองว่ามันลึก มันบาด และมันเชือดแน่นอน

 

แถมเป็นการเชือดแบบผู้ดีสัสๆด้วยครับ

 

          พูดเรื่องกายภาพของตัวเพลงก่อน เพลงนี้เอาจริงๆเลยนะ วงตั้งใจจะทำให้มันเป็นเพลงร็อคบ้านๆ แบบที่เด็กยุคใหม่ในGenนี้อาจจะไม่อินหรือไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ แต่นี่คือแนวเพลงที่มันฮิตมากๆในช่วงปลาย90sต้น2000sในรุ่นที่พี่ๆโตกันมา เป็นร็อคแบบบ้านๆที่สำเนียงไทยๆ ถ้านึกไม่ออกก็นึกถึงเพลงเก่าของพวกลาบานูน มอเตอร์ไซค์รับจ้างของโลโซ รวมไปถึงกลิ่นอายเพลงรุ่นเดอะตั้งแต่ยุคอัสนีวสันต์ก็มีอยู่ในเพลงนี้ครบ

 

            อายุอานามของศิลปินค็อกเทลเองก็โตมาในรุ่นเดียวกันกับผู้เขียนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพวกเขาเข้าใจและอินกับแนวดนตรียุคนั้นเหมือนกันแน่นอนอยู่แล้ว และดนตรีเพลงนี้ทำออกมาได้สุดจริงๆ ฟีลมันเหมือนเพลงร็อคยุคเฟื่องฟูนั้นจริงๆแบบเต็ม100% แบบที่ไม่น่าเชื่อว่าค็อกเทลจะทำได้ หากว่าเป็นแฟนเดนตายตามค็อกเทลมานาน ใครจะเชื่อว่าวันนึง ค็อกเทลจะมาทำเพลงแบบนี้ได้ และทำได้ดีด้วย สื่อสารได้ง่าย ชัดเจนด้วยการเน้นเนื้อหามากกว่ารายละเอียดดนตรียุ่บยั่บ แต่เน้นความสดของไลน์หลักอย่างกลองกีต้าร์เบส

 

ถ้าไม่มีเสียงคนร้องขึ้นมา เริ่มเพลงมานี่ผมนึกว่าฟังเพลงของวงTaxiเลยทีเดียว!

 

          แต่แม้ดนตรีจะเปลี่ยนยังไง หากคุณฟังดีๆในด้านอารมณ์ของเพลง ความรู้สึกการฟัง กลิ่นอายเมโลดี้ และคำร้อง มันเป็นคำร้องที่เป็นค็อกเทลเป๊ะๆ ลองจินตนาการง่ายๆคุณลองเอาเมโลดี้และไลน์ร้องออกมาเดี่ยวๆ แล้วใส่ดนตรีใหม่ที่มันเป็นค็อกเทลยุคแรกๆ มีความสวยงาม มีเครื่องสาย เพลงนี้มันก็จะเป็นค็อกเทลแบบเดิมๆที่คุณรู้จักเป๊ะๆ

 

          นั่นก็คือ ใครที่คิดว่าค็อกเทลเสียตัวตน ทำอะไรออกมาก็ไม่รู้ อันนี้บอกเลยว่า พวกเขาก็ยังเป็นค็อกเทลวงเดิมเป๊ะๆด้วยโครงสร้างของการแต่งเพลงที่มันมั่นคงและแน่นจากคุณโอม ทำให้แม้ดนตรีจะเปลี่ยนหนักขนาดไหน มันก็ยังเป็นค็อกเทลอยู่ดี

 

          และในแง่ของการพูดในเพลงนี้ ด้วยการที่ไม่ต้องใช้คำรุนแรงเพื่อสร้างimpact แต่ใช้คำที่มันสะท้อนถึงแง่คิดที่จี้ให้ได้คิดจริงๆโดยไม่ต้องใช้ความ “แรง” ของการด่า มาทำให้เพลงมันมีพลัง

 

           ดูเหมือนจะเป็นSoft Power แต่จริงๆ นี่คือเพลงสายแข็งที่เป็น Hard Power ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุภาพแบบ “คนมีความคิด” คุยกันจริงๆ

 

           ในภาคMusic ผมประทับใจในความเป็นร็อคแบบที่คนไทยรุ่นเก่าคุ้นเคยกันดีอย่างที่บอก ภาพของลาบานูนโลโซแท็กซี่พวกนี้ลอยมาแบบกลิ่นฉุนกึก แต่เนื้อหามันใหม่มากๆ เพราะเป็นเนื้อหาที่ไม่มีใครนำมาพูด หรือถ้าเอามาก็มาด้วยการด่าเสียดสีด้วยวิธีที่รุนแรง ผ่านแนวทางดนตรีสไตล์อื่นๆที่สื่อสารตรงอย่างเช่นฮิปฮอป หรือพวกร็อคเมทัลหนักๆ ซึ่งผมชอบวิธีการและแนวนี้ของค็อกเทลมากกว่า

 

             สังคมไทยสมัยนี้เสพติดHate Speech แต่การกระตุ้นให้ฉุกคิดด้วยถ้อยคำดีๆแบบนี้มันดีกว่าเยอะในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน

 

             และส่วนสุดท้าย ในเรื่องของเอ็มวีเพลงนี้ขอชื่นชมทีมงานว่าทำออกมาได้ดีมากๆ และผมเชื่อว่าคอนเซปต์ทุกอย่าง จะต้องผ่านการพูดคุยกับคุณโอมแน่นอนว่า สิ่งที่ต้องการจะสื่อคืออะไร มุมมองประเด็นไหน และจุดที่ทำให้เรารู้ได้ก็คือ หลังจากที่ต้นเอ็มวีเราสะท้อนให้เห็นถึง อภิสิทธิ์ชน ที่แซงคิว มีprivilege เหนือคนอื่นด้วยฐานะและพลังของเงิน รวมถึงสถานะทางสังคม

 

             แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อมันยังคงถูกเอารัดเอาเปรียบจาก “อภิสิทธิ์ชน” อยู่ ในตอนท้ายเมื่อความอัดอั้นมันปะทุและถึงขีดสุด สุดท้ายแล้วก็หนีไม่พ้นจะต้องเกิดความรุนแรงขึ้น และเป็นแบบนี้ทุกที่ไม่ว่าจะที่ไหนในโลก ซึ่งเมื่ออภิสิทธิ์ชนเหล่านั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่สุดท้ายด้วยอำนาจที่เปลี่ยนมือและกลุ่มเบื้องล่างที่ได้อำนาจขึ้นมาอยู่ในจุดที่สูงขึ้น พวกเขาก็กลับทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชนเสียเอง

 

              พอยท์ของเพลงนี้และเอ็มวีนี้ ผมจึงเชื่อว่า อภิสิทธิ์ชนที่เขาพูดถึง มันไม่ได้หมายถึงคนรวย คนมีอำนาจ แบบที่คนฟังบางส่วนตีความไปในแง่มุมนั้น แต่อภิสิทธิ์ชน มันเป็นใครก็ได้ในสังคมนี้ ไม่ใช่แค่พวกคนรวย คนมีอำนาจ แต่เป็น “ทุกคนที่เห็นแก่ตัว” ต่างหาก นั่นแหละอภิสิทธิ์ชนของจริง

 

              อภิสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้โดยไม่สนใจคนอื่น หากว่าเขา”ทำได้” เมื่อมีโอกาสเขาก็จะทำ สิ่งนี้ท้ายเอ็มวีสะท้อนได้ดี และคนฟังบางส่วนก็นึกไม่ถึง พาลไปด่าแต่คนรวย คนมีอำนาจอย่างเดียว ทั้งๆที่อภิสิทธิ์ชน มันคือพฤติกรรม ไม่ใช่เรื่องของฐานะ

 

           คำว่าปลดหนี้เพราะขี้คุณ ในMV ขี้มันอาจจะไม่ได้หมายถึงขี้ แต่อาจจะหมายถึงสิ่งเลวร้ายที่คนเป็นผู้กระทำมากกว่าที่จะเป็น “ขี้เหม็นๆ” โดยตรง

 

              นี่ละครับ เพลงๆเดียวช่วยกระตุ้นการคิดต่อยอดมาได้เรื่อยๆถึงขนาดนี้ แถมในแง่ของการฟังในมิติการเป็น “เพลง” นั้นก็ถือว่า เพลงนี้เราไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เราก็สามารถฟังมันเป็น “เพลงเพราะๆ” เพลงนึงได้สบายๆโดยไม่หนักหัว เพราะเมโลดี้ คำร้องคุณโอมแม่งสวยจริงๆ ฟังแล้วมีความสุขมากๆ แถมดนตรีร็อคยุคเก่าๆแบบนี้

 

           บอกเลยว่าประทับใจสุดๆในคุณค่าและความบันเทิงเพลงนี้ ผู้เขียนจึงกล้าที่จะให้คะแนนเต็มกับเพลงในการีวิว ทั้งๆที่ปกติไม่ให้คะแนนใครมานานแล้ว แต่เพลงนี้ต้องให้จริงๆ

 

คุณค่าของบทเพลงนี้ คือคะแนนรีวิวที่เต็ม10

 

Review Scores : 10/10

COCKTAIL , อภิสิทธิ์ชน