Article

“ทุกชีวิตล้วนมีค่า” การวางแผนนำอาชีพกลับมาให้ศิลปินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องจึงเป็นการต่อลมหายใจพวกเขา

หัตถาครองพิภพ July 11, 2021

“ทุกชีวิตล้วนมีค่า” การวางแผนนำอาชีพกลับมาให้ศิลปินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องจึงเป็นการต่อลมหายใจพวกเขา

 

          ในสถานการณ์ที่โลกต้องผจญกับภาวะวิกฤตของโควิด-19 ที่แพร่กระจายอย่างรุนแรงไปในทุกประเทศเช่นนี้ บางประเทศก็สามารถรับมือกับมันได้ ในขณะที่บางประเทศก็โดนเล่นงานอย่างย่อยยับ ซึ่งไทยแลนด์ของเราก็ถือเป็นประเทศที่รับมือได้ดีในช่วงแรก ก่อนที่เวฟสองเวฟสามจะเริ่มเอาไม่อยู่ และมากระฉูดแตกจนถึงตอนนี้ที่ยอดผู้ติดเชื้อต่อวันพุ่งสูงเกินครึ่งหมื่นเข้าไปแล้วในระดับNew High

 

          เมื่อเราอยู่ในภาวะเช่นนี้ แน่นอนว่า “ทุกอาชีพ” โดนผลกระทบเหมือนกันหมดทุกคน ไม่มีใครที่สามารถรอดจากสถานการณ์นี้ได้แบบ 100% อย่างน้อยที่สุดก็คือเรื่องของสุขภาพ โรคภัยแน่ๆละหนึ่งเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิ์จะติดโควิด และอาจป่วยขึ้นมาได้ไม่ว่าป่วยหนักป่วยเบา จากการที่ตอนนี้เรายังไม่ได้รับวัคซีนกันอย่างทั่วถึง ดังนั้นสิ่งที่เราจะพูดก็คือ ทุกอาชีพได้รับผลกระทบกันหมดในเรื่องของรายได้และการเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

 

และสิ่งนั้น มันคือเรื่องของ “ชีวิต” เน้นๆ เพราะถ้าไม่มีรายได้ ไม่มีอะไรจะกิน เราจะมีชีวิตอยู่กันได้อย่างไร

 

           สิ่งที่เราต้องการจะพูดก็คือ ชีวิตทุกชีวิตล้วนสำคัญหมด ซึ่งมันหมายถึงอาชีพทุกอาชีพด้วย ดังนั้นสิ่งที่คนไทยต้องการในขณะนี้คือ ความมั่นใจในการใช้ชีวิต หรืออย่างน้อยที่สุด เราควรจะได้รู้ถึงการวางแผนในอนาคตบ้างว่า แนวโน้มบ้านเราจะเป็นยังไง เราจะมีโอกาสได้ฉีดวัคซีนทั่วถึงเมื่อไหร่ และที่สำคัญก็คือ เราจะสามารถวางแผนอะไรกับอาชีพของเราได้บ้าง

 

          โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาชีพที่ถูกเพ่งเล็งว่าเป็นปัญหาของการแพร่ระบาดเพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการรวมตัวของคนเยอะๆ อย่างธุรกิจกลางคืนทั้งหลาย ซึ่งรวมถึงมหรสพที่จัดการแสดงกัน และนั่นคือ อาชีพทางตรงของเหล่าศิลปิน นักร้อง นักดนตรี ที่ทำอาชีพด้วยการขายโชว์ ขายฝีมือการเล่นดนตรีด้วย ซึ่งกลุ่มอาชีพเหล่านี้โดนหนักหน่อยเพราะมักจะถูกพิจารณาปิดก่อนเพื่อความปลอดภัย

 

           เราเข้าใจและเราก็เห็นด้วยว่าความสำคัญของการป้องกันการแพร่ระบาดเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ เพราะหากเชื้อมันแพร่ระบาดมากกว่าเดิมโดยไม่มีการควบคุม เราก็ต้องสูญเสียชีวิตกันอีก ดังนั้นธุรกิจกลางคืนเหล่านี้จึงต้องถูกควบคุมอย่างมาก

 

           ผมเชื่อว่าคนในวงการเหล่านี้หลายๆคนเข้าใจ ว่าทำไมเราถึงต้องป้องกันในเรื่องนี้ เพราะถ้าโรคเหล่านี้มันแพร่ไปถึงคนที่พวกเขารัก ไปถึงครอบครัวของพวกเขา มันคงจะไม่สนุกแน่ๆถ้าเกิดการสูญเสีย ผมเชื่อว่าพวกเขาเข้าใจ

 

           แต่กลุ่มอาชีพเหล่านี้ถูก “ปิดผนึก” แบบเต็มแม็กซ์ เกือบๆ100%ที่จะไม่มีงานอะไรกันเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ เบอร์ใหญ่ๆอย่างพี่มี่ ปาล์มมี่วันก่อนที่ไปเล่นเพลงเปิดตัวให้ดีสนีย์ก็ยังบอกเลยว่า ปีนี้งานเดียวเน้นๆ ฟังแล้วมันจุกแทนเลย นี่ขนาดเบอร์ใหญ่ เพราะฉะนั้นคนอื่นๆ รายเล็กรายย่อย ถูกผลกระทบแบบหนักหน่วงแน่นอน

 

หลายๆคนต้องเปลี่ยนอาชีพ ต้องขายเครื่องดนตรี และทิ้งอาชีพที่เขารักไปจากภาวะนี้

 

            ประเด็นสำคัญของปัญหาคือ ในเมื่อทางการสั่งให้ปิดธุรกิจเหล่านี้เป็นหลักด้วยเหตุผลของการแพร่กระจาย แต่กลับกันในบางจุด บางพื้นที่ที่ก็เสี่ยงเหมือนกัน กลับถูกปล่อยปละละเลยให้เปิดได้ ดังนั้นถ้าพิจารณาตามความเป็นจริงแล้ว คลัสเตอร์การติดเชื้อมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจเหล่านี้อย่างเดียวจริงๆนั่นแหละ มันก็สามารถติดเชื้อกันได้ทุกจุด เพราะขนาดปิดแหล่งบันเทิงเหล่านี้ เชื้อยังพุ่งกระฉูดต่อวัน ดังนั้นต้นตอปัญหาจริงๆมันคือภาคธุรกิจกลางคืนและศิลปินเหล่านี้จริงๆหรือ?

 

           สิ่งที่บทความจะพูด เราไม่ได้จะบอกให้เปิดธุรกิจกลางคืนเหล่านี้เลยแบบทันทีทันใด ผู้เขียนเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบเที่ยวกลางคืนด้วย แต่ที่เราจะบอกก็ในบทความนี้คือ ในวันก่อนที่มีการรวมกลุ่มกันของสายอาชีพเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ หรือศิลปินนักร้อง ที่ไปยื่นหนังสือข้อเรียกร้องทั้ง8ข้อที่รัฐสภานั้น หลังจากที่ได้อ่านแล้ว มันไม่ใช่ข้อเรียกร้องที่มากเกินเหตุจนไม่เมคเซนส์เลย ทุกข้อล้วนแต่เข้าใจได้ และมันไม่ได้ยากเกินความสามารถที่จะมีผู้มีวิสัยทัศน์สักคนนึงลงมาดูแล และจัดการช่วยผ่อนปรนอะไรบางอย่างได้

 

           หรืออย่างน้อยที่สุด พวกเขาเหล่านี้ต้องการแค่กรอบของ “แผน” ที่ช่วยให้พวกเขามั่นใจได้ล่วงหน้าว่า อาชีพของพวกเขาจะเป็นยังไงต่อไป หรืออนุญาตให้กลับมาได้แค่ไหน จะปิดบางส่วนได้หรือไม่ หรือบางทีอาจจะเปิดได้ ด้วยการวางระบบป้องกันการติดเชื้อที่รัดกุมกว่านี้ เพื่อให้ธุรกิจและปากท้องของคนพวกนี้ไปต่อข้างหน้าได้ ไม่ใช่ว่าจะอดตายกันอยู่แล้วยังไม่มีใครชี้ทางให้เขาว่า จะเป็นยังไงต่อไป

 

           อย่างน้อยที่สุด ถ้ารู้ว่ามันจะย่ำแย่ไปอีกนาน พวกเขาจะได้ไปขายก๋วยเตี๋ยวกันเลยให้จบๆทีเดียว จะได้ไม่ต้องรออย่างลมๆแล้งๆนั่นเอง

 

            8ข้อนี้ไม่ได้ยาก ขนาดที่เราเป็นคนธรรมดาที่กลัวการแพร่ระบาดมากๆ ก็ยังรู้สึกว่า ต้นตอของปัญหาจริงๆมันอยู่ที่การบริหารจัดการมากกว่า และมันสามารถพอที่จะเป็นไปได้ อย่างน้อยที่สุดลงมาพูดคุยและวางแผนร่วมกันมากกว่านี้ก็ยังดีเพื่อความชัดเจน ก็ได้แต่หวังว่าผู้ใหญ่ในบ้านเราจะมองเห็นความสำคัญของสิ่งที่พวกเขาเดินทางมาส่งเสียงเรียกร้องในกรณีนี้

 

          ผมจะพูดอีกครั้งว่า ทุกอาชีพล้วนแล้วแต่สำคัญทั้งนั้น เพราะอาชีพ คือชีวิต คือลมหายใจที่จะอยู่ต่อไปได้ จากรายได้ของพวกเขาที่จะนำมาซื้อข้าวกินอยู่ทุกวันเหมือนเราๆท่านๆนี่แหละ

 

การดูแลทุกๆอาชีพให้เสมอภาคและทั่วถึงกัน คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดที่ควรจะเกิดขึ้น

โควิด-19