P.R.

“THE CHAIR” โปรเจ็ค”ทรงคุณค่า” ที่สร้างพลังงานบวกให้กับชีวิต (JOOX 100x100 SEASON 3)

หัตถาครองพิภพ August 28, 2021

“THE CHAIR” โปรเจ็ค”ทรงคุณค่า” ที่สร้างพลังงานบวกให้กับชีวิต (JOOX 100x100 SEASON 3)

 

 

         นี่คือคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นมาคู่ขนานกับโปรเจ็ค 13 ศิลปินจากโปรเจกต์ JOOX Original 100x100 SEASON 3 เป็นเรื่องราวที่นำศิลปินในโปรเจ็คนี้มานั่งร่วมวงกันอยู่บนเก้าอี้หนึ่งตัว แล้วมา “แชร์” ตัวตนซึ่งกันและกัน (เป็นการเล่นคำกันระหว่าง Chair กับ Share ด้วยกลายๆ)

 

         สิ่งที่นำมาแชร์กันในคอนเทนต์โปรเจ็ค The Chair นี้ เป็นคอนเทนต์ที่เนื้อหาค่อนข้างพิเศษและมีประโยชน์กับผู้ชมอย่างมาก เพราะมันเป็น “มากกว่า” การเป็นการนำศิลปินมานั่งพูดคุย แบ่งปันเรื่องราวกันอย่างเดียว แต่มันคือการสื่อสารที่แลกเปลี่ยนเพื่อการ “สะท้อน” ตัวตนของแต่ละคนออกมา ได้ชัดมากกว่าเดิม

 

ทั้งจากภายใน (มุมมองต่อตัวเองของศิลปินนั้น) และจากภายนอก (มุมมองที่คนอื่นมองเข้ามา)

 

           นั่นคือหัวข้อหลักที่สำคัญที่สุดของ The Chair เลย คือการสะท้อนตัวตนของศิลปินนั้นๆออกมาจากสองด้าน เพื่อให้เราได้ครุ่นคิดและมองตัวเองมากขึ้นว่า เราเป็นยังไง เรายังขาดสิ่งไหนและเราต้องการอะไรอยู่

 

           วิธีการก็คือให้ทุกคนมีแผ่นป้ายผ้าของตัวเองคนละแผ่น แล้วสลับกันให้ผู้อื่นมาเขียนมุมมองที่มีต่อคนๆนั้น จากนั้นก็ให้ตัวเองกลับมาเป็นผู้เขียนคำจำกัดความที่ตัวเองได้รับจากคนอื่นๆมาว่าเป็นยังไง หรือเขียนสิ่งที่คนอื่นยังมองไม่เห็น หรือไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเราเป็นยังไง ใช้วิธีนี้ในการเขียนความคิดออกมาบนแผ่นผ้าที่แสดงภาพสะท้อนถึงศิลปินคนนั้น ทั้งจากความคิดคนอื่น และจากความคิดตัวเอง และสิ่งที่อยากให้คนอื่นรู้จักมากกว่านี้

 

          หลังจากนั้นแล้วทุกคนก็กลับมานั่งรวมกันอีกครั้งแล้วผู้ดำเนินรายการอย่างป๋าเต็ดก็จะถามคำถามถึงตัวตนต่างๆเหล่านี้ และสิ่งที่อยากจะแก้ไขจากความเข้าใจของคนอื่นๆ

 

           ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในการพูดคุยครั้งนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือ ทุกๆคนที่ออกมาแบ่งปันเรื่องราว และสะท้อนตัวเองออกมา + รับฟังมุมมองจากคนอื่น

 

            บางครั้งเราอาจจะมองตัวเองแย่เกินกว่าที่เราคิด เราอาจจะโทษตัวเอง หรือดูถูกตัวเองเกินกว่าความเป็นจริงก็ได้ แต่คอนเทนต์นี้จะให้คนอื่นๆที่ร่วมวงนั้น ได้ออกความเห็นในมุมมองของเค้าด้วยว่า เค้ามองคุณยังไง

 

ซึ่งในแต่ละคนมีความดีในตัวมากกว่าที่ตัวเองคิดเสมอ

 

          แนวความคิดนี้ดีมากๆ ดังนั้นเมื่อผู้ชมได้ดู ก็อาจจะได้แง่คิดด้วยว่า เราอาจจะมีดีกว่าที่เราคิด และเราสามารถทำสิ่งที่ดีได้มากกว่าที่เรามีมายาคติต่อตัวเองก็เป็นได้ ซึ่งนั่นคือการปิดกั้นตัวเอง

 

The Chair จะทำให้ผู้ที่ได้ชม กล้าปลดปล่อยสิ่งดีๆที่ตัวเองมีมากขึ้น

 

           สิ่งที่จะได้คือ ศิลปินทุกคน ได้กำลังใจ ได้พลังงานบวก และได้มองเห็น “คุณค่า” ที่ตัวเองเป็นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าแน่นอนจากคอนเทนต์ The Chair ครั้งนี้ ผู้เขียนเชื่อเช่นนั้น เพราะขนาดว่าเราเป็นผู้ชม เราดูกิจกรรมครั้งนี้ มันก็ทำให้เราฉุกคิดเหมือนกันว่า เราเป็นใครวะ คนอื่นมองเรายังไง เราขาดอะไร และเราต้องการอะไร

 

           หลังจากดูจบแล้ว นอกจากคุณจะรู้จักตัวตนของศิลปินแต่ละคนที่มาแชร์ตัวตนของเขามากขึ้น ว่าเขารู้สึกยังไงลึกๆ เขาเผชิญอะไรมาแล้วนั้น สิ่งที่สำคัญกว่าผมคิดว่า มันไม่ใช่เพียงแค่คอนเทนต์ดาราศิลปินเท่านั้น แต่ผู้รับชม (audience) ก็ได้รับพลังงานบวก และมองเห็นคุณค่าของตัวเอง และภูมิใจในความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ก็เพราะมันเป็นตัวเรานั่นแหละ นั่นจึงเป็นคุณค่าที่สูงที่สุดแล้ว ที่มนุษย์ทุกคนควรจะภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำหรือตัวเองเป็นอยู่ คอนเทนต์ The Chair จะทำให้ผู้ชมมีกำลังใจในตัวเองมากขึ้น และกล้าที่จะยอมรับตัวเองมากขึ้นจริงๆ

 

          ศิลปินทั้ง13 ได้แก่ : Ohm Cocktail / PEARWAH / F.HERO / Ja Nongpanee / Mew Suppasit / Nont Tanont / Krit Three Man Down / HYE / Milli / YOUNGOHM / URBOYTJ / Waii / Da Endorphine

 

              รายการนี้มีหลาย EP ที่ปล่อยออกมาก่อนก็เป็น EP.1 ซึ่งคนที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวก่อนหกคนแรกคือ โอม ค็อกเทล / จ๊ะ นงผณี / มิว ศุภศิษฏ์ / นนท์ ธนนท์ / กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ และ แพรวา ซึ่งแต่ละคนก็ออกมาเปิดเผยหลายๆเรื่องที่เป็นสิ่งที่เขาคิด และเป็นมุมมองจากภายนอกที่อยากแก้ไข หรืออยากให้ทุกๆคนเข้าใจ เช่นเรื่องความซับซ้อนในระบบความคิดของคุณโอม ที่บางครั้งการถูกมองว่าฉลาดเกินไป มันก็กลายเป็นว่าคนอื่นไม่ไว้ใจ และคิดว่าเราเจ้าเล่ห์ก็ได้เป็นต้น

 

             หรือเรื่องราวของคุณจ๊ะที่กำเนิดขึ้นมาจากภาพลบ แต่จริงๆแล้วนั่นคืออาชีพในฐานะนักร้อง และภายหลังเมื่อตัวตนที่แท้จริงออกมาผ่านการพิสูจน์ตัวเอง ทุกคนก็ได้เห็นความสามารถที่แท้จริงว่า มันมากกว่าเปลือกแรกที่ทุกคนเห็นและจำเพียงอย่างเดียว จนทุกวันนี้ได้รับการยอมรับอย่างมาก

 

              คุณมิว กับปัญหาเรื่องที่ถูกมองว่าเพราะมีฐานแฟนคลับเยอะ เลยโชคดี แต่จริงๆแล้วนี่คืออีกคนที่ก้าวขึ้นมาได้เพราะความพยายาม และความรักในการร้องเพลงจริงๆ (เพลงน้องมิวเพราะมาก) / นนท์ ธนนท์ กับการไม่ยึดมั่นถือมั่นกับอีโก้ หรือตัวตนใดๆเลย แม้ว่าเขาจะได้รับการยอมรับ ชื่นชอบ หรือชื่นชมยังไง แต่น้องนนท์มองแบบเข้าใจความเป็นธรรมดาของชีวิต และบาลานซ์ทุกอย่างได้ดี จากข้อคิดที่ว่า เราคือซัมวัน และเราก็ไม่ใช่ซัมวันด้วยในเวลาเดียวกัน

 

            แพรวา กับภาพลักษณ์ที่ภายนอกเข้าใจผิด และการถูกดูถูกในหลายๆอย่างว่าไม่ใช่ศิลปิน แต่เขามีความมุ่งมั่นมากกว่าที่คิดเยอะ และหลายคนอาจไม่รู้ว่าน้องชอบการร้องเพลงและมีpassionตรงนี้สูงมาก ซึ่งคนที่เลือกเขามาอยู่ในโปรเจ็ค เลือกมาจากคาแรคเตอร์ และคาริสม่าที่มีเอกลักษณ์ และมีความยูนิคที่มีบางสิ่งบางอย่าง (x factor) อยู่ในตัวแพรวา อย่างที่คุณโอมบอกว่า คนเก่งน่ะ มันมีเยอะ ใครก็ร้องเพลงเก่งได้ แต่คนที่ยูนิคและมีเสน่ห์น่าสนใจ มันหายาก

 

           สรุปทั้งหมดทั้งมวล เรารู้สึกประทับใจกับคอนเทนต์ THE CHAIR ของทาง JOOX 100x100 SEASON 3 นี้มาก และก็รอชมอีพีถัดไปอย่างใจจดใจจ่อ เพราะมันจะต้องเดือดและน่าสนใจแน่ๆจากตัวอย่าง และการดำเนินรายการที่ยอดเยี่ยมสุดๆโดยพี่ชายที่น่ารักในวงการเพลงอย่างป๋าเต็ด

 

เป็นคอนเทนต์ที่ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพจิต และดีต่อชีวิตผู้ชมมากๆจริงๆ

 

แบบนี้ผมกล้าเรียกว่า “คอนเทนต์ทรงคุณค่า” ครับ

THE CHAIR